ระเบิดที่กรุงเทพฯ เรื่องการเมือง หรือบีอาร์เอ็น

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562 00:00:44 น.
เมือง ไม้ขม รายงาน

การก่อวินาศกรรม 17 จุด ในหลายๆ แห่ง ทั้งที่เป็นสถานที่ราชการ และเป็นย่านการค้า ที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 ต่อเนื่องถึงวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา แม้ว่าในการสืบสวน จะจับผู้ต้องหาได้จำนวน 2 คน นั่นคือ นายลูไอ แซแง และ นายวิลดัน มาหะ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยทั้ง 2 คนเป็นผู้ต้องหาที่พนักงานสอบสวนมีพยานหลักฐานในการตั้งข้อกล่าวหามากที่สุด

แต่...สุดท้าย การสืบสวนสอบสวนเพื่อหา แนวร่วม ผู้ร่วมปฏิบัติการก่อวินาศกรรมเมืองหลวงของประเทศก็ต้องถึงทางตัน เพราะผู้ร่วมปฏิบัติการ ซึ่งเชื่อว่าเดินทางไปจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ต่ำกว่า 15 คน และมี แนวร่วม ที่อยู่ใน กทม.และปริมณฑลอีกไม่ต่ำกว่า 10 คน ยังคงหลบหนีไปได้

ส่วนที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้อีก 5-6 คน ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ก็ยังไม่สามารถที่จะเชื่อมโยงได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการที่กรุงเทพฯ เพียงแต่ถูกควบคุมตัวไว้ เพราะมีคดีค้างเก่าที่เกี่ยวกับความมั่นคงในพื้นที่เท่านั้น

สุดท้ายคดีการก่อวินาศกรรม หรือการวางระเบิดที่กรุงเทพมหานคร จึงถูกโอนให้กองปราบเป็นผู้รับคดีไปทำการสืบสวนสอบสวน เพื่อการขยายผลไปยัง มาสเตอร์มายด์ เพื่อที่จะสาวไปถึงตัวของผู้บงการ ที่หน่วยข่าวความมั่นคง และจากการสอบสวน 2 ผู้ต้องหา ต่างระบุได้ชัดว่า การวางระเบิดที่กรุงเทพมหานครครั้งนี้มีการวางแผนและรับเงินที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

คดีวางระเบิดที่กรุงเทพมหานครจึงสรุปในเบื้องต้น ทั้งจากการให้ปากคำของ 2 ผู้ต้องหา และจากงาน การข่าว ของฝ่ายความมั่นคงคือ ผู้บงการ หรือ มาสเตอร์มายด์ เป็น แกนนำ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย

และผู้ต้องหาที่เป็นผู้ปฏิบัติการ ทั้งหมดเดินทางจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ และส่วนใหญ่เป็น แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดนจาก จ.นราธิวาส และผู้ที่ให้การสนับสนุนที่อยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ต่างเป็นคนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครนั่นเอง

ประเด็นที่สังคมต้องการทราบ ซึ่งตำรวจกองปราบจะต้องเป็นผู้ คลี่คลาย มีอยู่เพียง 2 ประเด็นเท่านั้น ประเด็นแรก การก่อวินาศกรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานครครั้งนี้ เป็นการสั่งการของ ดุลเลาะ แวมะนอ ผู้นำขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น หรือเป็นเพียงคนในขบวนการแบ่งแยกดินแดน รับงาน จากกลุ่ม การเมือง ในประเทศ เพื่อต้องการสร้างความปั่นป่วนให้กับรัฐบาล ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล

แต่...จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาของระเบิดทุกครั้ง ที่เกิดนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นการก่อวินาศกรรมห้างเซ็นทรัลที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี การก่อวินาศกรรมในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน การก่อวินาศกรรมนอกพื้นที่ครั้งล่าสุด ก่อนที่จะมีระเบิดที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในช่วงการ หาเสียง เลือกตั้ง ที่ จ.พัทลุง และสตูล

ซึ่งหลังสิ้นเสียงระเบิด หน่วยงานใน ส่วนกลาง จะออกมา ฟันธง ว่าเป็นเรื่องของการเมือง แต่สุดท้ายเมื่อผ่านการสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวน นั่นคือ ตำรวจ ผลที่ปรากฏคือ เป็นฝีมือของ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดน และไม่เคยที่จะมีหลักฐานว่า มีนักการเมืองคนไหน ทั้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในส่วนกลาง กลายเป็น มาสเตอร์มายด์ แม้แต่ครั้งเดียวครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งแรกที่มีการโอนคดีให้กับ กองปราบ เพราะรัฐบาลต้องการที่จะสาวไปถึง มาสเตอร์มายด์ หรือผู้บงการ ซึ่งหากทราบถึง มาสเตอร์มายด์ ว่าเป็นใคร อาจจะพบจุดเชื่อมโยงถึงนักการเมือง ตามที่รัฐบาลและกองทัพต้องการ

และหากในการสืบสวนสอบสวนของ กองปราบ ไม่พบว่าจุดเชื่อมโยงระหว่าง มาสเตอร์มายด์ กับนักการเมือง รัฐบาล และกองทัพ ก็จะได้สิ้นสงสัย ว่าระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของคนในพรรคการเมือง รัฐบาล และกองทัพ จะได้เชื่อมั่นว่าปฏิบัติการที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร เป็นฝีมือของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น เพื่อที่รัฐบาลและกองทัพจะได้หายระแวงสงสัย และสามารถแก้ปัญหาได้ตรงประเด็น

เพราะที่ผ่านมาเมื่อเกิดระเบิดขึ้น รัฐบาลและกองทัพมักจะไม่ยอมรับว่าเป็นปฏิบัติการของขบวนการแบ่งแยกดินแดน โดยอ้างว่าไม่มีองค์กรไหนออกมารับผิดชอบ ทั้งที่หน่วยงานความมั่นคงนั้นทราบดีว่า ปฏิบัติการทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 15 ปีเต็ม ก็ไม่เคยมีขบวนการไหนออกมารับผิดชอบ เพียงแต่รู้กันและเข้าใจได้ว่าเป็นปฏิบัติการของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่มีขบวนการบีอาร์เอ็นเป็น มาสเตอร์มายด์

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ถ้า กองปราบ สรุปได้ว่า ระเบิดทั้งหมดไม่ใช่เรื่องของ การเมือง ในประเทศ ที่รัฐบาลหวาดระแวงว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเพื่อ ดิสเครดิต หรือทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาล ก็อยากให้รัฐบาลและกองทัพยอมรับถึงข้อเท็จจริง ยอมรับถึงปฏิบัติการของ บีอาร์เอ็น ว่ามีอยู่จริง และปฏิบัติการได้จริง เพื่อที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง

มิฉะนั้น กรุงเทพฯ และคนใน เมืองหลวง จะกลายเป็น ตัวประกัน ที่ขบวนการบีอาร์เอ็นใช้ในการต่อรองกับรัฐบาลและกองทัพ ในสถานการณ์การต่อสู้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะวันนี้บีอาร์เอ็นสรุปบทเรียนแล้วว่า การ ต่อรอง หรือการ บีบบังคับ ให้รัฐบาลและกองทัพเป็นไปตาม เกม ของ    บีอาร์เอ็นนั้น ต้องปฏิบัติการนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น จึงจะส่งผลสะเทือนต่อรัฐบาลและกองทัพ

เพราะการก่อวินาศกรรมในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ไม่ได้ทำให้รัฐบาลและกองทัพสะดุ้งสะเทือนได้อีกแล้ว เนื่องจากการปฏิบัติการก่อการร้ายในพื้นที่เป็นเรื่อง ปกติ ที่เกิดขึ้น และประชาชนในพื้นที่ก็รับได้แล้วกับเหตุการณ์ รายวัน ที่เกิดขึ้นถ้า...ระเบิดที่กรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่อง การเมือง หากรัฐบาลและกองทัพยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนกับขบวนการบีอาร์เอ็น ว่าจะใช้ กำปั้นเหล็ก หรือ ถุงมือกำมะหยี่ ในการแก้ปัญหาการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับแต่นี้ไปการก่อการร้ายจะไม่ได้ถูก จำกัด อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่ ระเบิด จากฝีมือของ แนวร่วม ขบวนการบีอาร์เอ็น จะเกิดได้ในทุกพื้นที่ ซึ่งบีอาร์เอ็นเห็นว่ามี จุดอ่อน และเป็นจุด ยุทธศาสตร์ ซึ่งจะเป็นงานหนักทั้งของรัฐบาลและกองทัพ และที่สำคัญประชาชนที่ไม่ได้รับรู้ในเรื่องความ ขัดแย้ง คือ เหยื่อ ของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

สุดท้าย...ที่สำคัญ ถ้าเกิดมีระเบิดขึ้นในหัวเมืองต่างๆ นอกพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ เป็นระยะๆ ประเทศจะเดินหน้าอย่างไร นี่ต่างหากที่รัฐบาลและกองทัพจะต้องพิจารณาเพื่อหาทางออกจากความ ขัดแย้ง โดยยอมรับความจริงและหาทางออกจากความ ขัดแย้ง เพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้น วันนี้มีความมั่นคงของ ประเทศ เป็นเดิมพันแล้วนั่นเอง.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง