อนุทินเคาะ3.8พันล้านเทให้'สสส.'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562 00:00:07 น.

ทำเนียบฯ * สสส.เฮ รมว.สาธารณสุขไฟเขียวงบ 3,800 ล้านเพิ่มจากปีที่แล้ว 100 ล้าน พร้อมขับเคลื่อนกัญชาทางการแพทย์ หนุนทำงานควบคุมเหล้า-ยาสูบ เดินหน้าทำงานลงฐานรากในพื้นที่ระดับชุมชน

เมื่อวันศุกร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ใน ฐานะประธานกรรมการสำนัก งานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วยนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะรองประ ธานกรรมการกองทุนฯ คนที่ 1 เข้าร่วมประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 7/2562 ซึ่งถือเป็น การประชุมครั้งแรกภายหลังเข้ารับตำแหน่ง

นายอนุทินกล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนการดำเนินงานประจำปี 2563 ซึ่งมีกิจกรรมโครง การต่างๆ ในปีนี้มีงบประมาณ 3,800 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้ว 100 ล้านบาทที่จะใช้ดำเนินการเพื่อเสริมประสิทธิภาพงาน อาทิ การควบคุมยาสูบระดับเขตและจังหวัด, ขับเคลื่อนงานศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนอำเภอเสี่ยง 283 อำเภอ, สนับสนุนขับเคลื่อนด้านวิชาการ การใช้กัญชาทางการแพทย์ ให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดจากการใช้กัญชา กัญชง หรือพืชสมุนไพรอื่นๆ

นายอนุทินกล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบโครงการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ  โดยกรมควบคุมโรคทำหน้าที่เสริมความเข้มแข็งการควบคุมแอลกอฮอล์และยาสูบผ่านคณะทำงานระดับชาติ เขต จังหวัด และอำเภอ จนถึงระดับชุมชน ขยายพื้นที่ดำเนินการให้ครอบคลุม ป้องกันนักสูบนักดื่มหน้าใหม่ผ่านสถานศึกษาทุกระดับ ดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพสถานศึกษาปลอดบุหรี่และสุรา  เป็นการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง สสส.และ สธ.

"ผมพร้อมสนับสนุน สสส. และภาคีเครือข่าย แต่ขอให้สสส.เน้นการทำงานลงไปถึง พื้นที่ ลงถึงชุมชนเพื่อให้ประชา ชนได้ประโยชน์อย่างแท้จริง เพราะ สสส.เป็นพลังที่จะช่วยให้การทำงานตามนโยบายของรัฐบาลถูกนำไปปรับใช้อย่างแท้ จริง" นายอนุทินระบุ

เขากล่าวว่า ในที่ประชุมได้พูดถึงบุหรี่ไฟฟ้าประเด็นมีความพยายามนำเข้า แล้วสื่อ สารอ้างว่าช่วยให้ลดเลิกบุหรี่ได้ แต่ในความเป็นจริงกรมควบคุมโรคยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีพิษภัยและห้ามนำเข้า 100  เปอร์เซ็นต์ หากจะนำเข้าต้องมีการแก้กฎ หมาย ซึ่งในยุคนี้คงไม่มีใครทำ เรื่องแบบนั้นเพราะจะเป็นอันตรายต่อเด็กและเยาวชน แม้จะมีนิโคตินในปริมาณน้อยกว่า แต่หากสูบผลลัพธ์ก็คือการ เสพติดอยู่ดี  ดังนั้นฝากให้กรม ควบคุมโรคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสื่อสารสร้างความเข้า ใจถึงพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า

มีรายงานว่า ก่อนการประชุมนายอนุทินได้ถอดสูทและนำผู้ร่วมประชุมออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย 12 ท่าบริหารร่างกายสไตล์ไทย ประกอบด้วย 1.ท่าเตรียมพร้อม 2.ท่าสวัสดี 3.ท่ายักไหล่ 4.ท่าบัวตูมบัวบาน 5.ท่ากระทบไม้ 6.ท่าไผ่ลู่ลม 7.ท่า นกขมิ้น 8.ท่ารำไทย 8.ท่าชกมวย 9.ท่าแจวเรือ 10.ท่าเหวี่ยงแห 11.ท่าดำนา และ 12.ท่าท้องฟ้า โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ ท่ากายบริหารดังกล่าว สธ., สสส.และกระทรวงแรงงานได้ร่วมกันพัฒนา เพื่อให้คนทำงานได้บริหารร่างกายก่อนปฏิบัติงานหรือในช่วงเวลาต่างๆ ระหว่างวัน เนื่องจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า  ประชากรวัยทำงานทั่วโลกประสบปัญหาจากการทำงานจนส่งผลให้สุข ภาพแย่ลง และจากผลสำรวจสุขภาพประชากรไทยพบว่าวัยทำงานเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน ซึ่งการบริหารร่างกายจะส่งผลดีต่อร่างกาย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อและสมอง ช่วยให้ปอดและหัวใจแข็งแรงขึ้น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง