คอลัมน์: ผู้หญิงท่องโลก: เที่ยวบ้านนอกเมืองฝรั่ง (2)

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562 00:00:25 น.

จากกรุงเทพฯ มาด้วยความรู้สึกว่า ทำไมชีวิตมันถึงต้องร้อนรน เร่งรีบ และเหน็ดเหนื่อยกันเหลือเกิน ดิฉันเลยจะพามาดูว่าเมืองฝรั่งมังค่าแถวบ้านนอกแบบนี้เขาใช้ชีวิตกันอย่างไรบ้าง

เมืองที่มาชื่อว่าเมือง Annecy เป็นเมืองเล็กๆ อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส วิธีการก็คือขึ้นเครื่องบินจากเมืองไทยแล้วมาต่อเครื่องที่โดฮา จากนั้นมาลงที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ และนั่งรถบัสมาเมืองนี้ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีก็ถึงแล้ว

เมือง Annecy ออกเสียงคล้ายๆ อานน์ซี มีส่วนที่เป็นโซนเมืองเก่าๆ และส่วนที่เป็นเมืองใหม่ ดิฉันพักอยู่ไม่ไกลจากโซนเมืองเก่า พอเดินไปเดินมาถึงกันได้ไม่ยาก วันหนึ่งเดินกันหลายรอบ ช่วงที่มาถึงเป็นเวลาประมาณ 4 โมงเย็นของที่นี่ ซึ่งเมืองไทยก็จะประมาณ 3 ทุ่ม เวลาจะต่างจากเมืองไทย 5 ชั่วโมง เมืองไทยจะค่ำเร็วกว่า เพราะเห็นพระอาทิตย์ก่อน อากาศช่วงเดือนสิงหาคม เป็นช่วงฤดูร้อน แต่วันที่เดินทางมาถึงมีฝนตก เลยทำให้ไม่ร้อนมากนัก แต่หลังจากนั้นพระอาทิตย์ก็ทำงานอย่างยาวนานจัดจ้าไปจนถึงสามทุ่มของที่นี่ หรือตีสองบ้านเรา

วันที่เดินทางมาถึงตรงกับวันอังคาร ซึ่งเป็นวันทำงาน แต่ก็มีผู้คนเต็มเมือง ส่วนใหญ่มากันเป็นแบบครอบครัว ทั้งคนแก่ และน่าสังเกตว่ามีประชากรเด็กและประชากรหมาที่เจ้าของจูงเดินเที่ยวเล่นกันทุกหนแห่ง

สันนิษฐานว่า คนที่มาน่าจะเป็นคนที่มาจากเมืองอื่นๆ  เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ทำให้บรรยากาศของเมืองกลายเป็นเมืองแห่งการพักผ่อน สบายๆ ผู้คนเดินดูข้าวของตามร้านเล็กๆ ที่เปิดอยู่ตามบ้านเรือนเก่าๆ มีทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าถือ สินค้าที่เป็นแบรนด์ดังๆ มาเปิด และอีกส่วนเป็นลักษณะงานฝีมือ เช่นงานเขียน ภาพวาด ร้านหนังสือ เสื้อผ้า ร้านทำช็อกโกแลต ร้านทำขนมปัง ร้านขายของที่ระลึก ร้านขายกระเป๋าสานแบบเมืองไทย แต่ราคาแพงกว่ากันมาก

แต่ที่ดูจะเป็นไฮไลต์ของการเดินถนน น่าจะเป็นการกินไอศกรีม ซึ่งมีหลายร้าน แต่ละร้านมีคนเข้าแถวต่อคิวกันยาวเหยียด จากนั้นแต่ละครอบครัวก็เดินถือไอศกรีมโคนกันคนละหนึ่งแท่ง สนนราคาก็ประมาณ 5-10 ยูโรได้ ตอนนี้ค่าบาทไทยแข็ง คิดง่ายๆ เอา 34 คูณเข้าไป ก็ตกอันละ 170 บาท ข้อแนะนำคือเวลาจะกินไม่ควรคิด เพราะคิดแล้วจะกินไม่ลง ของพวกนี้บางทีต้องยอมเสียเงินกินสำหรับคนที่ชอบ เพราะอุตส่าห์เสียเงินค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก ข้ามน้ำข้ามทะเลมา การกินอันนี้ถือเป็นการชิม เป็นการเรียนรู้ให้เข้าใจว่า ทำไมถึงได้รับความนิยม ทำให้มีคนต่อแถวกันยาวเกือบทุกร้านได้ขนาดนี้

ถ้าจะถามถึงร้านประเภทอื่นๆ ก็คือ ร้านเบียร์ ร้านไวน์ ที่ตั้งอยู่รอบคลองน้ำ มีเบียร์และอาหารกินแกล้มนิดหน่อย แต่สไตล์การกินเบียร์ของเขาจะเป็นแบบเดินมาเหนื่อยแล้วนั่งพัก ซดเบียร์แทนน้ำสักแก้วสองแก้วแล้วเดินต่อ ถ้าหิวก็สั่งไส้กรอกมากินเล่นๆ นิดหน่อยแล้วก็เดินต่อ ไม่ได้เป็นแบบกินแล้วนั่งปักหลักกันจนเมามาย

ส่วนพวกที่เป็นนักดื่ม ต้องมาเจอกันช่วงค่ำๆ มีร้านที่คนนั่งกินเบียร์กันแบบเป็นเรื่องเป็นราว แถมมีช่วง Happy Hour  บอกไว้ด้วย

นอกจากอาคารบ้านเรือนที่เก่าแก่ ความสูงไม่เกินสองสามชั้น ดูสวยงามแบบคลาสสิก แต่ได้รับการนำมาใช้ประโยชน์ ทำให้ดูเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีชีวิตเพราะบ้านเรือนไม่ถูกปล่อยให้ยืนเหงาแล้ว

ในเมืองยังมีคลองน้ำเป็นแนวยาว มีสะพานข้าม มีดอกไม้ปลูกและออกดอกหลากสี สวยงาม  ทำให้เหมาะกับการเป็นพร็อพถ่ายรูปโดยแท้จริง

แต่สิ่งที่เรียกความสนใจจากบรรดาหนูน้อย และสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้ คือ เป็ดที่ดำผุดดำว่ายอยู่ในคลอง เป็ดท่าทางจะมีความสุข คนที่มายืนดูเป็ดก็มีสีหน้าเบิกบาน แจ่มใสไปด้วย มีเสียงหัวเราะ เสียงตะโกนของเด็กๆ ดังตลอดเวลา แต่ก็ไม่มีใครทำท่ารำคาญ เพราะฟังแล้วมันเป็นเสียงของความสุขโดยแท้

ถัดไปอีกหน่อยเป็นท่าเรือ มีทะเลสาบ และมีภูเขาอยู่ตรงหน้า มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวล่องเรือในทะเลสาบได้ ตารางเรือมีเป็นรอบๆ วันละหลายรอบ ใช้เวลารอบละประมาณ 1 ชั่วโมง

ถนนที่จะเดินไปลงเรือ มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ที่ร่มรื่น มีเก้าอี้ขนาดใหญ่ให้นั่งพักร่ม มีทะเลสาบอยู่ตรงหน้าให้มอง มีคนวิ่ง มีคนเดินออกกำลังกาย มีคนนั่งชมวิวทิวทัศน์ และมีคนนั่งคุยกัน

พอลงเรือแล่นไปรอบทะเลสาบ ถึงได้เห็นว่าที่นี่เป็นเมืองสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง เพราะยังมีคนจำนวนมากที่ไปนั่งเล่นกันอยู่ที่หาดทราย ว่ายน้ำ พายเรือ มีบ้านเรือนกระจายตัวออกไปตามเส้นทางภูเขาอีกจำนวนมาก ดูทุกคนใช้ชีวิตกับกิจกรรมส่วนตัวอย่างเพลิดเพลินใจ

จากกรุงเทพฯ มาด้วยความเร็วของการใช้ชีวิตแบบเต็มพิกัด ความเร่งรีบในการปฏิบัติภารกิจในชีวิตประจำวันให้เสร็จสิ้น ถ้าเทียบกับรถวิ่งด้วยความเร็วอย่างต่ำ 180 ตลอด ครั้นมาเจอการใช้ชีวิตของผู้คนที่เมืองเล็กๆ แห่งนี้ ทำให้เข็ม ความเร็วถอยลงไปอยู่ที่ระดับไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พอเราช้าลง เราก็เริ่มมองเห็นความงดงามที่อยู่รอบตัวมากขึ้น

หากใช้ความเร่งรีบ เป็นหนึ่งในดัชนีที่ใช้วัดคุณภาพการใช้ชีวิตของผู้คน และหากใช้เสียงหัวเราะ เป็นตัวบอกว่าชีวิตมีความสุข ที่เมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ที่ชื่อ Annecy แห่งนี้ เป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์ความสุขของผู้คนได้แน่นอน

เพราะชีวิตที่นี่ดูง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ครอบครัวหรือคนที่รักกันได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกัน ได้ออกกำลังกาย ได้กินอาหาร กินขนม นั่งดื่มด้วยกัน คุยกัน เดินเที่ยวดูแหล่งท่องเที่ยว อาคารบ้านเรือน ทำกิจกรรมที่ชอบ ชมงานฝีมือจากความคิดสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันก็รับความสะดวกสบายจากเทคโนโลยีตามสมควร ที่สำคัญดูไม่ต้องระแวงภัยตลอดเวลา

ชีวิตคนเราสั้นนักเมื่อเทียบกับสรรพสิ่งที่อยู่รอบกาย การใช้ชีวิตที่มีความสุข ถือเป็นศาสตร์สำคัญที่เราควรเรียนรู้จากผู้คนในบ้านอื่น เมืองอื่นของโลกนี้ไว้บ้างก็ดีไม่น้อย

ส่วนรู้แล้ว เห็นแล้ว จะเอามาใช้ให้ตัวเองมีความสุขได้หรือไม่ บางทีก็เป็นเรื่องกรรมใครกรรมมันเหมือนกัน เพราะบางคนรู้มาก เห็นมาก เดินทางทั้งโลก แต่กลับคิดไม่ได้ ก็มีให้เห็นอยู่ไม่น้อยเช่นกัน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง