หลวงพี่ทุย วัดทุ่งเศรษฐี เทศนาธรรม บุญจากการตอบแทนพระคุณพ่อแม่ อย่าทำตามกระแสสังคม

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562 00:00:11 น.
สราวุฒิ ศรีธนานันท์

หลวงพี่ทุย หรือพระครูสังฆรักษ์วิทยาเจ้าอาวาสวัดทุ่งเศรษฐี ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ได้เทศนาธรรมในวันเข้าพรรษาที่ผ่านมาให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มาทำบุญวันเข้าพรรษาฟัง โดยกำหนดล่วงหน้าว่าใกล้จะถึงวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งกำหนดให้เป็นวันแม่แห่งชาติ จึงเป็นโอกาสที่จะให้ทุกคนฟังธรรม

หลวงพี่ทุยกล่าวว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า สิ่งที่ทุกคนต้องปฏิบัติ จะละเว้นมิได้คือ การตอบแทนพระคุณพ่อ พระคุณแม่ ซึ่งอยู่ในหลักการหลักใหญ่ในพระพุทธศาสนา ในหัวข้อ การกตัญญูกตเวทิตา ผู้ใดได้ตอบแทนพระคุณพ่อและพระคุณแม่ถือว่าเป็นมงคลอันประเสริฐ ที่จะหาบุญใด ธรรมใดเปรียบเทียบมิได้ แม้แต่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังเสด็จลงมาโลกมนุษย์เพื่อเทศน์โปรดพระมารดา

ในประวัติหลักธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังปฏิบัติกับโยมมารดาเยี่ยงสามัญชน จะเห็นได้ในวันออกพรรษา เดือน 11 ขึ้น 15 ค่ำ เป็นวันที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์เพื่อลงมาโปรดโยมมารดา ให้โยมมารดาได้รับฟังธรรม ได้ถวายภัตตาหารให้กับพระพุทธองค์ ซึ่งเป็นการทำบุญใหญ่หลวงยิ่งนัก และยิ่งได้เทศนาธรรมโปรดโยมมารดา บิดา ยิ่งเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่มาก

แตในสังคมปัจจุบันนี้ การตอบแทนพระคุณพ่อ-พระคุณแม่น้อยมาก และที่บาปหนักยิ่งขึ้นไปอีก หากไปทำร้ายพ่อ ทำร้ายแม่ แม้แต่คิดยังไม่ได้ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้บัญญัติว่า กุลบุตร กุลธิดาใดที่ทำร้ายพ่อ ทำร้ายแม่ และทำร้ายพระอรหันต์ให้ได้รับบาดเจ็บแค่ห้อเลือด ทำมิได้ หากเป็นพระภิกษุเป็นผู้ปฏิบัติ ถือว่าพระภิกษุนั้นต้องอาบัติ ปาราชิก ขาดจากความเป็นพระ หากมนุษย์คนใดทำร้ายพ่อ ทำร้ายแม่ถึงแก่ชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่ถึงกับเสียชีวิต แค่เป็นแผลเล็กน้อยก็ได้ชื่อว่า ปิตุฆาต และมาตุฆาต ตายไปจะตกนรก บุญที่ทำยังไม่เท่ากรรมที่ก่อขึ้นด้วยตนเอง

จากข่าวคราวตามหน้าหนังสือพิมพ์ที่อ่านพบ ตามทีวีที่ดู ตามวิทยุที่ฟัง พบว่าข่าวคราวนำเสนอเรื่องบุตรธิดาทำร้ายพ่อ ทำร้ายแม่ มีเกือบทุกวัน ที่หนักไปกว่านั้นคือ ลูกชายข่มขืนแม่ของตนเอง พ่อข่มขืนลูกสาวของตนเอง บางครั้งลูกสาวอายุไม่ถึง 10 ขวบ ถูกพ่อข่มขืนแล้ว จะเป็นลูกของตนเองโดยแท้หรือว่าลูกบุญธรรมก็แล้วแต่ล้วนแต่เป็นเรื่องที่เลวทรามมาก ถ้าเป็นทางโลกจะกล่าวว่า เลวทรามยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน เลวทรามเกินที่จะอภัยให้ได้ ถ้าเป็นพระจะกล่าวว่า เลวมหันต์ ถ้าทางสังคมจะกล่าวว่า เลวบัดซบ ชั่วช้าที่สุด เรียกว่า หมาจะเกิด แต่ไปชิงหมาเกิด เลวแบบไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน การกระทำแบบนั้นแยกได้เป็น 2 ประเภท ตั้งใจ กับไม่ตั้งใจ ประเภทตั้งใจคือ มีเจตนา ภาษากฎหมายจะใช้คำว่า เตรียมการไว้ก่อน วางแผนไว้แล้วจึงปฏิบัติ ความผิดมาก โทษสูงมาก แต่ถ้าไม่ได้เตรียมการ ประเภทตกกระได พลอยโจน อย่างนั้นถือเหตุซึ่งหน้า อาจเกิดจากอาการตกใจ เป็นอารมณ์ชั่ววูบ ทางกฎหมายถือว่าเป็นการป้องกันตัว โทษจะน้อยลง อย่างไรก็ตามหลักของศาสนาพุทธถือว่าผิด และไม่ควรปฏิบัติ

นอกเหนือจากการที่ลูกไม่ดูแลพ่อแม่แล้วยังเป็นลูกที่ทำร้ายพ่อแม่ทางอ้อม เช่น ไปติดยาเสพติด และมั่วสุมเชิงชู้สาว ลักเล็กขโมยน้อย หรือทำตัวเป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ ทำร้ายเพื่อน จนทำให้พ่อแม่เป็นทุกข์ พ่อแม่บางรายทุกข์หนักถึงขนาดเสียชีวิตเพราะตรอมใจเรื่องลูกประพฤติชั่ว ไม่ประพฤติดี สังคมก่นด่าพ่อแม่ว่าเลี้ยงลูกไม่ดี ถ้อยคำเหล่านี้เราจะพบบ่อยๆ ไอ้ประเภทที่ทำให้พ่อแม่และสังคมเดือดร้อน ประเภทนี้มิใช่บาปหนา แต่เป็นบาปหนักอีกด้วย พวกเราทุกคนต้องมาร่วมกันแก้ปัญหาสังคมเหล่านี้

ทำไมรัฐบาลจึงต้องให้นักกฎหมายออกกฎหมายว่า ถ้าลูกไปแข่งรถบนถนนหลวง ส่งผลให้ผู้คนที่สัญจรไปมาเดือดร้อนและได้รับบาดเจ็บจนเสียชีวิต หรือพิการ พ่อแม่ต้องมีความผิดทางกฎหมายด้วย หากไม่มีเงินเปรียบเทียบปรับ หรือประกันตัว พ่อแม่กับตัวลูกที่ไปก่อเหตุติดคุกทั้งหมด รับโทษทุกคน แม้มีผู้ร้องเรียนว่าไม่เป็นธรรมกับพ่อแม่ที่ต้องมารับโทษแทนลูก แต่นักกฎหมายและสังคม กล่าวโต้ว่า "ก็คุณเลี้ยงลูกไม่ดีเอง" มันเป็นความเจ็บปวดของพ่อแม่ยิ่งนักหากมีลูกอย่างนั้น

วันแม่ใช่ว่าจะมีวันเดียว วันแม่สำหรับลูกต้องมีทุกวันถึงจะถูกต้อง อย่าคิดว่าพอถึงเวลาวันแม่ ซื้อข้าวซื้อของ เงินทองดอกไม้ไปฝากแม่มากมาย แต่วันธรรมดาไม่ได้คิดถึงแม่เลย 1 ปีคิดถึงแม่ครั้งเดียว ปีละ 1 ครั้ง คิดอย่างนี้ ปฏิบัติอย่างนี้ไม่ถูกต้อง คิดผิด ทำไมแม่ไม่มีวันลูก ปีละ 1  วัน เหมือนลูกคิดว่ามีวันแม่ครั้งเดียวในรอบปี ถ้าพ่อแม่คิดว่ามีวันลูกวันเดียวที่ลูกสำคัญ อีก 364 วันไม่ใช่ ถ้าพ่อแม่คิดอย่างที่ลูกคิด ประชากรทั่วโลกคงไม่เพิ่มขึ้นทุกวันจนจะล้นโลกอยู่แล้ว

มันมีภาพยนตร์หรือสารคดีอยู่เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งซึ่งติดยาเสพติดขนาดหนักจนถึงขั้นทำร้ายแม่ของตนเอง ส่วนตัวเองก็ต้องไปติดคุกเพราะยาเสพติดถึงคิดถึงแม่ได้ และร้องไห้ในคุก เรื่องของเรื่องมีว่า เด็กผู้ชายคนนี้กำพร้าพ่อ มีแต่แม่กับน้องชาย ช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำมาก แม่ลำบากเพราะขายของไม่ได้ ตนเองกำลังจะเรียนจบ ปวช. อยากเรียนต่อ ถ้าตนเองเรียนต่อ น้องชายก็ไม่ได้เรียน เพราะฐานะทางบ้านไม่ดีนัก คิดมากจนเป็นโรคซึมเศร้า เพื่อนๆ ถาม จึงปรึกษาเพื่อน เพื่อนบอกว่าอย่าคิดมาก ปัญหาทุกอย่างแก้ได้ แล้วเพื่อนก็แนะนำให้เสพยา บอกว่าถ้าเสพยาแล้วจะสบายใจ ไม่ต้องคิดมาก ก็เลยเชื่อเพื่อน เสพจนติด ต้องเสพทุกวัน ปัญหาคือเงินไม่มีซื้อยาเสพ เริ่มขโมยข้าวของในบ้านไปขาย แม่ถามก็โทษน้อง จนวันหนึ่งแม่จับได้ แม่ร้องไห้และถามลูกว่า ไหนลูกเคยบอกแม่ว่าลูกอยากเป็นตำรวจ แล้วทำไมทำอย่างนี้ แม่พยายามอ้อนวอนให้เลิกก็ไม่ยอมเลิก วันหนึ่งอยากยาอย่างหนัก ขอเงินแม่แม่ไม่ให้ ผลักแม่จนหงายหลัง ได้รับบาดเจ็บต้องเข้าโรงพยาบาล และเป็นวันเดียวที่ลูกถูกจับเข้าห้องขังในโรงพัก ความคิดของตนในเวลานั้นคิดว่า คิดถึงเพื่อน ประเดี๋ยวเพื่อนๆ ต้องมาเยี่ยม และช่วยเหลือเราออกไป ปรากฏว่าไม่มีเพื่อนคนไหนมาเยี่ยม จน 2 ทุ่มน้องชายมาเยี่ยม ถามถึงแม่ น้องชายบอกว่าแม่ถูกพี่ผลักจนล้ม แขนหัก ยังอยู่ที่โรงพยาบาล ตนร้องไห้โฮทันทีที่น้องชายพูดจบ  อยากฆ่าตัวตายมากในเวลานั้น

วันรุ่งขึ้นแม่มาเยี่ยม พร้อมข้าวมันไก่ 1 กล่อง และน้ำอัดลมที่ชอบ แม่บอกว่า เป็นไงบ้างลูก แม่กอดเรานอกคุก ใช้มือโอบเข้ามาในลูกกรงคุก ทั้งๆ ที่แขนแม่เจ็บเพราะเรา แม่บอกว่าแม่ซื้อของที่ลูกชอบมาให้ ไม่ต้องกลัว แม่จะหาหนทางช่วยลูกให้ได้ ลูกไม่ต้องกลัว ความคิดในเวลานั้นถ้าออกจากคุกจะเลิกคบเพื่อนทุกคน จะเรียนต่อจนจบเพื่อแม่

สารคดีเรื่องนี้จบ ทุกคนในห้องประชุมใหญ่ประมาณกว่า 1,000 คนร้องไห้กันทั้งห้องประชุม คนที่ออกมาเล่าเรื่องนี้คือตัวลูกที่ติดยาเสพติดหลังจากพ้นโทษแล้ว เขาเล่าเรื่องเตือนใจถึงภัยยาเสพติดให้ทุกคนฟังแบบไม่อายใคร และเรื่องเพื่อนกินนั้นหาง่าย แต่เพื่อนตายหายาก เพราะเพื่อนตายของทุกคนคือพ่อและแม่ ที่เป็นเพื่อนตายของลูกทุกคน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง