คอลัมน์อาทิตย์เอกเขนก: ธนกร วีรชาติยานุกูล ปั้น'อุดรฯ'สู่'ไมซ์ ซิตี้'

ข่าวเศรษฐกิจ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

จังหวัดอุดรธานีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีความน่าสนใจที่มีแผนพัฒนาให้จังหวัดเป็นฮับของตลาดไมซ์ คือจังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีความพร้อมเป็นเมืองศูนย์กลางการจัดประชุมสัมมนาการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลและการจัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ (MICE City) ขณะเดียวกันภาคเอกชนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับจังหวัดอุดรธานีให้เป็นเมืองที่มีศักยภาพในทุกด้าน

ซึ่งครอบครัว "วีรชาติยานุกูล" เป็นอีกหนึ่งภาคธุรกิจที่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองของจังหวัดอุดรธานีมาตลอด โดยที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาศูนย์การค้าภายใต้ชื่อ ยูดี ทาวน์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีของคนในพื้นที่ โดยการบริหารของ ธนกร วีรชาติยานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด และได้คลุกคลีกับการทำธุรกิจมาอย่างยาวนาน

คุณธนกร เล่าถึงชีวิตส่วนตัวให้ฟังว่า "ผมเป็นคนอุดรธานีโดยกำเนิด เมื่อกว่า 50 ปีที่แล้วในอุดรฯ การเรียนการสอนด้านภาษาจีนมีไม่มากนัก หากแต่คุณพ่อคุณแม่เล็งเห็นความจำเป็นว่าควรมีพื้นฐานภาษาเพื่อใช้ในการต่อยอดธุรกิจในอนาคต โดยสิ่งเหล่านี้มีส่วนช่วยผมในการบ่มเพาะความมีระเบียบวินัยในการอยู่ร่วมกับคนหมู่มาก สร้างภาวะความเป็นผู้นำ และสร้างความอดทนได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ คุณธนกร ได้เล่าให้ฟังก่อนที่จะมาบุกเบิก ยูดี ทาวน์ ให้ฟังอีกว่า พื้นฐานครอบครัวประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการเกษตร มีโรงงานแป้งมัน โรงสีข้าว และโรงงานน้ำตาล ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมไม่ชอบทางนั้นเท่าไหร่ เพราะคิดว่ากลไกด้านราคาสินค้าขึ้นอยู่กับพ่อค้าคนกลางมากเกินไป (เรียกว่า "หยง") และมักจะ

โดนกดราคาลงเมื่อช่วงนั้นๆ มีปริมาณพืชไร่ออกสู่ตลาดมาก อีกทั้งราคารับซื้อเข้าสูง แต่ต้องขายออกในราคาถูกอยู่บ่อยๆ

ต่อมาเมื่อเรียนจบเป็นช่วงจังหวะที่ธุรกิจสื่อสารกำลังเป็นที่รู้จัก ผมจึงมีโอกาสได้เข้ามาอยู่ในธุรกิจสื่อสารกับ DTAC ในรูปแบบของการค้าปลีก (เปิดร้าน DTAC shop 8 สาขา) และทำร้านค้าส่ง (ดูแลเรื่องกระจายสินค้า) ต่อมาช่วง พ.ศ.2538-2558 การทำธุรกิจค้าปลีกทำให้ผมมีโอกาสเรียนรู้เรื่องรายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ ในฐานะผู้เช่าพื้นที่มากขึ้น ภายหลังในช่วงที่ธุรกิจสื่อสารกำลังเติบโตกลับเกิดความไม่มั่นคงขึ้น

และด้วยบริษัทแม่ทยอยลดขนาดพื้นที่ที่ดูแลลง จากเดิมมี 11 จังหวัดในภาคอีสานตอนบน ลดเหลือแค่ 6 จังหวัด ก่อนที่ท้ายที่สุดจะเหลือเพียง 1 จังหวัดในปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่ผมตัดสินใจหยุดกิจการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสื่อสารลง พร้อมๆ กับในเวลานั้น ยูดี ทาวน์ เดินมาถึงปีที่ 8 และเราสามารถจับทิศทางธุรกิจได้แล้ว ผมมองว่าถ้าในอดีตเราช่วยเขาสร้างแบรนด์จนติดตลาดได้ เราก็ต้องเอาพลังและประสบการณ์ตรงนั้นมาปั้นแบรนด์ของตัวเองจนเป็นที่รู้จักได้เช่นกัน

ในส่วนของการมาบุกเบิกการพัฒนาศูนย์ประชุมสัมมนานั้น คุณธนกร เล่าถึงแผนการพัฒนาให้เราฟังว่า จังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพเป็นอันดับต้นๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีและสามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศจำนวนมาก ด้านการคมนาคมขนส่งของจังหวัดอุดรธานีมีครบทุกด้าน ทั้งทางรถยนต์ เครื่องบิน และรถไฟ ด้วยความที่มีปริมาณเที่ยวบินเข้า-ออกรวมกันมากกว่า 56 เที่ยวบินต่อวัน ทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยว นักธุรกิจที่เดินทางมาอุดรฯ มีกว่า 3.7 ล้านคนต่อปี ในปี 2561 และคาดว่าจะถึง 4 ล้านคนในปี 2562

ประกอบกับทางภาครัฐเองมีนโยบายในการผลักดันให้อุดรธานีเป็น ไมซ์ ซิตี้ ด้วยปัจจัยบวกเหล่านี้ เรามองไปถึงความเป็นไปได้ของมลฑาทิพย์ ฮอลล์ ที่จะเข้ามาเติมเต็มและสร้างความพร้อมในการรองรับการจัดงานแสดงสินค้า การประชุมสัมมนา และกิจกรรมต่างๆ ได้ในระยะยาว โดยใช้เงินลงทุนสร้างศูนย์ประชุมแห่งนี้กว่า 800 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้างและตกแต่ง 2 ปี รองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 คน และคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการผลักดันให้จังหวัดอุดรธานีไปถึงเป้าหมายในการเติบโตเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม ไมซ์ได้เร็วขึ้น

ส่วนการดำเนินในส่วนของศูนย์ประชุมนั้น คุณธนกร เล่าให้ฟังอีกว่า ผมได้ส่งไม้ต่อให้กับลูกๆ และเป็นเรื่องที่โชคดีที่ในระหว่างลูกๆ เรียนอยู่ต่างประเทศ เขายอมรับ เข้าใจและรับรู้ความเป็นไปของธุรกิจครอบครัวผ่านแต่ละกลุ่มไลน์ ทำให้พอเรียนจบกลับมาเมืองไทยก็สามารถที่จะต่อ ยอดกับพี่ๆ ในที่ทำงานได้เลย โดยวางแผนไว้ว่าลูกสาวคนโต (น้องเอิร์น-อภิชา) เขาออกแนว creative ช่างคิด จึงเหมาะที่จะดูแลยูดี ทาวน์ ให้มีสีสัน ส่วนลูกชาย (น้องเอิร์ธ-ภาสกร) เป็นแนว functional จึงเหมาะที่จะบริหารศูนย์ประชุมและศูนย์จัดงานแสดงสินค้ามลฑาทิพย์ ฮอลล์

"ผมเป็นคนมุ่งมั่น ทำอะไรก็ทำให้เต็มที่ โดยยึดปรัชญาที่ว่า "คิด=>ทำ=>สำเร็จ" รวมถึงสอนลูกๆ ทั้งสองคน ว่าการจะทำอะไรให้สำเร็จ เราต้องมีคนรอบข้างหรือบริวารที่ดีคอยหนุน ซึ่งคนเหล่านี้เราต้องดูแลให้ดีและใส่ใจในคุณภาพชีวิตของเขา ธุรกิจถึงจะยั่งยืนและมั่นคง และผมมองว่าเราต้องค่อยๆ โต อย่ารีบร้อน เราต้องเดินให้มั่นคงไปเรื่อยๆ".

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ