คอลัมน์: เวทีสาธารณะ: 9 ข้อเสนอมาตรการและนโยบาย 'คุ้มครอง' ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562 00:00:09 น.
มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม

ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน และภาคประชาสังคม ได้มีการดำเนินงานหลายประการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก ผู้หญิง และบุคคลในครอบครัว และการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ นับตั้งแต่ที่พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.50 มีผลบังคับใช้มาแล้วจนถึงปัจจุบัน เป็นระยะกว่า 10 ปี

โดยพบว่ามีข้อจำกัดหลายประการ คือ (1) ผู้เสียหายไม่รู้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ขาดความรู้จึงไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพ (2) กระบวนการยุติธรรมต้นทาง (ตำรวจชั้นพนักงานสอบสวน) ไม่รับแจ้งเหตุ มองว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว จึงทำให้เกิดการกระทำรุนแรงซ้ำ (3) ทัศนคติของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพ ที่เป็นทัศนคติเชิงลบ เหมารวม ตำหนิ และกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของผู้ถูกกระทำ ส่งผลให้ผู้ถูกกระทำถอดใจ และไม่อยากดำเนินการใดๆ เพื่อสวัสดิภาพของตนเองหรือเข้าถึงสิทธิ

(4) การปฏิบัติงาน ในกระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพ ขาดทักษะการช่วยเหลือ เช่น ด้านกฎหมาย การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูเยียวยา และการประสานส่งต่อ ฯลฯ (5) กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพขาดระบบ รูปแบบ การสร้างความร่วมมือ ระหว่างเครือข่าย และการสนับสนุนการทำงานกับกลไกภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ในการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เป็นรูปธรรม

(6) ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงไม่มีพื้นที่ในการบอกเล่าสถานการณ์ปัญหา และนำเสนอความต้องการเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น จึงส่งผลให้เกิดนโยบาย การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดจากการทบทวนสถานการณ์ และกลไกการทำงานด้านความรุนแรงและการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้ประสบปัญหาความรุนแรง และผู้ถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคมสนับสนุนการทำงานร่วมกับกลไกภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ในการบริหารจัดการรายกรณี (CM ) และถอดบทเรียน ขยายผลสู่ภาคนโยบายทำให้เกิดแนวทางปฏิบัติและการจัดสรรงบประมาณที่เป็นรูปธรรมแก่กลไกคุ้มครองสวัสดิภาพและคุ้มครองสิทธิ อีกทั้งมุ่งเน้นไปที่การเปิดพื้นที่รับฟังเสียงผู้ประสบปัญหา/ผู้ถูกละเมิดสิทธิ/ผู้ถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ ข้อคิดเห็น และข้อเสนอต่อการแก้ไขปัญหาความรุนแรงจากมุมมองผู้ประสบปัญหา/ผู้ถูกละเมิดสิทธิ/ผู้ถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาไปสู่การแก้ไขทั้งในเชิงปฏิบัติการและระดับนโยบายในองค์กรที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกันได้มีข้อเสนอต่อ นายเลิศปัญญา บูรณะบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เพื่อเป็นแนวทางในมาตรการและนโยบายด้านการคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 สิงหาคม 2562 ดังต่อไปนี้คือ

1.มีความชัดเจนในการควบคุมผู้กระทำด้วยความรวดเร็ว มีสถานที่ในการควบคุมผู้กระทำเพื่อไม่ให้กลับมาทำร้ายเราได้อีก (ทำไมผู้หญิงต้องออกจากบ้าน) 2.ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบมีการประชา สัมพันธ์เกี่ยวกับศูนย์ส่งเสริมและคุ้มครองครอบครัว ร่วมกับเขต และผู้นำชุมชนในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่องและตลอดไป 3.ควรมีนักสังคมสงเคราะห์ทุก โรงพยาบาล ทั้งโรงพยาบาลรัฐบาลและเอกชน รวมถึงชุมชนและชนบทต่างๆ ควรมีคลินิกให้คำปรึกษาเรื่องความรุนแรงกระจายอยู่ทั่วประเทศ

4.มีการจัดการให้ความรู้ ความเข้าใจ จัดการอบรมให้กับหน่วยงานตำรวจ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 อย่างทั่วถึง เพื่อความเข้าใจ และบังคับใช้กฎหมายอย่างชัดเจน ถูกต้องและเป็นธรรม 5.ถ้าเกิดเหตุ ผู้ประสบเหตุมีการแจ้งความต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถแจ้งประสานไปยังศูนย์ส่งเสริมและคุ้มครองได้ทันที (ตามมาตรา 25)

6.ให้ผู้ถูกกระทำความรุนแรงได้มีส่วนร่วม ในการกำหนดมาตรการบำบัดผู้กระทำความรุนแรงร่วมกับศูนย์ส่งเสริมและคุ้มครองครอบครัว 7.กำหนดระเบียบ วิธีปฏิบัติ ตามมาตรา 37 ให้ชัดเจนว่า "กรณีจำเป็นเร่งด่วน" แค่ไหนเพียงใด  และกำหนดให้หัวหน้าศูนย์มีอำนาจออกคำสั่งคุ้มครอง "ชั่วคราวได้เท่าที่จำเป็น" ระยะเวลาเท่าไหร่ และหากผู้กระทำฝ่าฝืนคำสั่งจะมีบทลงโทษอย่างไร

8.ให้ศูนย์ส่งเสริมและคุ้มครองครอบครัวมี ระบบจัดการอย่างเป็นระบบ การรับเรื่องควรมีเจ้าหน้าที่ที่มีความเข้าใจ แนะนำ หรือแจ้งสิทธิ และชี้ช่องทางในการช่วยเหลือ การติดต่อประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำ โดยการส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 9.ศูนย์ส่งเสริมและคุ้มครองครอบครัว สามารถดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุด เพื่อให้ผู้ประสบปัญหาได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง