คอลัมน์: ซุบซิบการบ้านนินทาการเมือง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562 00:00:24 น.

ปมถวายสัตย์ปฏิญาณของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ยังคงเป็นประเด็นทางการเมืองที่ฝ่ายค้านต้องการให้นายกฯ เข้ามาชี้แจงในสภา แม้สัปดาห์ที่ผ่านมาจะผ่านมาได้เพราะต้องไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกฯ แต่สัปดาห์ต่อๆ ไปหากเป็น "ไฟต์บังคับ" ในกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรให้นายกฯ เข้าชี้แจง ก็คงไม่พ้นต้องจับไมค์ตอบคำถามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งคำถาม ยกเว้นขั้นตอนในทางกฎหมายได้ข้อกระจ่างเป็นข้อยุติเสียก่อน และหากฟังคำพูดของ  พล.อ.ประยุทธ์ ที่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าข้อสรุปจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน "ผมเชื่อมั่นว่าผมทำครบถ้วนกระบวนการอยู่แล้ว เรื่องอื่นๆ ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย กระทำเฉพาะพระพักตร์...ผมมีขั้นตอนของผมอยู่แล้วในการแก้ปัญหาของผม ซึ่งผมมีฝ่ายกฎหมายของผม ดังนั้นผมก็ต้องฟัง อะไรที่จะมีผลกระทบไปอื่นๆ ต้องระวังให้มากที่สุด เข้าใจไหม  เพราะเรื่องนี้ผมกระทำต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้เข้าใจให้ตรงกัน"

การเคลื่อนตัวของกระบวนการตามกฎหมาย ในการหาคำตอบเรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณขณะนี้อยู่ที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน รอส่งไปยัง "ศาล" เพื่อชี้ขาด โดยคาดว่าการประชุมผู้ตรวจฯ ครั้งต่อไปในวันที่ 27  ส.ค.คงมีการพิจารณา "บิ๊กอู๊ด" พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ระบุว่าตามขั้นตอนแล้วจะมีการรวบรวมข้อเท็จจริง ประเด็นข้อกฎหมายและอาจจะต้องมีการสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ถูกร้องคือนายกฯ ด้วย เมื่อได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนแล้วจะนำพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งปกติแล้วการสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องซับซ้อนก็จะให้เวลา 30 วัน ถ้าไม่ซับซ้อนจะให้เวลา 15 วัน ในกรณีนี้น่าจะถือว่าเป็นเรื่องไม่ซับซ้อน 15 วันก็น่าจะเพียงพอ พร้อมย้ำว่า "ผู้ตรวจฯ ไม่ได้หนักใจ เราเป็นองค์กรอิสระ ไม่ประสงค์ที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง การพิจารณาเป็นอิสระยึดตามข้อเท็จจริง พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายไม่มีใครมากดดันได้"

เรียกว่า "เรือเหล็ก" โคลงเคลงเป็นระยะจากสภาพรัฐบาล "เสียงปริ่มน้ำ" คำอธิบายของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถึงกรณี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวตในสภาถึง 2 ครั้งเรียกได้ว่า "คิดบวก" เพราะความขรุขระที่เกิดขึ้นจะได้ใช้เป็นโจทย์ให้คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิป รัฐบาล ทำงานกันหนักขึ้น ทั้งในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  และรัฐมนตรีที่ติดภารกิจมาเข้าร่วมลงคะแนนไม่ทัน ดังนั้นการประสานงานในอนาคตต้องมากขึ้น เหล่าบรรดา "วิปรัฐบาล" ที่นำโดย "วิรัช รัตนเศรษฐ" คงต้องทำงานกันอย่างเข้มข้นในทุกสัปดาห์

ปิดท้ายด้วยกิจกรรมตามแบบฉบับของนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ ฟอร์ด เส้นทางสีแดง แกนนำกลุ่มประชาชนรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญ ที่เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายชวน  หลีกภัย ประธานรัฐสภา ตามที่ได้เปิดแคมเปญรวบรวมรายชื่อประชาชนจำนวน 50,000 รายชื่อ ก่อนจะเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อประธานรัฐสภา โดยขอให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งฉบับ และนำรัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้ เพื่อใช้เสียงของ ส.ส.และ ส.ว.ในสภาในการแก้รัฐธรรมนูญ จากนั้นจึงค่อยมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ ทั้งในส่วนของ ส.ส.และ ส.ว.เพื่อให้ได้รัฐสภาที่มาจากเสียงของประชาชนอย่างแท้จริงต่อไป สำหรับวิธีการแก้รัฐธรรมนูญที่เสนอโดยพรรคฝ่ายค้านนั้น "เอกชัย" มองว่าเป็นวิธีการที่ล่าช้า และต้องผ่านกระบวนการตามมาตรา 256 ถึง 2 ครั้ง จึงเป็นไปได้ยากกว่าการเข้าชื่อร่วมกันแก้ไขโดยภาคประชาชน.

บรรยายใต้ภาพ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง