คอลัมน์: สาระสุขภาพ แพทย์แผนไทย: ขมิ้นชันทดแทนยาแผนปัจจุบันลดผลข้างเคียง ชูธงการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจครบวงจรตั้งแต่ปลูกจนแปรรูป

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562 00:00:57 น.
วัชรีพร คงวิลาด
panthaibook@hotmail.com

ขมิ้นชันเป็นยาสมุนไพรตัวหนึ่งที่เล่าขานเรื่องราวสรรพคุณอย่างครอบคลุมหลายโรคอย่างน่าทึ่ง ทั้งยังสามารถใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก เข้ายาตำรับได้หลายชนิด ใช้เป็นยาเดี่ยวก็ปลอดภัย จนเป็นหนึ่งในยาสมุนไพรที่ได้รับการบรรจุไว้ในยาสมุนไพรสาธารณสุขมูลฐานแต่แรก จุดเด่นใช้ในระบบทางเดินอาหาร รักษาโรคกระเพาะ และแผลในกระเพาะอาหาร แก้ท้องอืด เฟ้อ และประทินผิว เป็นเครื่องสำอางกลางบ้านมาแต่ยุคโบราณ ใช้ทั้งด้านการบำรุงผิว และรักษาโรคผิวหนัง

ในปัจจุบันขมิ้นชันเป็น 1 ใน 4 สมุนไพรด่าวเด่น สมุนไพร Product Champion ที่ถูกผลักดันจากนโยบายรัฐที่ส่งเสริมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสมุนไพร ผ่านแผนแม่บทว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรปี 2560-2564 (สมุนไพร 4 ชนิด คือ ขมิ้นชัน ใบบัวบก ไพล กระชายดำ) และข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ในปี 2562 ตลาดสมุนไพรที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 18,200 ล้านบาท และอาจแตะระดับ 20,000 ล้านบาท ในปี 2563

จากการที่นโยบายภาครัฐด้านสาธารณสุขส่งเสริมให้โรงพยาบาล/สถานพยาบาลใช้สมุน ไพรทดแทนยาแผนปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น กอรปกับเทรนด์การดูแลสุขภาพทางเลือก รวมไปถึงคนรุ่นใหม่ๆ เองก็บริโภคสมุนไพรมากขึ้น มีความรู้ในการใช้สมุนไพรมากขึ้นตามด้วยผลจากการใช้สมุนไพรเป็นวัตถุดิบเครื่องสำอาง กลุ่มธุรกิจการแพทย์และความงามมีความต้องการใช้สูง

สารสำคัญในขมิ้นชันที่เรารู้จักแพร่หลาย คือ สารเคอคิวมินอยด์ ซึ่งพบว่ามีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ ในวงการแผนปัจจุบัน ขมิ้นชันถูกขึ้นทะเบียน อย. สามารถใช้แทนยาแผนปัจจุบันในการบรรเทาปวดจากโรคข้อเสื่อม ซึ่งสามารถลดปวดบวมแดงของข้อเข่าเสื่อม แทนยาต้านการอักเสบไอบูโปรเฟน ซึ่งเป็นยาแผนปัจจุบัน และออกฤทธิ์ในการรักษาได้ไม่แตกต่าง แต่ผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยาขมิ้นชันสกัดไม่มี แต่ยาไอบูโปรเฟนมีผลต่อกระเพาะอาหาร ทำให้เป็นแผลและปวดมวนท้อง ขมิ้นชันจึงเป็นทางเลือกในการใช้รักษากลุ่มผู้ป่วยข้ออักเสบได้ดี

ในตำรายาไทยได้กล่าวถึงสรรพคุณไว้มากมาย ทำหน้าที่เป็นทั้งตัวยาหลักและตัวยาเสริมในยาตำรับอื่นๆ มากมาย อยู่ที่ดุจพินิจหมอผู้ตั้งยารักษา กล่าวได้ว่าเป็นยากินก็ได้ทาก็ได้ เหมือนที่โบราณท่านมักกล่าว

การใช้ภายใน ช่วยเจริญอาหาร ยาบำรุงธาตุ ฟอกเลือด แก้ท้องอืดเฟ้อ แน่น จุกเสียด ลดน้ำหนัก ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ อาการดีซ่าน แก้อาการวิงเวียน แก้หวัด แก้อาการชัก ลดไข้ ขับปัสสาวะ รักษาอาการท้องมาน แก้ไข้ผอมแห้ง แก้เสมหะและโลหิตเป็นพิษ โลหิตออกทางทวารหนักและเบา แก้ตกเลือด แก้อาการตาบวม แก้ปวดฟันเหงือกบวม มีฤทธิ์ระงับเชื้อ ต้านวัณโรค ป้องกันโรคหนองใน แก้ท้องเสีย แก้บิด รักษามะเร็งลาม ใช้ภายนอก ช่วยลดอาการฟกช้ำบวม ปวดไหล่และแขน บวมช้ำและปวดบวม แก้ปวดข้อ สมานแผลสดและแผลถลอก ผสมยานวดคลายเส้นแก้เคล็ดขัดยอก แก้น้ำกัดเท้า แก้ชันนะตุ แก้กลากเกลื้อน แก้โรคผิวหนังผื่นคัน สมานแผล รักษาฝี แผลพุพอง ลดอาการแพ้ อักเสบจากแมลงสัตว์กัดต่อย ตำใส่แผลห้ามเลือด รักษาผิว บำรุงผิว

ส่วนการใช้ในปัจจุบันจะนิยมเป็นยาเม็ดแคปซูล ซึ่งมีทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์การเภสัชกรรม และโรงพยาบาล และภาคเอกชน บริษัทยาต่างๆ ผลิตจำหน่าย นอกจากนี้ยังใช้ภายนอกในรูปแบบครีมนวด น้ำมันนวด ใช้แบบผง แบบสด รวมไปถึงเครื่องสำอางพวกสบู่และโลชั่น ซึ่งมีผลิตภัณฑ์มากมายหลากชนิด

ในทางเศรษฐกิจสมุนไพรขมิ้นชันยังเป็นสมุนไพรที่มีอนาคต ทั้งการปลูกและการแปรรูป ด้วยข้อบ่งชี้ด้านประโยชน์และสรรพคุณที่มีประสิทธิภาพและไร้ผลข้างเคียงน้อยถ้าใช้อย่างถูกวิธี แต่ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพของขมิ้นชันให้โดดเด่นคือการปลูกแบบอินทรีย์ (Organic) ต้องเกิดขึ้นอย่างจริงจัง การที่จะได้ยาดีมีคุณภาพและประสิทธิภาพย่อมต้องมาจากกระบวนการผลิตที่ปราศจากการใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีต่างๆ และต้องผลิตในระบบปลอดสารพิษด้วย ไม่เช่นนั้นแล้วยานั้นก็ไม่ต่างจากยาพิษ

จากข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ได้รวบรวมราคาขมิ้นชันไว้ คือ หัวสด 15-18 บาท/กิโลกรัม หัวแห้ง 50-60 บาท/กิโลกรัม หัวหั่นตากแห้ง 100 บาท/กิโลกรัม ผงขมิ้น180-200 บาท/กิโลกรัม กลุ่มนี้จะใช้ในการผลิตอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ยา และน้ำมันหอมระเหย/สารสกัดขมิ้นชัน ราคา 8,000 บาท/กิโลกรัม จะนำไปใช้ในวงการอาหารเสริม ยา เครื่องสำอางที่ใช้เครื่องจักรทันสมัย จะเห็นได้ว่าขมิ้นชัน สามารถตอบโจทย์ได้หลากหลายมิติทั้งเศรษฐกิจ สุขภาพ การเกษตร อุตสาหกรรม นับเป็นโอกาสทองของคนไทยในการพัฒนาและยกระดับขมิ้นชันแบบครบวงจรได้

ย่อหน้าสุดท้าย ฝากสูตรน้ำอัญชัน-ขมิ้นชัน ไปทำเครื่องดื่มดูแลสุขภาพ นำดอกอัญชัญสัก 10 ดอกต้มกับน้ำให้เดือด จะได้น้ำสีน้ำเงิน รินเอาแต่น้ำใส่แก้ว แล้วนำน้ำขมิ้นคั้นสดสัก 1 ช้อนโต๊ะใส่ แล้วคนให้เข้ากัน ดื่มดูแลสุขภาพ สำหรับผู้เป็นเบาหวานค่ะ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง