ข่าวอินโฟเควสท์
16:59 ซีอีโอ "ซาอุดี อารามโค" ยัน จะเริ่มการผลิตน้ำมันได้อย่างเต็มที่ภายในสิ้นเดือนนี้   สื่อต่างประเทศรายงานการเปิดเผยของนายเอมิน นาสเซอร์ ซีอีโอของ…
15:54 ผู้ประท้วงหลายพันคนออกมาเดินขบวนในฮ่องกง หลังกลุ่มสนับสนุนจีนแห่ทำลายกำแพงเลนนอน   ผู้ประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตยของฮ่องกงจำนวนหลายพันคนได้ออกมา…
15:34 อินเดียยังคงพยายามติดต่อยาน "วิกรัม" ก่อนครบกำหนดเส้นตายภารกิจสำรวจดวงจันทร์วันนี้   องค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย (ISRO) พยายามที่จะติดต่อกับยา…
14:46 "เฟซบุ๊ก" ระงับให้บริการหลายหมื่นแอพพลิเคชั่น เซ่นคดีคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล   บริษัทเฟซบุ๊ก อิงค์เปิดเผยว่า บริษัทได้ระงับการให้บริการหลายหมื่…
13:10 "แอปเปิล" เฮ หลังรัฐบาลสหรัฐอนุมัติคำขอยกเว้นภาษีนำเข้าชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์   สำนักงานผู้แทนการค้าและบันทึกราชการของสหรัฐระบุว่า หน่วยงานกำกับดู…

คอลัมน์: รักชาติไทยด้วยใจอดทน: ทรัมป์ ... พี่น้องชินฯ ... อนค. สร้างความกลัว ความเกลียดชิงชัง จะทำชาติพัง เพราะไร้ความคิดเพื่อชาติ

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562 00:00:49 น.
ไทยทน

นักการเมืองไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่แสดงท่าทีที่ก้าวร้าว เน้นเพียงเรื่องการสร้างภาพ "ผู้ร้าย" และให้ตนเองเป็น "พระเอก" เข้ามากอบกู้สถานการณ์ แต่ยิ่งแสดงแต่เพียงความก้าวร้าวเพื่อสร้างความกลัว หรือความเกลียดชัง กลับสะท้อนความ "ไร้กึ๋น" ไร้ความคิด ที่จะหาวิธีการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่แท้จริง

โดนัลด์ ทรัมป์ สื่อสารสร้างความโกรธเกลียดคนนั้นคนนี้ ทำสงครามการค้า สร้างภาพจีนเป็น "ผู้ร้าย" ทำให้สหรัฐอเมริกาต้องเสียดุลการค้า สร้างภาพเกาหลีเหนือว่าเป็นความเสี่ยงด้านอาวุธสงครามนิวเคลียร์

เรื่องคนตกงานที่สหรัฐอเมริกาเป็นปัญหาใหญ่ในสังคม ทรัมป์ก็พยายามสร้างภาพว่าเป็นเพราะประเทศจีนเป็นต้นเหตุ...ต้องสร้างสงครามการค้า...ต้องขึ้นกำแพงภาษี

มีแต่ความพยายามสร้างความโกรธเกลียดชิงชัง เช่นต่อประเทศจีน แต่ไม่ได้สื่อความจริงว่า การที่จีนสามารถผลิตสินค้าต่างๆ ได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง และขนสินค้าข้ามน้ำข้ามทะเลมาขายได้ดีกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่สินค้าจีนชนะก็เพราะเขาขายสินค้าได้ในราคาที่ต่ำกว่าและก็ต้องมีคุณภาพที่ใช้ได้ จึงทำให้ขายได้ดี จนสหรัฐอเมริกาต้องขาดดุลการค้าต่อจีนพุ่งขึ้น 11.6% ในปีที่แล้ว แตะระดับ 4.192 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์!

การขาดดุลนี้แก้ไม่ได้ด้วยความก้าวร้าว แก้ไม่ได้ด้วยมาตรการไม่สร้างสรรค์ แม้ทรัมป์จะพูดจาก้าวร้าวได้ใจคนที่ยากจนซึ่งเจ็บปวดหัวใจ แต่ก็ไม่ได้เห็นสติปัญญา และไม่ได้วิธีการในการแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด

ข่มขู่ว่าจะขึ้นภาษีสรรพสามิต ใช้คำพูดลักษณะว่า "We will be taxing the hell out of China" คือ "เราจะเก็บภาษีจากจีนเต็มที่ระดับนรกไปเลย" แต่ที่จริงแล้ว คนที่ต้องจ่ายค่ากำแพงภาษีก็คือคนอเมริกันเอง

ในที่สุดเมื่อ 13 ส.ค. หลังประกาศขึ้นภาษีจีนชุดล่าสุดได้แค่ 12 วัน สหรัฐก็ประกาศเลื่อนการบังคับใช้การขึ้นภาษีสินค้าชุดนี้ "บางรายการ" ออกไป จากเดิม 1 ก.ย. เป็น 15 ธ.ค. รวมทั้งสินค้าประเภทโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์แล็ปท็อป เครื่องเล่นวิดีโอเกม รองเท้า เสื้อผ้า โดยทรัมป์ระบุว่า เลื่อนการขึ้นภาษีสินค้าจีนบางส่วนเพื่อไม่ให้ชาวอเมริกันต้องจับจ่ายซื้อข้าวของแพงขึ้นในช่วงเทศกาลคริสต์มาส!

ก็ชัดเจนว่าการขึ้นกำแพงภาษีมีการหวังผลให้สินค้าที่นำเข้าแพงขึ้น เพื่อให้กิจการในประเทศขายสินค้าได้ นั่นคือผู้ที่ต้องแบกภาระจ่ายค่าภาษีมากขึ้น ที่สุดแล้วก็คือคนอเมริกันนั่นเอง!

ย้อนกลับไปที่สหรัฐจะมีนโยบายขัดขวางกิจการในสหรัฐในการทำธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ย ในที่สุดก็ต้องถอยกลับ และความก้าวร้าวของทรัมป์นั้นกลับทำให้นานาประเทศไม่ไว้ใจสหรัฐที่จะมีอำนาจผูกขาดในเรื่องใดๆ อีก เพราะวันดีคืนดีอาจใช้วิธีการที่คนมากมายต้องเดือดร้อนได้

เดิมนานาชาติอาจนิยมใช้ Microsoft, Google, Facebook, Apple นิยมชมภาพยนตร์จาก Disney หรือ อื่นๆ แต่หากสหรัฐ วางอำนาจและใช้อำนาจเกินตัวเช่นนี้ นานาชาติก็อาจจะเริ่มต้อง เตรียมการหาทางเลือก ไม่ให้จำเป็นต้องจำนนต่อสหรัฐตลอดไป

และความที่เทคโนโลยีและสินค้าของหัวเว่ยก็มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อกิจการจำนวนมากของกิจการสหรัฐ และรัฐบาลจีนก็ประกาศมาตรการตอบโต้ เช่น การไม่ส่งออกแร่หายาก Rear Earth ให้กับสหรัฐ รวมถึงการทบทวนการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐ ก็ทำให้ในที่สุดทรัมป์ก็ต้องถอยกลับก่อนหน้านี้ไปแล้วเช่นกัน

ทรัมป์จึงกลายเป็นเหมือนตัวตลกในตลาดโลก พูดจาก้าวร้าวสะใจ แต่ไร้ความคิด ไร้ทฤษฎี ในที่สุดก็ไม่ได้วิธีที่แท้จริงสำหรับการแก้ไขปัญหา

ของไทยก็คล้ายกัน จำได้สมัยทักษิณพยายามสร้างภาพว่านักการเมืองรุ่นเก่าทำชาติเข้าวิกฤติ ทั้งๆ ที่รัฐบาลที่นำประเทศเข้าสู่วิกฤติต้มยำกุ้ง คือรัฐบาลบิ๊กจิ๋ว ซึ่งนายทักษิณ ชินวัตร เป็นรองนายกฯ บริหารงานจนชาติแทบไม่เหลือทุนสำรองฯ ในที่สุดจึงต้องทำสัญญากับ IMF เพื่อกู้เงินดอลลาร์เข้ามาเติมในกองทุนสำรองฯ

กลับใช้เป็นคำตำหนิทุกคน รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเข้ามาแก้ไขวิกฤติที่ตนสร้างไว้จนแข็งแกร่ง ประเทศมีเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ทุนสำรองฯ กลับมามีในระดับพอเพียง สถาบันการเงินกลับมาทำงานได้ ประเทศอย่างฟิลิปปินส์ หรืออินโดนีเซียยังฟื้นตัวได้น้อยกว่าของประเทศไทย แต่เมื่อทักษิณกลับมาเป็นนายกฯ ก็ได้ใช้สถานะที่ฟื้นตัวมากมายจากสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ก่อนหน้า ก็ไม่ได้ให้ประชาชนรับรู้แต่อย่างใด

พอยุคน้องสาวก็ประกาศช่วยชาวนาด้วยนโยบายจำนำข้าวที่ราคาตันละ 15,000 บาท ฟังดูดี อ้างตัวเป็นวีรบุรุษ วีรสตรี แต่ไร้ความรู้ ความคิด ทฤษฎี เพราะการกำหนดราคาสูงกว่าจุดดุลยภาพของอุปสงค์และอุปทานเช่นนั้น ราคาที่สูงขึ้นย่อมทำให้คนอยากเข้ามาผลิตมากขึ้น ซึ่งที่สร้างปัญหามากคือ การรับจำนำทุกเมล็ด ทำให้ชาวนาแข่งกันปลูกมากขึ้นและอายุสั้นลง เป็นข้าวคุณภาพต่ำกันมากขึ้น

ในด้านอุปสงค์การกำหนดราคาสูงขึ้น ก็ทำให้มีความต้องการบริโภคน้อยลง และยิ่งทำให้ปัญหาบานปลาย ปริมาณข้าวรับจำนำใหม่สูงกว่าที่สามารถระบายได้ในทุกๆ รอบปี ข้าวจึงสะสมมากขึ้นๆ กลายเป็นข้าวเน่า ข้าวหาย กลายเป็นนั่งร้าน ข้าวระบายรัฐต่อรัฐปลอม ฯลฯ และสุดท้ายแอบออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หวังคืนเงินโกงชาติพี่ชายตี 3 ตี 4 จนเป็นที่ต่อต้านของประชาชนโดยทั่วไป

ทรัมป์ก้าวร้าว...ไร้ความคิดทฤษฎี... กำลังจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐต้องถดถอย ไม่มีการพัฒนาในทางที่ดี
พี่น้องชินฯ รอบหลังนี้ก็ก้าวร้าว ไร้ทฤษฎี...ได้ทำให้ชาติ ต้องแบกภาระภาษีสูงถึงกว่า 500,000 ล้านบาท

อนาคตใหม่ก็คล้ายๆ กัน เน้นความกร่าง เสียงดัง ก้าวร้าว พูดแต่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญๆๆๆ หยุดสืบทอดอำนาจๆๆๆ แต่กลับไม่ได้เห็นการเสนอความคิดดีๆ มาเสนอแข่งกันให้ประชาชนเห็น

ขอให้ทุกคนได้บทเรียนว่า การสร้างความกลัว ความเกลียดชิงชัง... จะทำชาติพัง เพราะไร้ความคิดเพื่อชาติ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง