คอลัมน์: ท่านขุนน้อย: โจทย์สำหรับทุกๆ กลุ่มทุกๆ ฝ่าย

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 00:00:27 น.
ณ ลีลาแห่งบุปผากระบี่

เห็นข่าวแวบๆ...ว่าพรรคประชาธิปัตย์ยุค อเวนเจอร์ เขาตั้งเป้ากะจะกวาดเก้าอี้ ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้าให้ได้ ถึง 155 เก้าอี้เอาเลยถึงขั้นนั้น ซึ่งก็เป็นอะไรที่คงต้องอนุโมทนาไว้ก่อนล่วงหน้า เพราะเท่าที่แทบ สูญพันธุ์ ไปในสนาม กทม.เมื่อคราวเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทั้งที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของพรรคการเมืองพรรคนี้มาโดยตลอด ต้องเรียกว่า...เป็นอะไรที่น่าหดหู่ น่าเวทนา ไม่ว่าสำหรับผู้คนในพรรค หรือผู้สังเกตการณ์นอกพรรค เอามากๆ...

ส่วนมันจะ อเวนเจอร์ หรือ แอดเวนเจอร์เรอร์ ไปได้ถึงขั้นไหน เป็นไปตามเป้าหมายที่กะๆ เอาไว้หรือไม่ เพียงใด อันนั้นคงต้องรอดูกันอีกที แต่ถ้าดูจากหน่วยก้าน ลีลา ของผู้ซึ่งมีส่วนในการตั้งเป้า วางเป้า ไปจนขับเคลื่อนเป้าหมายที่ว่านี้ อย่างเช่น คุณพี่ จ้อน-อลงกรณ์ พลบุตร เป็นต้น ก็น่าจะเรียกว่า ไม่เบา หรือออกจะ เอาเรื่อง อยู่พอสมควรเหมือนกัน คือเป็นอะไรที่ถนัดในการหักแหก แหวกแนว มาตั้งแต่ครั้งเป็นหนุ่มๆ เรียกว่า...ถึงขั้นเอาโปสเตอร์โฆษณาหาเสียงของตัวเอง ไปติดไว้บน ยอดตาล เมืองเพชรบุรี ส่งผลให้ชาวเมืองเพชรที่ชอบลองของแปลก ของใหม่ ออกมาเทคะแนนเสียงให้ จนกลายเป็น ส.ส.เพชรบุรี มาได้ตั้งแต่สมัยแรก...

เช่นเดียวกับคุณน้อง ไก่-จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และอดีตเลขาธิการพรรคคนเก่า ลูกชายหัวแก้ว หัวแหวน ของคุณพี่ โกศล ผู้วายชนม์ไปนานแล้ว ที่ได้เน้นให้เห็นถึงกรรมวิธีการในมุ่งไปสู่เป้าหมาย และการบรรลุเป้าหมาย ด้วยการ ปฏิรูปทางเทคโนโลยีในทุกๆ มิติ หรือ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า...เราต้องทิ้งกรอบความคิดเดิมๆ ทั้งหมด เพราะ (ยุคนี้) เป็นโลกของการสื่อสาร ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม แต่โดยความจริงคือเราต้องสู้บนเวทีของโลกการสื่อสาร... หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ต้องหันมาให้ความสำคัญกับ โลกเสมือนจริง หรือ โลกโซเชียลมีเดีย ทั้งหลายนั่นเอง...

แต่สิ่งหนึ่งที่คุณน้อง ไก่-จุติ ได้พูดไว้ในระหว่างการตั้งเป้าหมายที่ว่า และออกจะน่าสนใจ น่าคิด น่าสะกิดใจ เอามากๆ นั่นก็คือคำพูดที่ว่า...คนรุ่นใหม่มองประวัติศาสตร์แค่ 5 ปีย้อนหลัง เขาจึงไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำมาคืออะไร สิ่งที่นายทักษิณ อดีตนายกฯ ทำร้ายประเทศมีอะไรบ้าง จึงเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เมื่อเราพยายามสื่อสารถึงเขา ว่านายทักษิณทำอะไรไว้บ้าง แต่คนแทบไม่สนใจเลย เพราะคนในโซเชียลมีเดียสนใจแต่เรื่องตัวเอง สนใจแต่เรื่องอนาคตในวันข้างหน้า จึงเป็นโจทย์ว่า...เมื่อโลกวันนี้เป็นแบบนี้ ถ้าเราขายของเราต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการซื้ออะไร พรรคจึงต้องหาคนรุ่นใหม่ที่เก่งไอทีมาเสริมทัพ ทิ้ง กรอบเดิมๆ ที่เคยหาเสียง เพราะในโลกปัจจุบัน (โลกสื่อสาร) เป็นโลกของความสนใจเพียงแค่ 4 วินาที ที่ต้องช่วงชิงมาให้ได้ ถ้าทำได้...ก็จะช่วยเราทวงความเป็นแชมป์กลับคืนมา...

นี่...อันนี้ต้องเรียกว่า คงต้องเก็บไปคิดกันประมาณ 5 ตลบ 8 ตลบเป็นอย่างน้อย และคงไม่ได้แค่หยิบมาคิดๆ กันในหมู่พวก อเวนเจอร์ หรือในหมู่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพียงเพื่อจะกวาดเก้าอี้ ส.ส.ให้ได้เป็นร้อยๆ อะไรทำนองนั้น เพราะไม่ว่าใครก็ตาม จะเป็นพรรคการเมือง นักการเมือง หรือไม่เป็นก็แล้วแต่ แต่ถ้ายังมีชีวิตอยู่ภายใน โลกแห่งความเป็นจริง คงหนีไม่พ้นต้องหยิบเอาเรื่อง โลกเสมือนจริง โลกแห่งการสื่อสาร หรือ โลกโซเชียลมีเดีย ที่คุณน้อง ไก่-จุติ ได้พูดๆ เอาไว้ อันเป็นโลกที่ชักจะมีบทบาท อิทธิพล ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ชนิดที่พรรคเก่า พรรคแก่ อย่างพรรคประชาธิปัตย์ยังต้องหันมา อเวนเจอร์ มา ไอที กันอย่างเป็นระบบ มาใคร่ครวญ พิจารณา กันโดยละเอียด รอบคอบ แม้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่อง เก้าอี้ ส.ส. ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย...

เพราะสำหรับ ความเป็นชาติ-บ้านเมือง แล้ว...เรื่องประเภทนี้คงต้องหยิบเอามาคิดๆ เอาไว้ก่อนล่วงหน้า อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้เลย อย่างน้อย...ก็เพื่อไม่ให้ต้องเกิดฉากเหตุการณ์ แบบเดียวกับที่กำลังเกิดๆ อยู่ในเกาะฮ่องกง อันเนื่องมาจาก คนรุ่นใหม่ที่มองประวัติศาสตร์แค่ 5 ปีย้อนหลัง ดังที่คุณน้อง ไก่-จุติ ท่านได้สรุปไว้ ดันออกมาโบกธงชาติอังกฤษ ธงชาติอเมริกัน เพื่อ ประท้วงจีน ซะเฉยเลย หรือแม้แต่ในกรุงมอสโกประเทศรัสเซียทุกวันนี้ก็เช่นกัน คนรุ่นใหม่ ประเภทเดียวกันนี่แหละ ที่ดาหน้าออกมาประท้วงผู้นำรัสเซียซึ่งครองอำนาจมาในตลอดช่วงระยะ 20 ปี ก็คือผู้ที่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 20 ปี หรือผู้ที่เติบโตขึ้นมาใน โลกโซเชียลมีเดีย ซะเป็นหลักนั่นเอง...

กระทั่งประเทศที่เป็น ประชาธิปไตย แบบทั้งแท่ง ทั้งด้าม อย่างอเมริกาและอังกฤษ ภายใต้ความทรงจำทางประวัติศาสตร์อันมีอยู่แค่ไม่เกิน 5 ปีย้อนหลัง และภายใต้ความสนใจแต่ละเรื่อง แต่ละกรณี ในช่วงระยะไม่เกินไปกว่า 4 วินาที มันเลยถึงกับส่งผลให้กระบวนการลงประชามติ เบร็กซิต ในอังกฤษ ไปจนการเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกาคราวล่าสุด จึงเป็นไปในแบบ หักปากกาเซียน ไปด้วยกันทั้งคู่ ดังนั้น...ต้องถือเป็นเรื่องที่ควรหยิบมาคิด หยิบมาใคร่ครวญ กันอย่างเป็นระบบ โดยไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับการที่จะให้ได้มาซึ่ง เก้าอี้ ส.ส. ไม่ว่าจะกี่สิบ กี่ร้อยเก้าอี้ ก็ตามแต่...

เพราะถ้าดันเอา จำนวนเก้าอี้ ส.ส. เป็นตัวตั้งเอาไว้ซะแล้ว...โอกาสที่จะต้อง ตามใจลูกค้า ชนิดทีมงาน อเวนเจอร์ ในพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหลาย อาจต้องแปลงสภาพตัวเองให้กลายเป็น แก๊งไอติม หรือเป็น ฝ่ายค้านอิสระ อย่างคุณหลาน ไอติม ย่อมมีความเป็นไปได้ทุกเมื่อ แต่ถ้าเอา ชาติ-บ้านเมือง เป็นตัวตั้ง โดยไม่คิดจะทิ้งประเพณี วัฒนธรรม หรือค่านิยมแบบเดิมๆ ลงไปโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะคุณธรรม ศีลธรรม และมโนธรรม ฯลฯ ทั้งหลาย ไม่ว่าใคร หรือพรรคการเมืองใด จะกวาดเก้าอี้ ส.ส.มาได้กี่สิบ กี่ร้อย แต่โอกาสที่ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ยังสามารถดำเนินไปภายใต้ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้ต่อไปเรื่อยๆ ย่อมต้องมีความเป็นไปได้ยิ่งขึ้นเท่านั้น...

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก James Freeman Clark ... A politician thinks of the next election; a stateman, of the next generation.- นักการเมืองคิดถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป รัฐบุรุษคิดถึงประชาชนรุ่นต่อไป...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง