คอลัมน์: กาแฟดำ: สายตรงถึงฮ่องกง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562 00:00:47 น.

Joshua Wong แกนนำการประท้วงที่ฮ่องกงบอกผมผ่านการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า แผนการต่อไปของฝ่ายประท้วงคือ1.ให้นักศึกษามหาวิทยาลัยและมัธยมหยุดเรียนตั้งแต่ต้น กันยายนเป็นต้นไป

2.จัดการชุมนุมต่อเนื่องทุกเสาร์อาทิตย์จนถึงวันที่ 1 ตุลาคมเพราะเป็นวันชาติ และปีนี้ครบ 70 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย

ผมถามว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น? เขาตอบว่า "ถึงจุดนั้นค่อยว่ากันอีกที"

โจชัว หว่องบอกว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดตอนนี้คือ จีนได้ระดมทหารและรถถังเตรียมพร้อมไว้ที่เซินเจิ้นตรงข้ามฮ่องกง และหากจีนตัดสินใจสั่งปราบผู้ประท้วงจริง ก็ไม่มีใครรับรองได้ว่าจะไม่เกิดการนองเลือด  และนั่นจะทำให้ฮ่องกงหมดสภาพการเป็นศูนย์กลางทางการเงินและการลงทุนแน่นอน

ผมถามว่าเป้าหมายสุดท้ายของเขาคืออะไร?"Free elections" หรือสิทธิการเลือกตั้งอย่างเสรีในการเลือก ส.ส.และผู้บริหารคนละหนึ่งเสียงเท่าๆ  กัน ไม่ใช่ระบบที่ปักกิ่งเป็นคนเลือกสรรมาให้คนฮ่องกงเลือกอีกทีหนึ่ง

ผมถามว่าโอกาสการเจรจามีหรือไม่?เขาตอบว่า "เราไม่เจรจากับ Carrie Lam ผู้บริหารสูงสุด เพราะเธอไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้  ทุกอย่างอยู่ที่ปักกิ่ง ดังนั้นถ้าจะมีการเจรจา และทางปักกิ่งอยากจะเจอกับตัวแทนผู้เรียกร้องประชาธิปไตย เราก็พร้อม แต่เรื่องใหญ่ตอนนี้คือการที่จีนเตรียมทหารจำนวนมากไว้ที่ชายแดน"

ผมถามว่าเขารู้ไม่ใช่หรือว่า อย่างไรเสียประธานาธิบดีสี จิ้นผิงก็คงไม่ยอมให้คนฮ่องกงมีสิทธิ์เลือกตั้งอย่างเสรีได้ เขาตอบว่า "แต่เรื่องสิทธิเลือกตั้งอย่างเสรีหรือ Universal Suffrage มีระบุไว้ใน Basic  Law ที่เป็นข้อผูกพันระหว่างจีนกับคนฮ่องกง"

ผมถามว่าเขายังเชื่อในระบอบ "หนึ่งประเทศ สองระบบ" หรือไม่ เขาบอกว่า "ตอนนี้มันเหลือหนึ่งประเทศ หนึ่งระบบครึ่งแล้ว"
วันเดียวกันนั้น (วันจันทร์ที่ผ่านมา) สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ยืนยันจุดยืนอันแข็งขันของปักกิ่ง
เนื้อหาหลักคือ ความรุนแรงที่ฮ่องกงกำลังทำลายความเจริญรุ่งเรืองและชื่อเสียงของฮ่องกงในสายตานานาชาติอย่างหนัก

ตอนหนึ่งของแถลงการณ์นั้นบอกว่า "สถานการณ์ในฮ่องกงได้วิวัฒนาการจากการชุมนุมอย่างสันติไปสู่การกระทำผิดทางอาญาโดยคนไม่กี่คน และวิวัฒนาการจากการแสดงความเห็นอย่างสันติไปสู่การท้าทายฟางเส้นสุดท้ายของหลักการ หนึ่งประเทศ สองระบบ"

แถลงการณ์นั้นอ้างว่า มีข้อเท็จจริงและหลักฐานเพิ่มมากขึ้นที่แสดงว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในฮ่องกงนั้น "มีผู้นิยมความรุนแรงอยู่แถวหน้า มีชาวเมืองที่หลงเชื่อคำชักชวนอยู่กองกลาง แต่เบื้องหลังกลับมีกลุ่มอำนาจ 'ต่อต้านจีนและปั่นป่วนฮ่องกง' ทั้งในและนอกฮ่องกงสนับสนุนการใช้ความรุนแรง"

แถลงการณ์ไม่ได้เอ่ยชื่อสหรัฐฯ โดยตรง แต่อ่านแล้วไม่ต้องสงสัยว่าหมายถึงใคร ที่เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแทรกแซงและส่งเสริมให้เกิดความวุ่นวายในฮ่องกง
ข้อที่สามของแถลงการณ์นั้นประกาศชัดเจนว่า"การหยุดความรุนแรง แก้ปัญหาความวุ่นวาย คืนความสงบเรียบร้อยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในเวลานี้..."
แถลงการณ์ยืนยันสนับสนุน Carrie Lam เป็นผู้บริหารสูงสุดต่อไป

"รัฐบาลกลางของจีนสนับสนุนให้แคร์รี หลั่ม เป็นผู้นำของรัฐบาลเขตปกครองพิเศษเพื่อบริหารฮ่องกงตามกฎหมายต่อไป สนับสนุนให้ตำรวจฮ่องกงดำเนินตามกฎหมายอย่างเข้มงวดและเป็นธรรม  สนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานด้านตุลาการของรัฐบาลฮ่องกงลงโทษผู้กระทำผิดโดยใช้ความรุนแรงตามกฎหมาย และสนับสนุนให้ชาวฮ่องกงที่รักชาติช่วยกันปกป้องระบบตุลาการของฮ่องกง"

พรุ่งนี้อ่านแถลงการณ์ฉบับเต็มของสถานทูตจีน มีหลายประโยคที่ต้องขีดเส้นใต้กันหลายเส้นทีเดียว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง