"วีรศักดิ์" หนุนผู้ประกอบการโคนม ใช้เอฟทีเอเปิดทางสินค้าเจาะตลาดโลก

ข่าวเศรษฐกิจ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2562 ที่ผ่านมา นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เป็นประธานเปิดตัวโครงการ "จัดทัพโคนมไทย บุกตลาดต่างประเทศด้วยเอฟทีเอ" และพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมแปรรูปของไทย กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์โคนมแปรรูป และช่วยผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดส่งออกได้อย่างมั่นคง ที่กระทรวงพาณิชย์ นายวีรศักดิ์กล่าวว่า การช่วยผลักดันให้สินค้าเกษตรของไทยออกสู่ตลาดต่างประเทศ เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เพราะเกษตรกรถือเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ หากช่วยสร้างความเข้มแข็ง ช่วยสร้างโอกาสให้กับเกษตรกรได้ ก็จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจฐานรากขยายตัวได้

"ได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศนำร่องช่วยเหลือเกษตรกรในกลุ่มสินค้านม เพราะอุตสาหกรรมโคนมของไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพ แต่ยังขาดโอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศ จึงได้มีการลงนามใน MOU กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เพื่อขยายโอกาสการส่งออกให้กับนม และผลิตภัณฑ์นมของไทย ซึ่งจะช่วยพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์นมโคในภูมิภาค ทำให้อุตสาหกรรมสินค้าโคนมไทยมีศักยภาพแข่งขันได้ในตลาดโลก"นายวีรศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ ในปัจจุบันประเทศคู่ค้าเอฟทีเอหลายประเทศของไทย เช่น อาเซียนและจีน ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์นมโคที่ส่งออกจากไทยแล้ว อาทิ นมพร้อมดื่ม โยเกิร์ต และเนย และไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์นมหลายชนิด เช่น นมพร้อมดื่ม นมเปรี้ยว โยเกิร์ต เนย นมข้นหวาน เป็นต้น ไปยังตลาดอาเซียนและจีน โดยในปี 2561 มูลค่าส่งออกผลิตภัณฑ์นมของไทยคิดเป็น 480 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ด้านนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวเสริมว่า กรมฯ ได้ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้านมโคแปรรูปประเภทต่างๆ เช่น โยเกิร์ต นมยูเอชที นมสดพาสเจอร์ไรส์ ไอศกรีม เนยแข็ง นมอัดเม็ด เป็นต้น จำนวน 10 ราย จากผู้สมัคร 54 ราย เข้าร่วมโครงการ ซึ่งผู้ผ่านการคัดเลือกจะต้องมีคุณสมบัติ เช่น 1.ใช้นมโคภายในประเทศเป็นหลัก 2.ใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า 3.สินค้ามีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด มีศักยภาพส่งออก 4.เป็นสินค้าแปลกใหม่ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และ 5.เน้นกลยุทธ์การค้าระยะยาว เป็นต้น

โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับคำปรึกษาเชิงลึก (Coaching) เรื่องการเพิ่มศักยภาพการผลิต และการปรับปรุงผลิตภัณฑ์โดยผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงจะได้ร่วมอบรม Boot Camp เน้นการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี เพื่อเข้าสู่ตลาดประเทศคู่ค้าเอฟทีเอ และสร้างความเข้าใจในตลาดของสินค้าเป้าหมาย

"หลังจากนั้น กรมฯ จะพาผู้เข้าร่วมโครงการไปเยี่ยมชมงานแสดงสินค้า สำรวจตลาดค้าปลีก จับคู่ธุรกิจและสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับผู้ประกอบการ ผู้นำเข้าในประเทศอาเซียน ซึ่งครั้งนี้จะไปชมงานแสดงสินค้าที่ประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากเป็นตลาดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ประชาชนนิยมบริโภคสินค้าที่หลากหลาย และนิยมสินค้าอาหารพรีเมี่ยม ที่จะช่วยกระตุ้นการยกระดับพัฒนาสินค้าให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน และการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาต่อยอดเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์"

สำหรับโครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือน และเมื่อเสร็จสิ้นโครงการ คาดว่าจะส่งผลให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนมและผลิตภัณฑ์นมของไทยได้รับองค์ความรู้ในหลายมิติ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ พฤติกรรมผู้บริโภค รวมทั้งมาตรฐานผลิตภัณฑ์ในด้านต่างๆ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดประเทศ และสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีให้มากที่สุด รวมทั้งสามารถสร้างเครือข่ายพันธมิตรระหว่างผู้ประกอบการของไทยกับผู้นำเข้าตลาดเป้าหมายได้มากขึ้น


เราใช้ cookies เพื่อให้บริการที่ดีขึ้น การใช้เว็บ ryt9.com ต่อหมายถึงคุณได้ยอมรับข้อตกลงการใช้บริการของเราแล้ว