"ตรานกยูงพระราชทาน"เครื่องหมายรับรองคุณภาพผ้าไหมไทย น้ำพระทัยจาก "พระมารดาแห่งไหมไทย"

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562 00:00:29 น.

อาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เป็นอาชีพที่อยู่คู่ประเทศไทยมายาวนาน สามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกร ส่งผลให้เศรษฐกิจในชุมชนมีความเข้มแข็ง นอกจากนี้ผ้าไหมไทยยังนับเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกทั้งในด้านความสวยงามและมีเอกลักษณ์  ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และสืบสานไว้ให้คงอยู่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมให้ดำรงอยู่ตลอดไป  สมดังตามพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงโปรดให้มีการส่งเสริมอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้เกษตรกรอย่างจริงจัง ตลอดจนส่งเสริมงานหัตถกรรมทอผ้าไหมเป็นรายได้เสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับราษฎร และได้มีการยกฐานะสถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดตั้งเป็นกรมหม่อนไหม สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขึ้นในปี พ.ศ.2552 เพื่อเป็นหน่วยงานดำเนินงานเกี่ยวกับหม่อนไหมทั้งระบบ ทั้งในด้านการพัฒนา การอนุรักษ์และคุ้มครองพันธุกรรมหม่อนไหม การตรวจสอบและรับรองมาตรฐานหม่อนไหม การส่งเสริมสนับสนุนและการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านหม่อนไหม ตลอดจนการส่งเสริมเอกลักษณ์และการสร้างค่านิยมเกี่ยวกับหม่อนไหม นอกจากนั้น ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานสัญลักษณ์ "นกยูงไทย" ให้เป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย เพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ช่วยแก้ปัญหาด้านมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย และการแอบอ้างนำคำว่า "ไหมไทย" ไปใช้เพื่อการค้า

จากพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อวงการหม่อนไหมไทยและเกษตรกรผู้ปลูกหม่อน เลี้ยงไหมและทอผ้าไหม ทำให้ไหมไทยมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในระดับสากล ในปี พ.ศ. 2555 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ถวายพระราชสมัญญา "พระมารดาแห่งไหมไทย" แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  เพื่อให้ประชาชนได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระเกียรติคุณของพระองค์

นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า กรมหม่อนไหมเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน ทั้งในเรื่องของการส่งเสริมการผลิตผ้าไหมไทยที่มีคุณภาพ ตลอดจนการตรวจสอบรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน โดยในกระบวนการตรวจสอบรับรองนี้ได้มีการพัฒนาระบบการตรวจสอบรับรอง สามารถให้บริการแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบรับรองผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน ซึ่งสามารถตรวจรับรองผ่านระบบออนไลน์ที่ใช้เวลาเพียง 3 - 4 วัน จากเดิมที่ต้องใช้ระยะเวลานานนับเดือน เพื่อเป็นการยกระดับผ้าไหมไทยให้ได้มาตรฐาน

ซึ่งกรมหม่อนไหมได้จัดทำขึ้น เพื่อสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอนุรักษ์และรักษาผ้าไหมไทยให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมคู่ชาติไทย  โดยหลักเกณฑ์ที่สำคัญในการติดตรานกยูงพระราชทานจะพิจารณาจากวัตถุดิบและกรรมวิธีการผลิตที่ต้องย้อมด้วยสีธรรมชาติหรือสีเคมีที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม มีความสม่ำเสมอของสี ลวดลาย และเนื้อผ้า โดยผลิตในประเทศไทยเท่านั้น

สำหรับเครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย "ตรานกยูงพระราชทาน" 4 ชนิด ประกอบด้วย นกยูงสีทอง (Royal Thai Silk) เป็นผ้าไหมซึ่งใช้เส้นไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืน เส้นไหมสาวด้วยมือลงภาชนะ การย้อมด้วยสีธรรมชาติหรือสีเคมีที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทอด้วยกี่ทอมือแบบพื้นบ้านที่พุ่งกระสวยด้วยมือ มีความสม่ำเสมอของสี ลวดลาย และเนื้อผ้า โดยผลิตในประเทศไทยเท่านั้น ส่วนนกยูงสีเงิน (Classic Thai Silk) เป็นผ้าไหมซึ่งใช้เส้นไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านหรือพันธุ์ไทยปรับปรุง การสาวด้วยมือหรือเครื่องจักรที่มีกำลังไม่เกิน 5 แรงม้า ย้อมด้วยสีธรรมชาติหรือสีเคมีที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทอด้วยกี่ทอมือ มีความสม่ำเสมอของสี ลวดลาย และเนื้อผ้า โดยผลิตในประเทศไทยเท่านั้น ขณะที่ นกยูงสีน้ำเงิน (Thai Silk)นั้นเป็นผ้าไหมซึ่งใช้เส้นไหมแท้ทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืน ไม่กำหนดวิธีการสาวและวิธีการทอ ย้อมด้วยสีธรรมชาติหรือสีเคมีที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม มีความสม่ำเสมอของสี ลวดลาย และเนื้อผ้า โดยผลิตในประเทศไทยเท่านั้นเช่นเดียวกัน และสุดท้าย นกยูงสีเขียว (Thai Silk Blend) เป็นผ้าไหมซึ่งใช้เส้นไหมแท้เป็นส่วนประกอบหลักมีเส้นใยชนิดอื่นเป็นส่วนประกอบรอง มีการระบุร้อยละของเส้นไหมแท้และเส้นใยอื่นที่ใช้ทอให้ชัดเจน ย้อมด้วยสีธรรมชาติหรือสีเคมีที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่กำหนดวิธีการผลิต มีความสม่ำเสมอของสี ลวดลาย และเนื้อผ้า โดยผลิตในประเทศไทยเท่านั้น

ทั้งนี้ กรมหม่อนไหมดำเนินการส่งเสริมการใช้เครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทานให้แพร่หลายทั่วโลก มีการจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองตรานกยูงพระราชทานในต่างประเทศอีก 35 ประเทศได้แก่ กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป จำนวน 26 ประเทศ จีน นอร์เวย์ มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อินเดีย ฮ่องกง อังกฤษ และญี่ปุ่น  นอกจากนี้กรมหม่อนไหมยังคงรักษาไว้ซึ่งคุณภาพและมาตรฐานการรับรองผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน เพื่อให้สมกับเป็นตราสัญลักษณ์พระราชทาน จากพระมารดาแห่งไหมไทย ที่ทรงพระราชทานไว้เพื่อประโยชน์แก่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของประเทศไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง