คอลัมน์ครัวไทยโพสต์: กุ้งปลาสดจากแผงสู่ครัว ที่ เจ๊นา คิทเช่น ตลาดสามย่าน

ข่าวบันเทิง 23 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ppthaipost@yahoo.com

ชื่อร้าน เจ๊นา คิทเช่น

เจ้าของ คุณหิรัณย์ (หมี) อธิเกียรติ

สถานที่ ตลาดสามย่าน จากถนนพระราม 4 เลี้ยวเข้าซอยจุฬาลงกรณ์ 9 ประมาณ 150 เมตร จะพบตลาดสามย่าน ร้านอยู่บริเวณชั้นที่ 2 เปิดบริการตั้งแต่เวลา 09.30-20.30 น. โทรศัพท์ 09-1787-1815

ผมเชื่อว่านักชิมส่วนมากคงจะต้องรู้จักตลาดสามย่านของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นแหล่งที่ขายวัตถุดิบประเภทกุ้ง ปู ปลา ที่สดมากๆ รวมทั้งวัตถุดิบต่างๆ ในการที่จะนำมาปรุงอาหารมากมายหลายอย่าง ที่ร้านอาหารดังๆ ส่วนมากจะต้องมาซื้อเพื่อไปปรุงอาหารให้ลูกค้าได้ชิม

ในตลาดสามย่านนี้มีแผงขายวัตถุดิบประเภทอาหารทะเลเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่เจ้าของร้านอาหารคือ แผงของเจ๊นาที่ขายในตลาดสามย่านมานานมาก ซึ่งลูกชายคือ คุณหิรัณย์ อธิเกียรติ หรือคุณหมี ที่เรียนจบการศึกษาคณะประมงจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แล้วไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ได้เล่าให้ฟังว่า เจ๊นาคือคุณแม่ขายอาหารทะเลตั้งแต่ยังเป็นสาวๆ โดยเอาปลาจากปากน้ำนั่งรถไฟมาขายที่ตลาดสามย่านแล้วจึงพบกับคุณพ่อที่ทำโรงงานปลาทู คิดว่าต้องเป็นเวลามากกว่า 40 ปี เพราะตัวเองปัจจุบันอายุ 40 ปี แล้ว

เมื่อแผงขายปลาขายอาหารทะเลในชื่อ แผงเจ๊นา ขายดีจนเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว คุณหมีที่เรียนจบกลับมาแล้วได้ลองทำงานหลายอย่าง สุดท้ายก็มาลงที่กิจการของครอบครัว โดยมีความคิดที่จะต่อยอดกิจการของร้าน ที่เมื่อมีวัตถุดิบที่ดีเลิศเป็นของตัวเองแล้ว ก็นำวัตถุดิบนี้แหละมาปรุงอาหารขายเสียเลย และนอกจากมีวัตถุดิบที่ดีแล้ว ตัวของคุณพ่อซึ่งคนในตลาดเรียกกันว่าเฮียเจ๊นา ก็มีฝีไม้ลายมือในการทำอาหารไม่เป็นสองรองใคร แถมยังมีหัวหน้ากุ๊กใหม่มีฝีมือที่เป็นเลิศอีกด้วย จึงเปิดร้านอาหารใช้ชื่อร้านว่า เจ๊นา คิทเช่น โดยให้ลูกค้าได้เลือกตามใจชอบ จะมานั่งที่ร้านสั่งอาหารโดยตรงก็ได้ หรือถ้าจะให้ได้บรรยากาศก็ลงไปเลือกซื้อของสดๆ ที่แผงขายปลาของเจ๊นาว่าจะเอาอะไรไปทำอะไรแล้ว ทางแผงที่ชั้น 1 ก็จะทำกุ้งปลาที่เราเลือกส่งขึ้นไปปรุงสดๆ บนชั้น 2 ก็จะได้เมนูอาหารที่สดๆ รสชาติอร่อย แถมราคาไม่แพง เพราะไม่ต้องมีตัวกลางบวกค่าวัตถุดิบ โดยคุณหมีจะคิดเพียงแค่ค่าปรุงรวมน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บๆ เพียงจานละ 120 บาท เท่านั้น

วันที่ผมไปชิมอาหารนั้น ก็ไปชี้ที่แผงเจ๊นาเอง ชี้เอาปลาใบขนุนตัวโตๆ ซึ่งเป็นปลาเนื้อละเอียดสั่งให้ทอดกรอบ ปลาเก๋าตัวโตเกือบ 1 กิโลกรัมนึ่งซีอิ๊ว เนื้อปูก้อน 2 ขีดผัดผงกะหรี่ เห็นเนื้อปลาแซลมอนสวยเชียว ถามคุณหมีว่าทำเมนูอะไรดี ก็ได้รบัคำตอบว่ายำดีที่สุด และเห็นกุ้งแชบ๊วยตัวโต คิดว่าจะให้ทอดกระเทียม เฮียของเจ๊นาเดินเข้ามาพอดีบอกเดี๋ยวจะทำเมนูกุ้งนี้แบบพิเศษไม่เหมือนใครให้กินคือ เมนูกุ้งพายุสะท้านบู๊ลิ้ม ก็ต้องลองดูว่ารสชาติจะออกมาเป็นอย่างไร

เมื่อขึ้นมานั่งรออาหารอยู่ที่ร้านเจ๊นา คิทเช่น ที่ชั้น 2 ขอแนะนำให้สั่งน้ำที่ต้มเองมาชิม เพราะคุณหมีชอบดื่มน้ำต้ม จึงต้มน้ำทานเองและขายให้ลูกค้าได้ชิมด้วย มีให้เลือกทั้งน้ำมะตูม น้ำตะไคร้ น้ำอัญชัญ ขายในราคาขวดพิเศษ 30 บาท เท่านั้น แม้กระทั่งน้ำแข็งเปล่าก็ใส่มาในกระติกไม้ที่มีโฟมรองในพลาสติกเป็นการไม่เอาเปรียบลูกค้า

เมนูแรกที่ยกออกมา คือ ยำปลาแซลมอน (ราคา 150 บาท) ปลาแซลมอนของแผงเจ๊นานั้นเป็นปลาแซลมอนที่มาจากประเทศนอร์เวย์โดยไม่แช่แข็ง แต่จะใส่มาในลังโฟมที่มีน้ำแข็งใส่มาในห้องเย็นของเครื่องบิน รสชาติของเนื้อปลาแซลมอนนอร์เวย์จะนุ่มหอม เมื่อเอามายำรสชาติแบบไทยแท้ๆ ใส่น้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บๆ ลงไปจะได้รสชาตินุ่มปากนุ่มคอบวกกับความแซ่บคิดดูก็แล้วกันว่าจะอร่อยขนาดไหน

ส่วนกุ้งพายุสะท้านบู๊ลิ้ม สูตรของเฮียเจ๊นานั้น จะทำจากเอากุ้งแชบ๊วยที่ชี้ที่แผงด้านล่างนั้น 7 ตัว 4 ขีด มาคลุกเคล้ากับแป้งฮ่องกง เกลือ พริกไทยทอด แล้วเจียวกระเทียม พริกขี้หนูแห้ง เต้าซี่ เกลือ ขึ้นฉ่าย ให้เข้ากันแล้วเอากุ้งลงไปคลุกยกออกมาเสิร์ฟ เครื่องปรุงต่างๆ จะแทรกเข้าไปในเนื้อของกุ้ง คิดดูก็แล้วกันว่าเนื้อกุ้งแชบ๊วยนั้นทั้งหวานทั้งมันบวกกับเครื่องปรุงที่ว่าจะทำให้รสชาติอร่อยขนาดไหน เมนูนี้ราคากุ้ง 4 ขีดๆ ละ 60 บาท ราคา 240 บาท บวกค่าปรุง 120 บาท รวมแล้ว ราคา 360 บาท ครับ

สำหรับเนื้อปูก้อนผัดผงกะหรี่ ฝีมือนั้นบอกได้คำเดียวว่าไม่แพ้ร้านดังๆ อร่อยมากครับ น้ำของเนื้อปูผงกะหรี่ที่เหลือผมยังต้องเอากลับมาไว้คลุกข้าวกินมื้อต่อไปอีกด้วย เมนูนี้เนื้อปูก้อน 2 ขีด ราคาขีดละ 200 บาท รวม 400 บาท ค่าปรุง 120 บาท รวมแล้วราคา 520 บาท ถือว่าไม่แพงครับ

ส่วนปลาเก๋านึ่งซีอิ๊วนั้น นึ่งได้สุกพอดีเชียวจนต้องสอบถามคุณหมีว่านึ่งได้อย่างไรจึงเป็นแบบนี้ก็ได้รับคำตอบว่าต้องตั้งเวลานึ่งครับ

ยังมีอาหารที่ทำจากวัตถุดิบสดๆ ใหม่ๆ อีกมากมาย ที่สำคัญที่สุด ที่นี่ไม่ใช้ผงชูรสครับ เพราะในเมื่อวัตถุดิบ สดๆ ก็อร่อยไปกว่าครึ่งแล้ว

ตลาดสามย่านนี้เป็นสถานที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะมาเดินจับจ่ายซื้อของ เพราะนอกจากมีที่จอดรถมากมายแล้ว ยังเป็นตลาดที่ผมคิดว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ โดยมีเกียรติบัตรรับประกันทั้งเป็นตลาดสดติดดาว สุดยอดตลาดต้นแบบ ตลาดสะอาดได้มาตรฐานอาหารปลอดภัยระดับเพชร ตลาดสดน่าซื้อระดับดีมาก ตลาดสดที่ประชาชนประทับใจ ฯลฯ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ