ข่าวอินโฟเควสท์
19:45 ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ หลังเผยตัวเลขเศรษฐกิจยุโรปซบเซา   ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์อยู่ในแดนลบวันนี้ บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะปรับตัวลงในคืนนี้ หลัง…
19:33 ผู้ถือหุ้น"โทมัส คุก"ส่งสัญญาณขายกิจการบริษัท หลังประกาศล้มละลาย   นายเนเซท คอกคาร์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ในบริษัทโทมัส คุก ซึ่…
19:11 ตุรกีคาดสูญเสียนักท่องเที่ยว 700,000 คนต่อปี หลัง"โทมัส คุก"ล้ม   สหพันธ์ผู้ประกอบการโรงแรมตุรกี (TUROFED) ระบุว่า ตุรกีอาจสูญเสียนักท่องเที่ยว…
18:39 (เพิ่มเติม2) "อนุทิน" ขีดเส้นกลุ่มซีพีลงนามสัญญาไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินภายใน 15 ต.ค.นี้   นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุ…
18:37 KTB เชื่อศก.ไทยโค้งสุดท้ายจะได้แรงหนุนจากการบริโภคในปท.ผ่านมาตรการภาครัฐ คาดทั้งปี GDP โต 3%   นางรุ่ง มัลลิกะมาส รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บร…

คอลัมน์: กระจกไร้เงา: ลดขยะลดการเบียดเบียน

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562 00:00:13 น.

ปัญหาขยะในประเทศไทยเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะรูปแบบ ไหนก็ทำให้เป็นปัญหาใหญ่ได้ รวมทั้งยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งสังคมการเป็นอยู่ก็ติดขัด แถมยังเป็นมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมอีกอย่างหนึ่งด้วย ซึ่งที่ผ่านมาการรณรงค์ลดปัญหาขยะก็เป็นเรื่องที่ทำมาโดยตลอด การทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง หรือแม้แต่การคัดแยกขยะก็มีคนออกมาเดินหน้าเรื่องนี้

และส่วนใหญ่ความเคยชินของคนเราก็จะเอาชนะความถูกต้องเสมอ เมื่อเหตุแบบนี้เกิดขึ้น ก็ยิ่งทำให้เรื่องขยะในประเทศ ไทยเป็นปัญหาที่แก้กันไม่จบไม่สิ้นสักที และมีทีท่าว่าจะต้องแก้ไขกันอีกต่อไปเรื่อยๆ

แต่ถึงจะไม่สามารถควบคุมหรือแก้ไขปัญหาเรื่องขยะได้จบ เพราะเรื่องพวกนี้ต้องอาศัยเวลาในการปลูกจิตสำนึกที่ดี แต่ก็ยังมีโครงการต่างๆ ออกมาเพื่อสนับสนุนเรื่องพวกนี้อยู่เรื่อย และทุกโครงการที่จุดประสงค์ที่เชื่อว่าจะทำให้สังคมน่าอยู่ และลดมลภาวะในสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นในเมือง ป่า หรือในน้ำ อย่างเช่นโครงการ "พัฒนาอุปกรณ์ติดทุ่นกักขยะลอยน้ำสำหรับติดตั้งในบริเวณปากแม่น้ำและลำคลองสาขา"  ที่ดำเนินการโดย ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โดยล่าสุด นายชลณัฐ ญาณารณพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ได้ส่งมอบทุ่นกักขยะลอยน้ำจำนวน 20 ชุด ให้กับนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) นำไปขยายผลติดตั้งร่วมกับทุ่นของ ทช. ณ บริเวณปากแม่น้ำและลำคลองสาขา พร้อมนำร่องในพื้นที่ 13 จังหวัด เพื่อลดปริมาณขยะไหลลงสู่ทะเล คาดว่าจะช่วยกักขยะได้ 30 ตัน ภายใน 6 เดือน

ซึ่งทุ่นกักขยะลอยน้ำ ได้รับการพัฒนาขึ้นสำหรับติดตั้งบริเวณ ปากแม่น้ำและลำคลองสาขา โดยออกแบบให้มีกลไกฝาเปิด-ปิดที่อาศัยหลักการไหลของน้ำและแรงดันช่วยกักขยะลอยน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ขยะที่กักได้ไม่หลุดลอยออกนอกทุ่นตามอิทธิพล น้ำขึ้นน้ำลง โดยได้ทดลองติดตั้งทุ่นกักขยะแล้ว 5 จุด ณ บริเวณปากแม่น้ำระยอง และคลองในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งได้ผลเป็นที่พอใจ สามารถรวบรวมและกักขยะลอยน้ำได้เฉลี่ย 7.7 กิโลกรัม/วัน/ชุด โดยจะขยายผลติดตั้งทุ่นกักขยะอีก 20 จุด ใน 13 จังหวัดนำร่อง

นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาขยะทะเล จำเป็นต้อง จัดการขยะอย่างเป็นระบบทั้งบนบกและในทะเล ควบคู่กับการลด การใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และพลาสติกที่ไม่จำเป็นลงให้ได้เพราะขยะที่ไหลลงสู่ทะเลเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายทรัพยากรทางทะเล สัตว์ทะเล และระบบนิเวศทางทะเลที่สมบูรณ์ ซึ่งกลายเป็นวิกฤติสำคัญของไทยที่ต้องแก้ไขให้ได้ทั้งระบบอย่างจริงจัง

ซึ่งลูกพะยูน "มาเรียม" กลายเป็นแรงกระตุ้นจิตสำนึกของ คนให้เห็นภัยของขยะพลาสติกต่อชีวิตสัตว์ทะเลหายากมากขึ้น เนื่องจากไทยมีขยะพลาสติกมากกว่า 2 ล้านตันต่อปี ดังนั้น พลาสติกที่ไม่จำเป็น เมื่อใช้แล้วต้องทิ้งให้ถูกที่ แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ผ่านระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือหลักการ 3R ซึ่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ

ด้าน นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า จากการสำรวจของกรม พบว่าประเทศไทยมีแม่น้ำลำคลองที่เชื่อมต่อกับทะเลจำนวนกว่า 500 สาย ซึ่งทุ่นที่ได้รับมอบจากเอสซีจีจำนวน 20 ชุดนี้ จะนำไปติดตั้งในพื้นที่ 13 จังหวัดชายทะเล ได้แก่ ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี สงขลา นครศรีธรรมราช ปัตตานี พังงา ภูเก็ต สตูล และระนอง ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางการจัดการเพื่อช่วยลดปริมาณขยะที่จะไหลลงสู่ทะเล ลดผลกระทบที่จะเกิดต่อระบบนิเวศทางทะเลและสัตว์ทะเลหายาก

ปัญหาขยะในทะเล ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากขยะในแม่น้ำลำคลอง ไหลสู่ทะเล ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตทางทะเล โดยความร่วมมือระหว่าง ทช. และเอสซีจีในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญที่ได้นำนวัตกรรมมาช่วยแก้ไขปัญหาขยะในแหล่งน้ำ ทั้งนี้ ทุ่นกักขยะลอยน้ำจะอยู่ในการดูแลของ ทช. โดยเอสซีจีจะร่วมติดตามผล และศึกษาการจัดการขยะที่เก็บได้จากแหล่งน้ำ และป้องกันไม่ให้กลับสู่แหล่งน้ำอีก

นอกจากนี้ เอสซีจียังได้นำความเชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์มา คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมต้นแบบ "หุ่นยนต์เก็บขยะลอยน้ำ 4.0" ซึ่งจะช่วยเก็บขยะในพื้นที่น้ำนิ่ง และพื้นที่ที่เข้าถึงลำบาก  คาดว่าจะแล้วเสร็จและพร้อมทดลองใช้ภายในปลายปี 62 นี้

ซึ่งถือว่าเป็นความร่วมมือและการดำเนินโครงการที่สำคัญ อย่างมาก ที่เป็นเครื่องมือจะช่วยให้สภาพแวดล้อมทางทะเลของ ประเทศเรานั้นมีความสดใสและสวยน่ามองอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันยังไม่ทำให้การทิ้งขยะที่เกิดจากความเคยชินของมนุษย์นั้นไปเบียดเบียนความเป็นอยู่ของสัตว์ร่วมโลกอีกด้วย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง