กลุ่มนานมี แนะวิธีสร้างลูกให้เป็นนักเขียนน้อย

ข่าวบันเทิง 24 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

กลุ่มบริษัท นานมี จัดโครงการ "ฮอร์ส นักเขียนน้อย : สนุกคิด สนุกเขียน.รายวัน" ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปีนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่สองแล้ว โดยมีน้องๆ เยาวชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการกว่า 1,000 คน และคัดเลือกเข้ามาในรอบสุดท้ายจำนวน 32 คน แบ่งการประกวดเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ระดับอายุ ระหว่าง 7-9 ปี และกลุ่มที่ 2 ระดับอายุ ระหว่าง 10-12 ปี เพื่อปลูกฝังนิสัยให้เด็กไทยฝึกการคิดเรียนรู้และรักการเขียนตั้งแต่วัยเด็ก โดยมี ด.ญ.เรไร สุวีรานนท์ เจ้าของเพจชื่อดัง เรไรรายวัน ซึ่งเป็นนักเขียนเด็กที่มีชื่อเสียงด้านการเขียนบันทึกประจำวันร่วมเรียนรู้และให้กำลังใจไปกับเพื่อนๆ

น้องๆ ในโครงการเดินทางไปทัศนศึกษาที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ ซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกและเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี วัดโพธิ์ถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย ได้รวมรวมความรู้แขนงต่างๆ ไว้มากมาย ทั้งด้านวรรณกรรม ศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม รวมทั้งศาสตร์ในด้านการนวดแผนโบราณและตำรายาต่างๆ และเข้าชมภายในพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ จิตรกรรมฝาผนัง และเจดีย์ 4 รัชกาล โดยมีคณาจารย์จากวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ให้ความรู้อย่างสนุกสนาน และยังได้เยี่ยมชม มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ที่เน้นการสร้างประสบการณ์ผ่านการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และกิจกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งเด็กๆ ได้เรียนรู้จากสองมุมของการเรียนที่แตกต่าง ทั้งจากวัดโพธิ์ แหล่งเรียนรู้ของคนโบราณ และมิวเซียมสยามศูนย์รวมความรู้ในรูปแบบทันสมัย

นางปรีญาณี สุพุทธิพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทนานมี เล่าว่า โครงการนี้อยากเห็นเด็กไทยเห็นความสำคัญของ "การคิด" และ "การเขียน" พัฒนาเด็กไทยให้เป็นคนเก่งและเป็นคนดีในทุกด้าน และยังร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมทางภาษาให้คงอยู่ อยาให้เด็กไทยเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในภาษาไทยภาษาประจำชาติ

การปลูกฝังด้านการเขียนนั้น เริ่มต้นจากการไม่บังคับแต่เป็นการค่อยๆ ฝึกฝนทีละนิดอย่างสม่ำเสมอ โดยให้เด็กเรียนรู้จากเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน และรู้จักสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัว รวมรวมเป็นข้อมูลเก็บไว้ในใจ หรือเขียนเป็นข้อๆ หรือโน้ตสั้น ๆ หรือบางคนวาดเป็นรูป หลังจากนั้นจึงวางกรอบเรื่องราวที่จะเขียน ทำเป็นโครงร่าง นำคำที่คิดว่าเป็นหัวใจสำคัญ มาต่อเติมและขยายความคำเหล่านั้นให้เป็นประโยค แล้วจึงนำมาเชื่อมต่อกันเป็นเรื่องราว ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างทัศนคติที่ดีในการเขียน รู้สึกสนุกและมีความสุขทั้งตัวเด็กเองและตัวพ่อแม่ ทำให้เป็นการสนุกคิดและสนุกเขียนอย่างแท้จริง

ด.ญ.พัทธนันท์ มณีกูลพันธ์ หรือน้องพรีม อายุ 12 ปี จากร.ร.ราชินีบน เล่าว่า แม้จะเคยไปวัดโพธิ์บ่อยๆ แต่วันนี้แปลกไปจากทุกครั้ง ได้รับความรู้ใหม่จากคุณครูเพาะช่าง ทำให้รู้ลึกว่ารูปวาดบนฝาผนังเป็นเรื่องราวของพุทธประวัติ เพราะคนสมัยก่อนอ่านหนังสือไม่ออก แต่ทุกคนสามารถเข้าถึงพระพุทธศาสนาผ่านรูปวาด บริเวณวัดมีของสวยๆ เยอะมาก ทั้งเจดีย์และรูปปั้นหิน หรือภาพแกะสลักหินรอบพระอุโบสถ เป็นเรื่องรามเกียรติ์ที่มีทั้งเรื่องความรักและการรบ ซึ่งเป็นความประทับใจที่หนูจะนำไปเขียนในบันทึกของหนูในวันนี้ค่ะ

ด้าน ด.ช.ติณณ์ แซ่ฟุ้ง หรือน้องเพียว อายุ 9 ขวบจาก ร.ร.สาธิตบางนา บอกว่า วันนี้สนุกมาก มาเที่ยวที่มิวเซียมสยามครั้งแรก ชอบที่แต่ละห้องมีเรื่องเล่าไม่เหมือนกัน อากาศไม่ร้อนทำให้เดินเพลิน ผมชอบห้องไทยชิมที่เป็นเรื่องของอาหารไทย แล้วก็ห้องไทยประเพณีที่บอกถึงวัฒนธรรมในเทศกาลต่างๆ ดูแล้วก็ทำให้เข้าใจในความเป็นไทยและสนุกด้วยครับ

การเรียนรู้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็กรู้จักตั้งคำถามและหาคำตอบ แล้วนำมาคิดต่อยอดอย่างเป็นระบบนำมาสู่การเขียนที่ถ่ายทอดเรื่องราว กลายเป็นบันทึกของความทรงจำที่สร้างความสุขทั้งของเด็กเองและผู้อ่านด้วย


เราใช้ cookies เพื่อให้บริการที่ดีขึ้น การใช้เว็บ ryt9.com ต่อหมายถึงคุณได้ยอมรับข้อตกลงการใช้บริการของเราแล้ว