คอลัมน์: ฮอนจากไลน์: ตำนานอุบะสุเทะ

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562 00:00:03 น.

ในสมัยเอโดะ (ค.ศ.1603-1867) ประเทศญี่ปุ่นมีการปกครองด้วยระบบขุนนาง มีเจ้าเมืองและซามูไรที่มีอำนาจลดหลั่นกันไป ประชาชนทุกคนต้องเชื่อฟังคำสั่งของเจ้าเมืองแบบไม่มีเงื่อนไข

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ญี่ปุ่นถูกภัยแล้งคุกคามนานหลายปี เจ้าเมืองได้ออกกฎหมายขึ้นมาข้อหนึ่งว่า หากครอบครัวไหนมีพ่อแม่ที่อายุเกิน 70 ปี ลูกต้องนำพ่อแม่ไปทิ้งบนเขา มิฉะนั้นจะถูกประหาร เพราะถือว่าคนสูงวัยถึงเพียงนั้นเป็นคนที่ไร้ประโยชน์ ยิ่งอยู่นานยิ่งเป็นภาระ ในทางตรงกันข้าม การตายเพื่อให้ลูกหลานได้อยู่ต่อ นับเป็นการตายที่มีเกียรติสูงยิ่ง

ภูเขาสูงหลายแห่งจึงกลายเป็นหลุมฝังศพของคนแก่ ขึ้นไปสองคน แต่กลับลงมาหนึ่ง ต่อเนื่องกันไปอย่างนี้เรื่อยมา ชาวญี่ปุ่นเรียกภูเขาเหล่านี้ว่า "อุบะสุเทะ" ("อุบะ" แปลว่า คนแก่ "สุเทะ" แปลว่า ทิ้ง)

และแล้วก็ถึงวันที่แม่ของ "เขา" อายุครบ 70 ปี เช้าวันนั้นเขาจัดเตรียมข้าวเป็นเสบียง เตรียมสานตะกร้าสำหรับใส่แม่ เมื่อทุกอย่างพร้อมก็อุ้มแม่วางลงในตะกร้า แบกขึ้นหลังและออกเดินทางไปยังภูเขา

ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังจดจ่อกับการปีนเขาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แม่ผู้ชราก็สังเกตเห็นว่าท้องฟ้ากำลังมืดลงทุกทีๆ  นางเกิดความกลัวขึ้นมาว่า ถ้าฟ้ามืด ลูกชายอาจหลง   ทางอยู่บนเขาก็ได้ นางจึงเอื้อมมือไปหักกิ่งไม้ กิ่งแล้วกิ่งเล่า เพื่อที่ว่าหลังจากทิ้งนางไว้บนภูเขาแล้ว ลูกชายจะสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

เมื่อถึงเวลาที่แม่ลูกต้องจากกัน นางได้บอกลูกชายว่า "ลูกแม่ ตอนที่เราขึ้นมาบนเขา แม่ได้หักกิ่งไม้ไว้ตลอดทาง ตอนลงจากเขาเจ้าจงสังเกตรอยไม้ที่แม่หักไว้ก็จะถึงบ้านโดยปลอดภัย"

เมื่อลูกชายได้ยินดังนั้น ทันใดสายตาก็มองเห็นมือที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนของแม่ เขาอดหลั่งน้ำตาออกมามิได้ และตัดสินใจว่าจะไม่ยอมทิ้งแม่ไว้บนภูเขาเด็ดขาด เขาอุ้มแม่วางลงในตะกร้า แบกขึ้นหลังพาลงภูเขา

และซ่อนแม่ไว้ในยุ้งฉาง เพื่อหลบสายตาจากคนภายนอก
ไม่นานหลังจากนั้นเจ้าเมืองก็ประกาศคำปริศนาไว้สองข้อ และบอกว่าหากใครแก้ปริศนาเหล่านี้ได้ จะให้คนผู้ตอบได้สมปรารถนาหนึ่งประการ
ปริศนาข้อแรกคือ ให้ฟั่นเชือกขึ้นมาจากขี้เถ้า และสองคือ ให้ร้อยเส้นไหมลอดผ่านเปลือกหอยสังข์

เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ก็ยังไม่มีใครแก้ปริศนาได้ ลูกชายจึงนำเรื่องนี้ไปเล่าให้แม่ฟัง เมื่อเล่าจบแม่ก็ยิ้ม แล้วสอนว่า "ลูกแม่ เจ้าจงทำตามที่แม่บอกต่อไปนี้ สำหรับปริศนาข้อแรก ให้เจ้าฟั่นเชือกขึ้นมาแล้วนำไปเผาให้ไหม้เป็นถ่าน ขี้เถ้าจะคงรูปเหมือนเชือกอยู่อย่างนั้น ส่วนปริศนาข้อที่สอง ให้ผูกเส้นไหมกับขามด แล้วจับมดไปใส่ในเปลือกหอย หลังจากนั้นให้โรยน้ำตาล และจุดเทียนอีกด้านหนึ่งของเปลือกหอย เมื่อมดได้กลิ่นน้ำตาลและเห็นแสงเทียนก็จะพยายามเดินออกไปอีกด้าน"

ภายหลังเมื่อเจ้าเมืองรู้ว่า คนที่แก้ปริศนาได้ แท้จริงแล้วคือหญิงชราธรรมดาๆ คนหนึ่ง จึงเกิดความเลื่อมใสในภูมิปัญญาของคนชรา และตัดสินใจยกเลิกกฎให้ทิ้งพ่อแม่

ตั้งแต่นั้นแม่กับลูกชายจึงใช้ชีวิตต่อมาอย่างมีความสุข

ความรักของพ่อแม่เป็นสิ่งอัศจรรย์ ..ราวกับไม่มีอยู่จริง เพราะเป็นความรักที่มีแต่คำว่า "ให้" อย่างที่ไม่มีลูกคนไหน "ให้" คืนกลับได้อย่างเท่าเทียม การดูแลพ่อแม่ในยามที่ท่านดูแลตัวเองไม่ได้ ถือเป็นการทดแทนบุญคุณของท่านเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากใครบอกว่าไม่สามารถดูแลพ่อแม่ได้ จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม โปรดจำเรื่องนี้ไว้เป็นคติสอนใจ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง