ครป.ชี้'รร.อีลิต' ตอกย้ำปัญหา! เหลื่อมล้ำสังคม

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562 00:00:00 น.

ไทยโพสต์ * เมื่อวันศุกร์ คณะ กรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิป ไตย (ครป.) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งปฏิรูปการศึกษาและทบทวนการดำเนินนโยบายโรงเรียนอีลิต (Elite) โดยระบุว่า  สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้เปิดเผยถึงแนวนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ประสงค์ให้มีการสร้างโรงเรียนอีลิต (Elite) ขึ้นเพื่อเป็นไปตามข้อเสนอแนะของ กพฐ.ที่ต้องการให้มีการเปิดรับเฉพาะนักเรียนที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการโดยการสอบเข้า 100% เพื่อคัดกรองเด็กที่เรียนเก่งมีความเป็นเลิศเข้าเรียนโดยตรงนั้น

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ซึ่งผลักดันการพัฒนาประชาธิปไตยและการปฏิรูประบบการศึกษาที่เป็นธรรมมาอย่างต่อเนื่องมี ข้อห่วงกังวลต่อแนวคิดดังกล่าวอย่างมาก เนื่องจากเรื่องนี้ไม่เพียงแค่ขัดแย้งกับแนวนโยบายการปฏิรูปการศึกษาที่ภาคประชาสังคมขับเคลื่อนผลักดันมาโดยตลอด เพื่อพัฒนาการศึกษาที่รับใช้สังคมและเอาชุมชนเป็นศูนย์กลางการศึกษาโดยให้การศึกษาเป็นรัฐสวัสดิการเท่านั้น

นโยบายดังกล่าวยังเป็น การเลือกปฏิบัติทางการศึกษาต่อพลเมือง ส่งเสริมความเหลื่อมล้ำทางสังคม ขัดแย้งกับนโยบายรัฐสวัสดิการด้านการศึกษาที่รัฐควรสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้นโยบายดังกล่าวยังขัดแย้งกับแนวนโยบายที่คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศธ.ที่ได้กล่าวถึงนโยบายการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอีกด้วย

ความเหลื่อมล้ำในระบบการศึกษาที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ยังขาดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมจากกระทรวงศึกษาธิการ แม้จะมีต้นแบบ (Model) นำเสนอจากภาคประชาสังคมและเครือข่ายการศึกษาทางเลือก ก็ยังไม่ได้รับการขยายผลต่ออย่างจริงจังโดยภาครัฐ ทั้งนี้ นโยบายโรงเรียนอีลิตเป็นเพียงแนวคิดที่ยิ่งขยายช่องว่างและความเหลื่อมล้ำทางสังคมออกไปอีก รวมถึงตอกย้ำและแบ่งแยกเยาวชนภายใต้ระบบการศึกษาที่ไม่เป็นธรรมต่อไปไม่รู้จบ

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อ ประชาธิปไตย (ครป.) จึงขอเรียก ร้องให้ รมว.ศธ.โปรดทบทวนนโยบายดังกล่าว และมุ่งหาทาง ออกเพื่อปฏิรูประบบการศึกษาอย่างจริงจัง สร้างรัฐสวัสดิการทางการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เท่าเทียมกันทุกจังหวัด เน้นการศึกษาแบบองค์รวมและการให้การศึกษาทางการเมืองแก่พลเมือง (Civic Education) อย่างเต็มที่ โดยเน้นการศึกษาเรียนรู้โดยเอาชุมชนและเด็กเป็นศูนย์กลางท่ามกลางความหลากหลาย เลิกระบบการประเมินการสอนและการควบคุมที่ซ้ำซ้อนและไม่เป็นประโยชน์ต่อครูและนักเรียน เพื่อพัฒนา ระบบการศึกษาไทยที่เหมาะสมกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่มีความสนใจตามความถนัดของเยาวชน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง