'หนูนา'นำทีมทำบุญให้'มาเรียม-ยามีล'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562 00:00:26 น.

กรุงเทพฯ * น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พร้อมด้วยนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, สัตวแพทย์หญิงนันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทีมสัตวแพทย์ที่ดูแลรักษาปฐมพยาบาลมาเรียม เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับมาเรียม พะยูนน้อยเกาะลิบง พะยูนยามีล   และโฮป ลูกวาฬหัวทุยแคระ ที่บริเวณศาลาพระยานิกร บดินทร วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร โดยได้นิมนต์พระสงฆ์ 10 รูปสวดพระพุทธมนต์ ก่อนที่จะร่วมกันถวายผ้าบังสุกุล จตุปัจจัยไทยธรรม แด่พระสงฆ์ที่สวดบังสุกุล

ภายในงานได้นำรูปมาเรียม พะยูนทตาย มาวางไว้พร้อมด้วยตุ๊กตารูปพะยูนที่เขียนชื่อ มาเรียม นอกจากนี้ยังมีรูปยามีน พะยูนที่ตาย และโฮป วาฬหัวทุยแคระ ที่ตายไปก่อนหน้านี้

น.ส.กัญจนากล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการมาทำบุญในวันนี้ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับพะยูนและสัตว์ทะเลอื่นที่ตายแล้วรวม 17 ตัว ซึ่งมาเรียมและยามีลเป็นสัญลักษณ์ของสัตว์ทะเล และเป็นเหมือนลูกหลานที่ต้องตายเพราะการกระทำของมนุษย์ ซึ่งจากการผ่าชันสูตรพบถุงพลาสติกอยู่ในท้องจำนวนมาก จึงต้องตระหนักว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้นอีก โดยยอมรับว่า การลดละเลิกใช้ถุงพลาสติกเป็นเรื่องยาก พร้อมยกตัวอย่างพ่อค้าแม่ค้าที่ใช้ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร เพราะยังจำเป็นต้องใช้อยู่ เนื่องจากวัสดุธรรมชาติมีต้นทุนที่สูงกว่า ดังนั้นจึงต้องกระตุ้นเตือนพฤติกรรมของตัวเองและครอบครัวรวมถึงจะเสนอให้รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยเหลือเรื่องต้นทุน ด้วยการหานวัตกรรมผลิตผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้มาทดแทนให้ และในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จะเริ่มที่ ส.ส.สมาชิกพรรคทุกคน ให้ร่วมรณรงค์ลด ละ เลิกการใช้พลาสติก รวมถึงพฤติกรรมการจัดการขยะ การจากไปของมาเรียมจะไม่สูญเปล่า และพยายามที่จะลดการใช้ถุงพลาสติก

ด้านสัตวแพทย์หญิงนันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงแผนการยื้อชีวิต สัตว์ทะเลที่มาเกยตื้นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะกรณีของมาเรียมและยามีล จะต้องนำมาถอดบทเรียนว่าอะไรที่เหมาะสมแล้ว และอะไรที่จะต้องพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยแพทย์ที่ดูแลในด้านนี้ 27 คน จะมีการหารือกับอธิบดีทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง เพื่อจัดทำคู่มือการทำงานเมื่อเกิดเหตุสัตว์ทะเลเกยตื้นให้เร็วที่สุด

สำหรับแผนงานเบื้องต้น คิดว่าจะต้องจัดทำเป็นสถานีย่อยรักษาสัตว์ทะเลเกยตื้นใกล้ชายฝั่ง โดยจะทำบ่อบริบาล ให้มีความเป็นธรรมชาติที่สุด ก่อนที่จะตัดสินใจปล่อยลงสู่ทะเล เพราะการเคลื่อนย้ายบ่อยจะทำให้สัตว์ทะเลเกิดความเครียด

"งบประมาณก็ถือเป็นอุปสรรคในการช่วยเหลือ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าพะยูนหรือสัตว์ทะเลจะมาเกยตื้นใน 1 ปีกี่ตัว แต่ก็ยังดีที่มีกองทุนช่วยชีวิตสัตว์น้ำที่เคยเปิดรับบริจาคเป็นเวลา 2 วัน ก็มีจำนวนเงินประมาณ 1.7 ล้านบาท ที่สามารถใช้จ่ายได้ รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ก็เข้ามาช่วยเหลือ ส่วนในอนาคตคงต้องหารือกันว่าจะต้องทำอย่างไร"

สัตวแพทย์หญิงนันทริกายังยอมรับว่า สัตว์ที่มาเกยตื้นจะมีอัตราการรอดเพียง 1 เปอร์ เซ็นต์เท่านั้น และการรักษาจะต้องดูจากอา การจริงและโรคที่แทรกซ้อนด้วย ส่วนสาเหตุสำคัญก็เกิดจากฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้น แม้จะเป็นขยะเพียงชิ้นเดียว แต่ก็เป็นชิ้นเดียวที่คร่าชีวิต.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง