คอลัมน์: เวทีสาธารณะ: 'โรงเรียนของหนู' มีครู 'ตชด.'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562 00:00:40 น.
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

ทุกๆ วันสำหรับเด็กนักเรียนชายขอบในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ยังมีเปลวเทียนเล่มน้อยๆ เป็นครู ตชด. คอยเปล่งแสงสว่างให้เด็กๆ ยากไร้เหล่านั้น ครู ตชด.หลายคนนอกจากจะทำหน้าที่ครู ทำหน้าที่เสมือนพ่อแม่ เป็นคนในครอบครัวของเด็ก ที่ต้องคอยดูแลชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อให้เด็กๆ ได้เติบโตพัฒนาต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ จากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ระบุว่า กสศ.และคณะวิจัยได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลโรงเรียนสังกัด บก.ตชด. พบว่า นักเรียนในโรงเรียนสังกัด ตชด.ส่วนใหญ่มีฐานะยากจนพิเศษ ครัวเรือนมีรายได้ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับฤดูกาล และหลายครอบครัวได้รับเพียงค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำหรือน้อยกว่า เด็กนักเรียนส่วนใหญ่อายุไม่ตรงตามเกณฑ์เนื่องจากครอบครัวโยกย้ายถิ่นฐานบ่อยตามแหล่งการจ้างงานของผู้ปกครอง นักเรียนบางส่วนขาดเรียนบ่อยเพื่อไปช่วยผู้ปกครองประกอบอาชีพหารายได้ บางครอบครัวนักเรียนที่เป็นพี่น้องก็สลับกันมาโรงเรียน

ด้วยสภาพการณ์เช่นนี้ ทาง กสศ.และ บก.ตชด.ได้ร่วมกันสนับสนุนมาตรการสร้างเสริมความเสมอภาคทางการศึกษาที่ยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมการเยี่ยมบ้านเพื่อให้ครูได้รู้จักสภาพความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กและครอบครัวอย่างใกล้ชิดเป็นรายบุคคล เพื่อให้ครูและโรงเรียนนำข้อมูลเหล่านี้มาวางแผนสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ทั้งในมิติโอกาสและมิติคุณภาพให้แก่เด็กได้เป็นรายบุคคลอย่างยั่งยืน

ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ. และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ระบุว่า ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา คุณครูสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนกว่า 2,196 คน ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน นร.ตชด. เพื่อบันทึกข้อมูลมาสนับสนุนการคัดกรองผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ด้วยวิธีวัดรายได้ทางอ้อม (Proxy Means Test: PMT) การเดินทางเยี่ยมบ้านของครู ตชด.

นี้ถือเป็นหนึ่งในการเดินทางที่ยากลำบากที่สุด เพราะสภาพเส้นทางระหว่างโรงเรียนและบ้านของเด็ก นร.ตชด.ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สูงที่มีความทุรกันดาร โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนนี้ แต่ครู ตชด.ทุกคนก็มีความมุ่งมั่นและสามารถเก็บข้อมูลนักเรียนเข้ามาได้ครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีนักเรียนยากจนพิเศษในโรงเรียนสังกัด บก.ตชด.ที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการสถานศึกษาแล้วราว 10,000 คน ทั้งหมดนี้จะได้รับการจัดสรรทุนเสมอภาคจาก กสศ. ซึ่งประกอบด้วยเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานเพื่อนักเรียนยากจนที่นักเรียนกลุ่มนี้ยังไม่เคยได้รับการสนับสนุนมาก่อน จำนวน 500 บาท สำหรับเด็กอนุบาล-ประถมศึกษา และ 1,500 บาท สำหรับเด็กมัธยมศึกษา ต่อเทอม และเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไขอีกจำนวน 1,000 บาทต่อเทอม รวมแล้ว นร.ตชด.จะได้รับทุนเสมอภาคคนละ 1,500-2,500 บาทต่อคนต่อเทอม ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษา

ทั้งนี้ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของครอบครัวในรายการสำคัญ เช่น ค่าหนังสือเรียนและอุปกรณ์การเรียน ค่าเสื้อผ้าและวัสดุเครื่องแต่งกายนักเรียน ค่าอาหาร ค่าครองชีพ ค่าพาหนะในการเดินทาง หรือจ้างเหมารถรับ-ส่งนักเรียน รวมทั้งกิจกรรมสร้างเสริมความเสมอภาคทางการศึกษาในโรงเรียน เป็นต้น โดย กสศ.ได้เตรียมงบประมาณไว้ราว 20 ล้านบาทเพื่อ นร.ตชด. ในภาคเรียนที่ 1/2562 นี้

ดร.ไกรยสยังระบุด้วยว่า การที่ครู ตชด.ลงพื้นที่ไปเยี่ยมบ้าน พบสภาพความเป็นอยู่จริง เป็นกระบวนการที่ทำให้ครูได้ข้อมูลที่ทำให้เข้าใจปัญหาของเด็กแต่ละคนมากขึ้น ความเข้าใจนี้มีผล กระทบโดยตรงต่อการเรียนการสอน

มีงานวิจัยระบุว่า ถ้าครูมีความเข้าใจเด็กมากขึ้นเท่าใด คุณภาพการเรียนการสอนก็จะดีขึ้นเท่านั้น เพราะครูจะสามารถสอนเด็กได้เป็นรายบุคคลอย่างเต็มศักยภาพ โดยโรงเรียนสามารถใช้งบประมาณจากทุนเสมอภาคในการสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละท้องถิ่น"

ขณะที่ ด.ต.หญิงวิไล ธนวิภาศรี ครูใหญ่โรงเรียนบ้านห้วยสลุง สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) อ.แม่ระมาด จ.ตาก กล่าวว่า โรงเรียนบ้านห้วยสลุงมีนักเรียนคละชั้นประมาณกว่า 80 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กชาติพันธุ์ หลายคนมีความต้องการเร่งด่วนเรื่องการจัดการศึกษา ดูแลความเป็นอยู่ด้านคุณภาพชีวิต สุขอนามัย รวมถึงความช่วยเหลือเรื่องอุปกรณ์การศึกษา ประสบปัญหาด้านระยะทางและการเดินทางในพื้นที่กันดาร

เธอระบุว่า เด็กบ้านใกล้ส่วนใหญ่จะใช้วิธีเดินเท้า บางส่วนที่ไกลออกไปต้องใช้บริการรถรับส่งรายเดือนซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณเดือนละ 250-300 บาท ขณะที่เด็กซึ่งมาจากหมู่บ้านห่างออกไปประมาณ 50-60 กิโลเมตรในพื้นที่ดอยสูง หรือบ้านใกล้แต่ผู้ปกครองต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่ ทางโรงเรียนจัดอาคารพักนอนให้

นักเรียนของที่นี่อยากมาโรงเรียนทุกวัน เพราะโรงเรียนเป็นเสมือน "บ้านหลังที่สอง" เป็นที่พึ่งพิง ไม่เพียงแต่จะฝากอนาคตไว้เท่านั้น  แต่ยังถือว่าเป็นพื้นที่ที่เห็นความสำคัญของวัยเด็ก ซึ่งบางแง่มุม บ้านของพวกเขาอาจจะมอบให้ไม่ได้ เด็กบางคนเมื่ออยู่บ้านจะกลายเป็นกำลังแรงงานหลักของบ้าน ต้องทำงานบ้านหรือต้องไปใช้แรงรับจ้างเก็บผลผลิตทางการเกษตร

เด็กบ้านไกลทุกคนจะบอกเหมือนๆ กันว่า มื้ออาหารและที่พักอาศัยที่ดีที่สุดที่พวกเขาได้รับนั้นอยู่ที่โรงเรียน เพราะเมื่อกลับบ้านแต่ละมื้อจะได้กินเพียงแค่ข้าวกับน้ำพริกและผักที่เก็บได้จากรอบๆ บ้านหรือละแวกใกล้เคียงเท่านั้น บ้านพักนักเรียนบางคนไม่มีฝาบ้านหรือเป็นเพียงเพิงพักชั่วคราวเท่านั้น โรงเรียนจึงกลายเป็นเหมือนบ้านอีกหลังหนึ่ง เป็นพื้นที่ที่พวกเขาฝากทั้งชีวิตและปากท้องไว้ในทุกๆ วัน

ทั้งนี้ หากประชาชนหรือภาคเอกชนใดสนใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษในโรงเรียนสังกัด บก.ตชด.เหล่านี้ สามารถบริจาคสมทบเพิ่มเติมได้ โดยสอบถามรายละเอียดได้ที่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หมายเลขโทรศัพท์ 0-2079-5475.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง