อาลัย ปีเตอร์ ฟอนดา

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562 00:00:10 น.
ดำรัส โรจนพิเชฐ
Email : dumrasfilm@Yahoo.com

ปีเตอร์ ฟอนดา (Peter Fonda) จัดเป็นดาราภาพยนตร์หนุ่มหล่อ ร่างสมาร์ท ที่แจ้งเกิดในยุคสมัยที่สังคมอเมริกันอยู่ในภาวะสับสนวุ่นวายพอสมควร เรื่องเหยียดผิวยังไม่สิ้นสุด ก็มาถึงยุคสงครามเวียดนาม ยุคกำเนิดบุปผาชน ถึงแม้ปีเตอร์จะมีคุณพ่อ เฮนรี ฟอนดา ซึ่งเป็นดารามีชื่อหัวสมัยเก่า แต่ปีเตอร์หาเป็นเช่นนั้นไม่ เขาเป็นคนที่มีความคิดเป็นอิสระ รักเสรีภาพ อาจพูดได้ว่าเขาเป็นดารากบฏชนชั้นคนหนึ่งก็ว่าได้ เช่นเดียวกับเจน ฟอนดา พี่สาวซึ่งแก่กว่าเขาสองปี ปีเตอร์เจริญรอยตามพ่อ ทำงานเป็นนักแสดง อีกทั้งเขายังช่ำชองเรื่องเขียนบทภาพยนตร์ กำกับ รู้ด้านถ่ายทำ มุมกล้อง ปีเตอร์ ฟอนดา แสดงภาพยนตร์มากว่า 150 เรื่อง แต่เรื่องที่อยู่ในความทรงจำได้แก่ Easy Rider ในบท Captain America ขี่ชอปเปอร์ฮาร์เลย์จากแอลเอไปนิวออร์ลีนส์ ปีเตอร์เคยได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทองสาขานักแสดงชายยอดเยี่ยมครั้งหนึ่งจากเรื่อง Ulee's gold แต่ก็พลาด คนที่ได้รับกลับกลายเป็นแจ็ก นิโคลสัน จากเรื่อง As good as it gets ซึ่งทั้งสองเคยร่วมงานกันมาก่อนตั้งแต่ครั้งปลายทศวรรษ 1960s ในเรื่อง The Trip(1967) และ Easy Rider (1969)

ปีเตอร์ ฟอนดา เกิดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1939 ที่นครนิวยอร์ก พ่อคือ เฮนรี ฟอนดา ดารานักแสดงชื่อดัง ส่วนแม่ชื่อ ฟรานเซส ฟอร์ด เซมัวร์ สาวสังคมชั้นสูง ซึ่งพบกับเฮนรี ฟอนดา ครั้งที่เขาไปถ่ายหนังที่อังกฤษ เธอมีสามีมาก่อน ชีวิตวัยเด็กปีเตอร์กับเจนผู้เป็นพี่สาวขาดความอบอุ่น พ่อมักไม่อยู่บ้านเพราะติดงานถ่ายทำหนังที่ต่างเมือง ทั้งมีข่าวเฮนรี คุณพ่อเป็นคนเจ้าชู้ ชอบไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่นซึ่งเป็นดาราด้วยกัน แม่ก็ทราบเรื่อง ได้แต่กลุ้มใจ ป่วยเป็นโรคประสาทและจิตหลอน ต้องส่งไปอยู่โรงพยาบาลโรคจิต ปีเตอร์และเจนอยู่ในความดูแลของคุณยาย เมื่อปีเตอร์อายุ 10 ขวบ แม่ฆ่าตัวตายที่โรงพยาบาล พ่อปิดข่าว บอกแค่แม่หัวใจวายเสียชีวิต ทันทีที่แม่เสียชีวิต พ่อแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่ ทั้งปีเตอร์และเจนถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำ ปีเตอร์เรียนจนจบมัธยมปลาย แล้วเข้าเรียนหลักสูตรปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยโอมาฮา รัฐเนแบรสกา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพ่อ แต่เรียนแค่ปีสาม อยากเจริญรอยเป็นนักแสดงตามพ่อ จึงลาออกแล้วมาเรียนวิชาการแสดงเพิ่มเติมที่นิวยอร์ก จากนั้นในปี 1960 กลับมาแสดงละครเวทีเรื่อง The Golden Fleece ที่โรงละคร Omaha Community Playhouse บทบาทในเรื่องเขาได้รับคำชมเชย ทำให้ได้ไปแสดงที่โรงละครย่านบรอดเวย์ นิวยอร์ก ในปี 1961 ในละครเรื่อง Blood, Sweat and Stanley Poole นักวิจารณ์ต่างชื่นชมความสามารถของปีเตอร์ ฟอนดา และจากเรื่องนี้เองที่ทำให้เขาได้รับรางวัลจากนักวิจารณ์ละครในนิวยอร์ก ครั้นแมวมองหานักแสดงโทรทัศน์มาพบเข้า จึงชวนให้ไปรับบทดารารับเชิญในหนังทีวีซีรีส์นักสืบ Naked City (พิชิตทรชน เคยฉายทางช่องสี่บางขุนพรหม) (1962) ตามด้วยหนังทีวีอีกหลายเรื่อง อาทิ Wagon Train, The Defenders ก่อนหน้านั้นหนึ่งปีในปี 1961 ปีเตอร์ ฟอนดา พบรักและแต่งงานกับนักแสดงสาว Susan Brewer เธอให้กำเนิด จัสติน ลูกชายและลูกสาว บริดเจต ฟอนดา ซึ่งต่อมาเจริญรอยเป็นนักแสดงเหมือนพ่อ ปี 1963 ปีเตอร์ ฟอนดา ในบทดารานำเรื่องแรกรับบทคุณหมอหนุ่มกับสาวไร้เดียงสาในเรื่อง Tammy and the doctor คู่กับซานดรา ดี จากนั้นตามด้วยหนังสงคราม The Victors (วันพิชิตศึก) คู่กับจอร์จ แฮมิลตัน ในปี 1964 ปีเตอร์ ฟอนดา รับบทคนไข้โรคจิตในโรงพยาบาลประสาทเรื่อง Lilith แสดงกับยีน ซีเบิร์ก The Young lovers ในบทหนุ่มวัยรุ่นมีความสัมพันธ์กับแฟนสาวจนเธอตั้งท้อง แต่ตัวเองไม่รับผิดชอบ

ปี 1966 ปีเตอร์ ฟอนดา ได้พบกับโรเจอร์ คอร์แมน ผู้อำนวยการสร้างและผู้กำกับทุนต่ำอิสระ แต่ทุกเรื่องที่ทำออกมาทำกำไรสูง ปีเตอร์ถูกชวนมาแสดงหนังแก๊งมอเตอร์ไซค์ เรื่อง The Wild Angels ร่วมกับบรูซ เดิร์น และแนนซี ซิเน ตรา จากนั้นในปี 1967 กับโรเจอร์ คอร์แมน เช่นกัน ปีเตอร์ ฟอนดา มารับบทผู้กำกับหนังโฆษณาที่ถูกเมียทิ้ง หันมาพึ่งยาเสพติดเป็นเพื่อน ในเรื่อง The Trip แสดงกับบรูซ เดิร์น และซูซาน สตราสเบิร์ก หนังประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งเพราะยุคนั้นไม่มีใครกล้าทำหนังประเภทนี้นอกจากโรเจอร์ คอร์แมน อีกสองปีต่อมา ในปี 1969 ปีเตอร์ ฟอนดา กับเพื่อนอีกสองคนคือ เดนนิส ฮอปเปอร์ กับ แจ็ก นิโคลสัน ร่วมกับเทอร์รี เซาเธิร์น นักเขียนบทมากประสบการณ์ เคยทำงานเขียนบท Dr. Strangelove ให้กับผู้กำกับสแตนเลย์ คูบริก เกิดความคิดเขียนบทหนัง Easy Rider ขึ้นมา โดยให้เดนนิส ฮอปเปอร์ เป็นผู้กำกับ หนังเล่าถึงสองหนุ่ม เดนนิส ฮอปเปอร์ กับปีเตอร์ ฟอนดา ขี่ชอปเปอร์จากแอลเอเพื่อไปเที่ยวงานมาร์ดิกราส์ที่นิวออร์ลีนส์ ตามทางทั้งสองหารายได้จากการขายกัญชาให้กับผู้ดี นักธุรกิจชั้นสูง พอขี่ชอปเปอร์มาถึงเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง เสียงชอปเปอร์ดังไปรบกวนชาวบ้านซึ่งกำลังเดินพาเหรด ทั้งสองถูกตำรวจรวบตัวเอาไปขังในคุกชั่วคราว เผอิญโชคดีเจอทนายคนหนึ่งซึ่งแสดงโดยแจ็ก นิโคลสัน เข้าช่วยทั้งสองออกจากคุก แต่มีข้อแม้ขอตามไปนิวออร์ลีนส์ด้วย ระหว่างทางยามค่ำคืนทั้งสามกางเต็นท์นอนกลางทาง เจอคนพื้นเมืองหัวเก่าที่เกลียดคนนอกพื้นที่ลากตัวแจ็ก นิโคลสัน ออกมากระทืบและฆ่าทิ้ง วันรุ่งขึ้นเมื่อพบเหตุการณ์เช่นนี้ ต่างคนต่างจัดการเรื่องศพเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองขี่ชอปเปอร์ต่อ แต่ไม่วายที่จะเจอกับคนท้องถิ่นตามมาราวีข้างทาง หนังสร้างด้วยทุนต่ำแต่ทำรายได้สูงหลายเท่าตัว แถมได้ไปฉายเทศกาลเมืองคานส์ และได้รับรางวัลด้วย ทำให้ชื่อปีเตอร์ ฟอนดา และเดนนิส ฮอปเปอร์ เป็นที่รู้จักรวมทั้งแจ็ก นิโคลสันซึ่งประสบความสำเร็จสูงสุดในหมู่สามคนนี้ ชีวิตส่วนตัวของปีเตอร์ ฟอนดา ใน ตอนนี้ก็ไม่ได้แตกต่างมากนักกับชีวิตที่เขาเป็นนัก แสดงใหม่ๆ เขาชอบอยู่กับครอบครัวในเรือใบลำใหญ่ 82 ฟุต ว่างก็แล่นไปฮาวาย แทนที่จะอยู่บนบกในบ้านที่แอลเอ จาก Easy Rider ปีเตอร์หันมากำกับหนังคาวบอยเรื่องแรก The Hired hand (1971) ทั้งแสดงกับวอร์เรน โอตส์ จากนั้นมาแสดงหนังแอคชั่นอีกหลายเรื่อง อาทิ Dirty Mary Crazy Larry (1974), Race with the devil(1975), 92 in the shade (1975) ซึ่งกำกับโดย Thomas McGuane และมีภรรยาสาวสวยชื่อ พอร์เชีย รีเบกกา ครอกเกตต์ (Portia Rebecca Crockett) เขาตกหลุมรักรีเบกกาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น อีกทั้งช่วงนั้นทางผู้กำกับ McGuane เกิดไปมีความสัมพันธ์กับมาร์กอต คิดเดอร์ ดารานำหญิงในเรื่อง หลังจบการถ่ายทำ รีเบกกาขอหย่า ไม่นานปีเตอร์ ฟอนดา ขอหย่าขาดจาก Susan Brewer ภรรยาเดิม แล้วถึงได้แต่งกับรีเบกกาในปลายปี 1975 ส่วนสามีเก่า Thomas McGuane ก็ไปแต่งงานกับมาร์กอต คิดเดอร์ ปัจจุบัน Susan Brewer อายุ 80 ปี เธอยังมีชีวิตอยู่

รีเบกกาเป็นผู้หญิงที่รักและหลงใหลดินแดนตะวันตก เธอชวนให้ปีเตอร์ ฟอนดา ไปซื้อไร่ปศุสัตว์ที่รัฐมอนแทนา ซึ่งที่นั่นมีเพื่อนบ้านดาราหลายคนอยู่อย่างเช่น เจฟฟ์ บริดเจส เมื่อมีงานปีเตอร์ ฟอนดา ก็จะเดินทางไปตามโลเกชันที่วางไว้ ปี 1979 ภาพยนตร์เรื่อง Wanda Nevada ที่เขากำกับและแสดงกับบรูก ชิลด์ส ชวนพ่อเฮนรี ฟอนดา มาเข้าฉากด้วย แสดงถึงการให้อภัยกับเรื่องบาดหมางใจที่เกิดขึ้นมาก่อน ระยะหลังนอกจาก Ulee's Gold แล้วก็เป็นหนังดรามา คาวบอย สยองขวัญ ทั้งหนังทีวี วิดีโอ รวมทั้งหนังถ่ายทำในยุโรปและฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ปีเตอร์ ฟอนดา เคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่เคยคิดจะหยุดนิ่ง อยากทำงานจนวันตาย ปีเตอร์ ฟอนดา ปี 2011 ขณะถ่ายทำหนังทีวีซีรีส์ Hawaii Five O เขาเกิดไปเจอผู้หญิงนักแสดงคนหนึ่งที่เขาเคยมีความสัมพันธ์เมื่อ 37 ปีก่อนชื่อ Margaret DeVogelaere ประจวบกับชีวิตแต่งงานตอนนั้นเริ่มแตกร้าว ปีเตอร์ตัดสินใจขอเลิกกับรีเบกกา เมื่อเธอยินยอม เขาจึงมาแต่งงานกับ Margaret DeVogelaere ในปี 2011 ในปี 2015 ปีเตอร์ ฟอนดา ไปปรากฏตัวในรอบฉายภาพยนตร์เรื่อง The Runner หนังเกี่ยวกับผลกระทบจากการขุดเจาะน้ำมันในทะเลที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปีนี้ในรอบฉลองครบ 50 ปี หนัง Easy Rider ที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปีเตอร์มีกำหนดการจะไปพบผู้ชมในรอบฉาย แต่เมื่อป่วยหนัก จำต้องยกเลิก ปีเตอร์ ฟอนดา เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งที่ปอดขณะนอนพักอยู่บ้านพักในแอลเอเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2019 ขณะมีอายุ 79 ปี ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่เขาแสดงเป็นภาพยนตร์สงครามชื่อเรื่อง The Last Full Measure มีกำหนดการฉายในอเมริกาช่วงเดือนตุลาคมนี้.

บรรยายใต้ภาพ
Easy Rider
Ulee's gold
ข่าวที่เกี่ยวข้อง