ชัด!2โจรปล้นทองหนุนไฟใต้

ข่าวทั่วไป 29 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ปัตตานี * ชัด! จ่อหมายจับ 2 คนร้ายปล้นร้านทองเชื่อมโยงเครือข่ายก่อการร้ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ งัดหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์มัดตัว เจ้าหน้าที่ชี้นำเงินส่งท่อน้ำเลี้ยงสร้างสถานการณ์รุนแรง

เมื่อวันพุธ ที่สถานีตำรวจ ภูธรหนองจิก จ.ปัตตานี พล.ต.ท. รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค 9 เดินทางมาร่วมประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีคนร้ายจี้รถตู้ประจำทางในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ก่อนจะนำรถตู้ไปทำการก่อเหตุปล้นร้านทอง ห้างทองสุธาดา กลาง ตลาด อ.นาทวี จ.สงขลา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พ.ต.อ.ประพัตร์ ศรีอนันต์ รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา หัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนทั้ง จ.ปัตตานีและสงขลา รายงานผล ความคืบหน้าของคดี โดยเฉพาะการสอบสวนพยานบุคคลนั้น ล่า สุดได้ชี้ยืนยันตัวบุคคลบางส่วนที่ร่วมก่อเหตุในการปล้นร้านทอง ขณะนี้กำลังรอผลยืนยันจากพยาน หลักฐานเพื่อรวบรวมขออนุมัติหมายจับต่อไป

พล.ต.ท.รณศิลป์ระบุว่า ภายหลังเกิดเหตุชุดสืบสวนสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนรู้ตัวผู้ที่ร่วมก่อเหตุแล้ว 2 คนและกำลังเตรียมออกหมายจับ คือ นายแวอูเซ็ง ดือราเฮ็ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิ.อาญา คดีความมั่นคง 3 คดีในพื้นที่ปัตตานี ทั้งของปี 61 จำนวน 2 หมาย และปี 62 จำนวน 1 หมาย และนายไซฟูดดิน หะยีปูเต๊ะ มีหมายจับ ป.วิ.อาญาคดีความมั่นคง 4 หมาย เป็นหมายจับของศาล จ.นาทวีเมื่อปี 2560 หมายจับศาล จ.สตูล เมื่อปี 2560 และหมายจับของศาล จ.ปัตตานี ปี 61 และ 62

พล.ต.ท.รณศิลปิ์กล่าวว่าจากการสืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พบหลักฐานว่าเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบ แต่กลับมาก่อเหตุจี้ปล้นร้านทอง จากการวิเคราะห์มองในหลายปัจจัย เพราะเห็นจากหลายคดีที่ผ่านมา สถิติพบการก่อเหตุเช่นการวางระ เบิดตู้เอทีเอ็ม เป็นอีกคดีที่ชี้ให้เห็นว่าก่อเหตุเพื่อหวังเงินและจะเอาไปทำอะไร ซึ่งการข่าวต้องทำการวิเคราะห์ รวมทั้งล่าสุดก่อเหตุปล้นร้านทองเช่นกัน ส่วนการติดตามทองที่ถูกปล้นไปว่าจะมีการนำไปหลอมขายแล้วนำเงินกลับเข้าสู่กลุ่มขบวนการซึ่งเป็นอีกเบาะแส

ส่วนรูปแบบการก่อเหตุช่วงหลังๆ ได้มีการวิเคราะห์ว่า มีการพัฒนารูปแบบเป็นการปล้นทรัพย์เพื่อนำเงินไปสนับสนุนกลุ่มขบวนการหรือไม่นั้น ผบช.ภาค 9 ระบุว่า มีการวิเคราะห์รูปแบบการก่อเหตุเหมือนกันว่าขบวนการต้องการนำเงินไปทำอะไร หรือไม่สามารถควบคุมกลุ่มบางกลุ่มได้แล้ว หรือผลจากการประกาศใช้ชุดจรยุทธ์ควบคุมหมู่บ้านพื้นที่เป้าหมายของแม่ทัพภาคที่ 4 ส่งผลให้มีการกดดันกลุ่มแนวร่วมออกนอกพื้นที่เป็นจำนวนมาก จนทำให้มีการรวมกลุ่มและไม่รู้ทำอะไรจึงชวนกันก่อเหตุปล้นขึ้นมา

ด้าน พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี ระบุว่า กอ.รมน.ภาค 4 สน.ได้มีคำสั่งปรับรูปแบบกำลังพลให้เข้ามาร่วมทำงานประสานกับฝ่ายตำรวจและปกครอง เพื่อดำเนินการเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัย โดยเฉพาะ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ที่กำลังกลายเป็นพื้นที่หลบหนีและซ่องสุมของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเนื่องจากไม่มีกฎหมายบังคับใช้รับรอง ดังนั้นการปรับแผนจึงต้องดึงกำลังภาคประชาชนเข้ามาร่วมในการดูแลควบคุมพื้นที่ต่อไป.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ