เทรดวอร์ฉุดธุรกิจการบินวูบ

ข่าวเศรษฐกิจ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

หวั่นปี63ท่องเที่ยวดิ่งเหว เศรษฐกิจก.ค.ยังขยายตัว อุดรธานี * สงครามการค้าฉุดเที่ยวไทยปี 62 เที่ยวบินวูบโตต่ำสุดใน รอบ 10 ปี หวั่นท่องเที่ยวไทยปีหน้าทรุดต่อเนื่อง เหตุเศรษฐกิจไทยชะลอตัว ด้าน ธปท.เผยเศรษฐกิจ ก.ค.62 ขยายตัวเล็กน้อยจาก มิ.ย. ตามการบริโภคเอกชน แต่โดยรวมครึ่งปีแรกยังมีทิศทางชะลอลง นายสมนึก รงค์ทอง กรรม การผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดการบินในปีนี้มีการเติบโตลดลงอย่างน่าตกใจ ถือ ว่าต่ำสุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา คาดการณ์ปีนี้ตลาดการบินจะขยายตัวเพียง 1% จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 6% โดยมีเที่ยวบินลดลงประมาณ 60,000 เที่ยวบิน อยู่ที่ 1.04 ล้านเที่ยวบินตลอดปี จากเดิม 1.1 ล้านเที่ยวบินในปีก่อน บรรยายใต้ภาพ สมนึก รงค์ทอง

"เศรษฐกิจทั่วโลกได้ผล กระทบจากสงครามการค้า รวมถึงสภาวะสงครามในปากีสถานและการแยกตัวออกจากยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) ส่งผลให้ท่องเที่ยวต่างชาติในครึ่งปีแรกที่เติบโตเพียง 0.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่โต 6-7% ดังนั้นจะเห็นได้ว่าสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจมีผลต่อการขยายตัวของเที่ยวบินโดยตรง ส่งผลให้การเติบโตในปี 2563 ตลาดการบินมีโอกาสเงียบเหงาต่อเนื่อง หากการเติบโตเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวแค่ 2-3%

สำหรับตัวเลขปริมาณการบินในปีงบประมาณ 2562(ต.ค.2561-ส.ค.2562) ในรอบ 11 เดือนที่ผ่านมา มีปริมาณรวม 964,322 เที่ยวบิน เฉลี่ย 2,876 เที่ยวบิน/วัน สำหรับสนามบินที่มีสัดส่วนมากที่สุดคือสุวรรณภูมิอยู่ที่ 348,615 เที่ยวบิน คิดเป็นสัดส่วน 36% รองลงมาเป็นสนามบินดอนเมือง 265,616 เที่ยวบิน คิดเป็นสัดส่วน 27.5% และสนามบินภูเก็ต 108,095 เที่ยวบิน คิดเป็นสัดส่วน 11.2%

นายสมนึกกล่าวว่า รายได้ในปีนี้จะมากกว่า 10,000 ล้าน บาท คิดเป็นกำไรอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในอนาคตอันใกล้จะมีการลงทุน 1,200 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนสร้างหอบังคับการบินใหม่ที่สนามบินอู่ตะเภา วงเงิน 1,000 ล้านบาท เปิดใช้ปี 2566-2567 และการลงทุนสร้างหอบังคับการบินใหม่ที่สนามบินเบตง มูลค่า 200 ล้านบาท เปิดใช้ปี 2563

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ค.62 ขยายตัวเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวดีขึ้นตามการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนและกึ่งคงทน แต่โดยรวมยังอยู่ในทิศทางที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก ด้านการใช้จ่ายภาครัฐกลับมาขยายตัวทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน

สำหรับเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนทรงตัว การส่งออกสินค้ากลับมาขยายตัวเล็กน้อย แต่เป็นผลจากการส่งออกทองคำเป็นสำคัญ ขณะที่การส่งออกที่ไม่รวมทองคำยังหดตัวสอดคล้องการผลิตภาคอุตสาหกรรม ส่วนภาคการท่องเที่ยวขยายตัวจากนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียเป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐาน ต่ำจากเหตุการณ์เรือล่มในจัง หวัดภูเก็ต

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อหมวดอาหารสดเป็นสำคัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลง สำหรับอัตราการว่างงานที่ปรับฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงจากเดือนก่อนตามดุลการค้าเป็นสำคัญ ด้านดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายเกินดุลสุทธิจากทางด้านสินทรัพย์และด้านหนี้สิน.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ