ปิ๊งไอเดียตั๋วรถไฟหักภาษี

ข่าวเศรษฐกิจ 3 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

คมนาคมไล่บี้หน่วยงานเบิกจ่ายงบ62 ราชดำเนิน * จับตากรมราง คลอดมาตรการลดราคาตั๋วรถไฟฟ้า 6 ก.ย.นี้ ฟุ้งคนใช้รถไฟฟ้าซื้อตั๋วครบ 1.5 หมื่นใช้ลดหย่อนภาษีได้ คมนาคมจี้หน่วยงานเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 62 มั่นใจสิ้นเดือน ก.ย.นี้เบิกจ่ายได้ตามเป้า ด้าน "ศักดิ์สยาม" ไล่บี้ประมูลรถไฟไทย-จีนชี้เสร็จเปิดให้บริการในปี 2566 แน่ บรรยายใต้ภาพ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ คณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างอัตราค่าโดยสารระบบขนส่งทางราง จะมีการพิจารณาและอนุมัติมาตรการลดค่าครองชีพในการเดินทางแก่ผู้ใช้ระบบรถไฟฟ้า ในส่วนของการลดราคาค่ารถไฟฟ้านั้นจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือการจัดทำตั๋วเดือน ที่จะลดราคาจากค่าโดยสารเฉลี่ย รวมทั้งการปรับลดราคาการเดินทางนอกชั่วโมงเร่งด่วน (ออฟพีก) รวมถึงจะเสนอมาตรการจูงใจ ใช้รถไฟฟ้ามากขึ้นด้วยการให้ผู้โดยสารซื้อตั๋วโดยสารรถไฟฟ้าในระบบใดก็ได้ครบ 15,000 บาท สามารถนำเงินมาลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคลได้ ซึ่งรูปแบบจะเป็นลักษณะเดียวกันกับนโยบายช็อปช่วยชาติ

"คณะกรรมการจะมีการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง ก่อนที่จะนำมาตรการ แนวทางการลดค่าครองชีพ เรื่องค่าโดย สารนี้เสนอต่อนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เพื่อเสนอแนวทางต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) หากมีการอนุมัติคาดว่ามาตรการลดราคาช่วงออฟพีกจะสามารถนำมาดำเนินการทดลองก่อน 3 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือน ต.ค.2562 นี้เป็นต้นไป" นายสราวุธกล่าว

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2562 ว่า ในปีงบประมาณ 62 กระทรวงคมนาคมได้รับงบประมาณรวม 2.5 แสนล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นงบลงทุน 1.74 แสนล้านบาท ล่าสุดมีการเบิกจ่ายงบประมาณในภาพรวมไปแล้ว 1.39 แสนล้านบาท คิดเป็น 67% ส่วนงบลงทุนเบิกจ่ายแล้ว 1.3 แสนล้านบาท คิดเป็น 64% คาดเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 62 ในวันที่ 30 ก.ย.62 จะสามารถเบิกจ่ายงบภาพรวมได้ตามเป้าหมายที่ 80% หรือ 1.64 แสนล้านบาท ส่วนงบลงทุนอยู่ที่ 78% หรือ 136 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับปีงบประมาณที่ผ่านมา

"งบภาพรวมเหลืออีกประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท และงบลงทุนเหลืออีก 2.3 หมื่นล้านบาท ขณะนี้มีเพียงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) หน่วยเดียวที่เบิกจ่ายงบได้ 100%" นายชัยวัฒน์กล่าว

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารการ พัฒนาความร่วมมือด้านรถไฟระ หว่างไทย-จีน หรือรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นคร ราชสีมา วงเงินลงทุน 1.79 แสนล้านบาท ว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินโครงการ พร้อมปัญหาอุปสรรค และมีมติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เร่งประกาศประกวดราคาสัญญา 4-4 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย ภายในต้นเดือน ก.ย.62 นี้ รวมถึงดำเนินการด้านเอกสารประกวดราคา สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ภายในเดือน ก.ย.เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังได้ตั้งคณะกรรมการเจรจากับฝ่ายจีนเพื่อให้ได้ข้อยุติของสัญญา 2.3 ซึ่งเป็นสัญญาระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งขบวนรถและการฝึกอบรมบุคลากร ก่อนส่งให้ สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจร่างฉบับสุดท้าย และนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป รวมถึงให้ขยายระยะเวลาดำเนินการสัญญา 2.3 ให้อยู่ในกรอบเวลา 120 วัน เนื่องจากการเจรจา ยังไม่ได้ข้อยุติร่วมกัน จึงต้องขยายระยะเวลา และยังให้มีการทบทวนปรับกรอบวงเงินสัญญา 2.3 เสนอกระทรวงคมนาคมโดยเร็วเพื่อให้สามารถดำเนินการก่อ สร้างและเปิดให้บริการในปี 2566 ตามแผนงานที่กำหนดไว้.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ