คลังไม่ห่วงหนี้ครัวเรือน

ข่าวเศรษฐกิจ 5 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ยันเป็นเงินกู้ธุรกิจ/รับ'ชิมช้อปใช้'มีช่องโหว่ ราชดำริ * "ขุนคลัง" ฟุ้งยังไม่กังวลหนี้ครัวเรือนไทยพุ่งอันดับ 11 ของโลก อันดับ 2 ของเอเชีย แจงติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ชี้เป็นหนี้จากการทำธุรกิจ รับ "ชิมช้อปใช้" มีช่องโหว่เงินรั่วไหล นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยว่า กรณีที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภา พัฒน์ ระบุว่า เป็นห่วงสถาน การณ์หนี้ครัวเรือนในไทย โดยล่าสุดสูงสุดขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 11 ของโลก และอันดับ 2 ของ เอเชีย เรื่องนี้กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเข้าไปติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด โดยในส่วนของกระทรวงการคลังได้สั่งการให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ โดยเฉพาะธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เร่ง ลงพื้นที่ และให้เครือข่ายเข้าไปติดตามดูแลปัญหาเป็นรายบุคคล บรรยายใต้ภาพ อุตตม สาวนายน

"กระทรวงการคลังและ ธปท.ดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยให้ออมสินและ ธ.ก.ส.ส่งเครือข่ายในพื้นที่ลงไปดูแลกลุ่มลูกหนี้ และให้จัดเป็นโครง การเฉพาะ ให้ความรู้การก่อหนี้ และให้ความช่วยเหลือกรณีลูกหนี้ที่มีปัญหา ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกฝาถูกตัว" นายอุตตม กล่าว

อย่างไรก็ตาม มองว่าสถานการณ์หนี้ครัวเรือนของไทยในขณะนี้ยังไม่รุนแรงจน ถึงขั้นต้องกังวล และมั่นใจว่า จะไม่มีผลกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ของปี 2562 เพราะต้องแยก แยะว่า หนี้ครัวเรือนที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นหนี้ที่เกิดจากการ ทำธุรกิจ เป็นหนี้ที่มีหลักทรัพย์ หลักประกัน ถือเป็นหนี้ที่ก่อ ให้เกิดประโยชน์รัฐบาลก็สนับ สนุน ไม่ใช่หนี้ด้อยคุณภาพ แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ประมาท ยังมีการติดตามดูแลสถานการณ์อยู่ตลอด ดูว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยเข้าใจเกี่ยวกับการก่อหนี้ เพราะหนี้ครัวเรือนเป็นหนี้ที่ต้องบริหารจัดการ

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังประเมินว่าสถานการณ์หนี้ครัวเรือนของไทยยังไม่เป็นประเด็นที่น่ากังวล โดย ระดับหนี้ครัวเรือน ณ สิ้นไตร มาส 1/2562 ของไทย อยู่ในระดับสูงที่ 78.7% ต่อจีดีพี หรือ 12.97 ล้านล้านบาท แต่ถือว่าได้ลดลงเมื่อเทียบกับระดับหนี้ครัวเรือนที่เคยสูงสุดที่ 81.2% ต่อจีดีพี เมื่อปี 2558 อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังได้มี การติดตามและประเมินสถาน การณ์หนี้ครัวเรือนไทยอย่างใกล้ชิด

สำหรับการเปิดให้ร้านค้าเข้ามาร่วมลงทะเบียนมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว "ชิมช้อปใช้" ในช่วงวันที่ 28 ส.ค.-20 ก.ย. 2562 จะเน้นเฉพาะร้านค้าที่มีหลักแหล่ง มีหน้าร้านชัดเจน ไม่ได้เปิดให้บุคคลธรรมดามาลงทะเบียนได้ เพราะยอมรับว่ามาตร การยังมีช่องโหว่ โดยกังวลว่ากรณีที่ไม่ได้ทำธุรกิจจริง แต่มาลงทะเบียน โหลดแอปพลิเคชัน แล้วผู้ค้ากับผู้ซื้อที่เข้าร่วมมาตร การ ไม่ได้มีการซื้อขายจริง และไปตกลงกันเอง เพื่อแบ่งเงินกันที่จะได้รับคืน 15% จากวงเงิน 30,000 บาท หรือได้คืน 4,500 บาท ซึ่งคลังไม่อยากให้เกิดขึ้น.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ