หลวงปู่ภิรมย์ ปภาโส เจ้าอาวาสวัดป่าอรัญญวิเวก จ.อำนาจเจริญ สอนญาติโยมปฏิบัติธรรม ใจสงบ

ข่าวทั่วไป 8 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

สนธยา ทิพย์อุตร ยามนี้ สภาพอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้หลายคนใจหงุดหงิด โมโหง่าย หากขาดสติ อาจเป็นผลเสียแก่ตนเองและคนรอบข้างได้ หนทางที่ถูกต้องควรใจเย็นๆ มีสติ ปัญหาก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี โดยเฉพาะการเข้าวัดปฏิบัติธรรมท่ามกลางร่มไม้ บรรยากาศเงียบสงบ แถมอากาศเย็นสบาย คงพอคลายเครียดคลายร้อนลงได้บ้าง อย่างที่วัดป่าอรัญญวิเวก ตั้งอยู่เขตเทศบาลตำบลไก่คำ ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ด้านทิศใต้ตัวเมืองอำนาจเจริญ ด้วยระยะทาง 5 กิโลเมตร ตามถนนชยางกูร (อำนาจเจริญ-อุบลราชธานี) เป็นวัดป่าที่มีแมกไม้นานาพันธุ์ บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น เหมาะสำหรับไปนั่งสมาธิปฏิบัติธรรม ภายในเนื้อที่ 300 ไร่ล้อมรอบด้วยลวดหนามอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า จนชาวบ้านเรียกว่า วัดพิทักษ์ป่า

ปัจจุบัน วัดป่าอรัญญวิเวกมีหลวงปู่ภิรมย์ ปภาโส อายุ 78 ปี บวช 58 พรรษา เป็นเจ้าอาวาส พระสายอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และศิษย์หลวงตาพวง, หลวงตาสวง จ.ยโสธร มีพระจำพรรษาอยู่ 10 รูป สามเณร 5 รูป สังกัดธรรมยุต ไม่มีแม่ชี มัคนายก 2 คน

หลังจากหลวงปู่แสง ญาณวโร เจ้าอาวาสองค์ก่อนได้ทำการบุกเบิกพัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรือง สร้างแรงศรัทธาแก่ชาวบ้าน มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ ที่ผ่านมาลูกศิษย์และพุทธศาสนิกชนเดินทางเข้าไปกราบไหว้ขอพรจากหลวงปู่แสงจนแน่นวัดทุกวัน เพราะต่างก็ทราบดีถึงวัตรปฏิบัติอันดีงามของหลวงปู่แสง และถือว่าเป็นพระสายวัดป่า ชอบเดินธุดงค์โปรดสัตว์ไปเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน อายุ 97 ปี ก่อนที่จะย้ายไปจำพรรษาที่วัดแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ จ.ยโสธร เมื่อครั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดอรัญญวิเวก ซึ่งเป็นศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และหลวงปู่คำดี ปภาโส จ.เลย

มีเรื่องเล่าว่า ก่อนที่จะมีการตั้งวัดป่าอรัญญวิเวก หลวงปู่แสงเดินธุดงค์มาถึงป่าใกล้บ้านไก่คำ (ปัจจุบันคือ วัดป่าอรัญญวิเวก) เป็นเวลาพลบค่ำ ก็เลยปักกลดพักค้างแรมที่นี่ ระหว่างที่นั่งสมาธิอยู่ในกลดพบลูกแก้วเปล่งประกายแสงสีเขียว ขนาดเท่าผลส้ม ลอยมาจากต้นไม้ใหญ่ ห่างท่านประมาณ 20 เมตร แล้วลอยวนเวียนรอบกลด 3 รอบ จากนั้นก็ลอยกลับต้นไม้ใหญ่แล้วหายไป

รุ่งเช้าชาวบ้านไก่คำนำอาหารคาวหวานมาถวาย พร้อมนิมนต์ท่านอยู่ที่นี่ โดยให้เหตุผลว่า อยากให้ป่าเหลืออยู่ เพราะมีชาวบ้านบางคนเข้ามาตัดไม้บ้างแล้ว หลวงปู่แสงตอบตกลง รวมเวลากว่า 30 ปีที่ได้ดูแลรักษาป่าให้มีสภาพเดิมทุกอย่าง ว่ากันว่าหากใครเข้าไปลักลอบตัดไม้ในเขตวัด ภายใน 3 วันก็จะเจ็บป่วย บางคนถึงกับเสียชีวิต จนชาวบ้านขยาด ไม่กล้าเข้าไปตัดไม้ และเชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตคุ้มครองอยู่

และเมื่อปี 2550 หลวงปู่แสง ญาณวโร บอกกับลูกศิษย์ว่าจะไปปกป้องรักษาป่าข่าที่บ้านฆ้อง ต.หนองข่า อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ ซึ่งป่าไม้เหลือน้อยเต็มทีแล้ว โดยใช้เวลา 5 ปีที่หลวงปู่แสงเข้าไปพัฒนา มีความเจริญมาก โดยเรียกชื่อว่า วัดป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ซึ่งหลวงปู่แสงจำพรรษาอยู่ 5 พรรษา ก่อนจะย้ายไปพัฒนาวัดป่าติ้ว อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร กระทั่งปัจจุบัน

ถึงแม้ว่าหลวงปู่แสง ญาณวโร ไม่ได้อยู่ที่วัดอรัญญวิเวกแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงมีนักท่องเที่ยว พุทธศาสนิกชนเดินทางเข้ามากราบนมัสการพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งประดิษฐานอยู่บนยอดเจดีย์ญาณวโรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลวงปู่แสง ญาณวโร ยังคงเดินทางไปที่วัดป่าอรัญญวิเวกเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อเทศนาสั่งสอน ให้ศีลให้พรลูกศิษย์ จะได้อยู่เย็นเป็นสุข

สำหรับประวัติหลวงปู่แสง ญาณวโร โดยสังเขป เดิมชื่อนายแสง ดีหอม เกิดวันอังคาร เดือน 9 ปีขาล พ.ศ.2463 อายุ 95 ปี ที่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด อุปสมบทเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2490 ณ วัดศรีจันทร์ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น เมื่อบวชได้จำพรรษา วิเวกธุดงค์ทั้งประเทศไทย ลาว และเมียนมา รวม 68 พรรษา

          ประวัติการจำพรรษา-วิเวกธุดงค์ และไปมาหาสู่กันกับพระรูปต่างๆ ศึกษาหลักธรรมกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่หนองผือนาใน จ.สกลนคร, ศึกษาหลักธรรมกับหลวงปู่คำดี ปภาโส วัดถ้ำผาปู ต.นาอ้อ อ.เมือง จ.เลย (2491-2496), ศึกษาธรรมกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร และได้ร่วมสร้าง    วัดถ้ำขาม (2497), ศึกษาหลักธรรมกับหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากแป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย 1 พรรษา, ศึกษาธรรมกับหลวงปู่บัว สิริปุณโณ วัดราษฎร์สงเคราะห์ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี (20 พรรษา), ศึกษาธรรมวินัยกับหลวงปู่แบน ธนากโร ได้ร่วมสร้างกุฏิศาลาที่วัดดอยธรรมเจดีย์ จ.สกลนคร, ศึกษาหลักธรรมกับหลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม อ.เมือง จ.สุรินทร์, ศึกษาหลักธรรมกับหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู และได้ร่วมธุดงค์ที่ภูวัวกับหลวงปู่แหวน สุจิณโน วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่-หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าสัมมานุสรณ์ อ.วังสะพุง จ.เลย-หลวงปู่ศรี มหาวิโร ได้วิเวกธุดงค์ที่ภูกล้า-ภูเวียง จ.ขอนแก่น-หลวงปู่เหรียญ วรลาโก วัดอรัญบรรพต อ.ศรีเมืองใหม่ จ.หนองคาย-ได้วิเวกธุดงค์ด้วยกันที่วัดหินหมากแป้ง-หลวงปู่จันทร์โสม กิตติกาโร วัดป่านาสีดา จ.อุดรธานี ได้วิเวกธุดงค์ด้วยกันที่ อ.ผือ สามพานและน้ำโสม-หลวงปู่จวน กุลเชฎโร, หลวงปู่วัน อุตตโม, หลวงปู่หล้า เขมปัตโต และหลวงปู่สิงห์ทอง ธัมมวโร ได้วิเวกธุดงค์ด้วยกันที่วัดถ้ำสาลิกา ภูสิงห์ ภูทอง ภูพานคำ และภูทอก และหลวงปู่มหาบุญมี สิริธโร วัดป่าวังเลิง จ.มหาสารคาม ได้จำพรรษาด้วยกัน

ถึงแม้ทุกวันนี้ หลวงปู่แสง ญาณวโร ไม่ได้อยู่ที่วัดป่าอรัญญวิเวกแล้ว แต่ก็มีหลวงปู่ภิรมย์ ปภาโส หรือหลวงปู่ตี๋มาเป็นเจ้าอาวาสแทน ถือว่าเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และเป็นพระสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ลูกศิษย์หลวงปู่พวง เจ้าคณะจังหวัดยโสธร ซึ่งมรณภาพแล้ว และศิษย์ หลวงปู่สวง วัดบ้านศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธรด้วย

ที่ผ่านมาจึงมีพุทธศาสนิกชนเดินทางเข้าไปปฏิบัติธรรมและฟังธรรมเทศนาจากหลวงปู่ภิรมย์ ปภาโส เป็นประจำ โดยท่านเน้นให้พุทธศาสนิกชน ลูกศิษย์ทั้งหลาย ให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว คือหนทางแห่งความสุขนั่น เอง...


แท็ก วัดป่า  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ