คอลัมน์: เวทีสาธารณะ: จับตาความขัดแย้งรอบใหม่! เหมืองทองคำเลย ทัศนคติร้ายแรงของ จนท.รัฐ'ข่มขู่ชาวบ้าน'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2562 00:00:31 น.
กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด อ.วังสะพุง จ.เลย

จากเหตุการณ์ที่ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้านรอบเหมืองทองคำ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ นายอำเภอวังสะพุง ปลัดอำเภอ หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และหน่วยงานราชการต่างๆ ในพื้นที่ ได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบเหมืองแร่ทองคำของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ได้รวมตัวกันสกัดรถต้องสงสัย 2 คัน ได้แก่ รถปิกอัพ 1 คัน และรถเครน 1 คัน ที่ลงมาจากเหมืองทองคำของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด โดยชาวบ้านต่อรองให้ชาวบ้านทุกคนได้เข้าตรวจสอบเหมืองร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

โดยเมื่อเดินทางมาถึงประตูทางเข้าพื้นที่เหมืองทองตรงบริเวณป้อมยาม ซึ่งปรากฏว่ามีการล็อกกุญแจทางเข้าไม่ให้หน่วยงานและชาวบ้านเข้าไปนั้น โดยเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดเลย นางนันทิกร จงวานิช หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้เข้ามาบอกชาวบ้านให้ส่งตัวแทนแค่ 10 คนเท่านั้น ในการเข้าไปตรวจสอบเหมืองทองกับทางเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า ชาวบ้านไปก็จะทำให้เกิดความวุ่นวาย คุมกันไม่ได้ จะไปลักขโมยข้าวของของเขา และจะทำให้เกิดของเขาเสียหาย ซึ่งทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากชาวบ้านทุกคนมีสิทธิที่จะเข้าไปตรวจสอบเหมือง และเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำโดยตรง และจากการเข้าตรวจสอบสินแร่ 2 ครั้งที่ผ่านมา ก็ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อนตามการกล่าวอ้างของเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดเลย โดยชาวบ้านทั้งหมดยืนยันที่จะเข้าไปตรวจสอบเหมืองทองพร้อมกันหมดทุกคน

ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ได้มากล่าวกับชาวบ้านอีกว่า อยากโดนคดีอีกใช่ไหม อยากลองโดนคดีอีกใช่หรือไม่ และพยายามกล่าวให้ส่งตัวแทนชาวบ้านเข้าไป จนทำให้เกิดการโต้เถียงกันกับชาวบ้านที่ไปรออยู่บริเวณทางเข้าเหมือง

โดยชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวว่า เราชาวบ้านมีสิทธิในการตรวจสอบ เพราะเหมืองสร้างผลกระทบให้แก่ชาวบ้านและชุมชนอย่างมาก เราเป็นผู้ได้รับผลกระทบ เรามีสิทธิตามรัฐธรรมนูญในการมีส่วนร่วมตรวจสอบ และถ้าไม่ให้ชาวบ้านทุกคนเข้าร่วมไปตรวจสอบเหมือง ก็จะดำเนินการร้องเรียนเจ้าหน้าที่มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งชาวบ้านยังถือเป็นเจ้าหนี้ของเหมืองที่เหมืองจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้แก่ชาวบ้านอีกด้วย

จนในที่สุดตัวแทนอุตสาหกรรมจังหวัดเลยและเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ได้มีท่าทีอ่อนลง และยินยอมให้ชาวบ้านทุกคนเข้าพื้นที่เหมืองทองร่วมตรวจสอบเหมืองกับเจ้าหน้าที่ได้ทุกคน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ถุงสินแร่ดังกล่าวยังอยู่ครบทั้งหมด 190 ถุงบิ๊กแบ็ก แต่มีร่องรอยการตัดเหล็กใกล้กับพื้นที่โรงเก็บสินแร่จริง โดยมีทั้งอุปกรณ์และกล่องข้าววางอยู่ในบริเวณนั้น และยังมีการตัดเอาหม้อแปลงไฟฟ้าไปด้วย

โดยชาวบ้านได้ตั้งข้อสังเกตว่า ลักษณะของถุงบิ๊กแบ็กมีความแตกต่างไปจากเดิม มีร่องรอยการตัดเชือกที่ร้อยถุงสินแร่แต่ละถุงออก และสลากสรรพากรที่ติดกับถุงบิ๊กแบ็กหายไป และมีรอยการฉีดพรมน้ำในโรงเก็บสินแร่ ซึ่งอาจจะมีการสับเปลี่ยนสินแร่ออกไปและฉีดพรมน้ำเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยการสับเปลี่ยนและการเคลื่อนย้ายถุงสินแร่

จนกระทั่งตรวจสอบแล้วเสร็จ ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่รอบเหมืองทองแล้วเรียบร้อย จึงได้เดินทางลงมายังสี่แยกกำแพงใจ และแยกย้ายกันเดินกลับบ้าน ซึ่งชาวบ้านจะมีการร้องเรียนเพื่อให้นำสินแร่ดังกล่าวไปตรวจสอบต่อไป

ทั้งนี้ ชาวบ้านหลายคนต่างตั้งคำถามต่อการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เจ้าหน้าที่ของอุตสาหกรรมจังหวัดเลย และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ที่มีท่าทีเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายเหมืองแร่อย่างเห็นได้ชัด ทั้งการใช้วาจาท่าทางในลักษณะข่มขู่คุกคามชาวบ้าน ดูถูกเหยีดหยามกล่าวหาว่าชาวบ้านเป็นพวกชอบขโมยข้าวของ และจะก่อความวุ่นวายให้เหมือง ซึ่งเป็นทัศนคติที่ไม่ดีอย่างยิ่งในฐานะข้าราชการซึ่งต้องยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินงาน และถือป็นทัศนคติที่เป็นภัยร้ายแรงต่อประชาชน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง