คอลัมน์ทรรศนะ: อาณานิคมทางปัญญา

ข่าวทั่วไป 8 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ (1) มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ในจำนวน 2 เล่ม...ที่พรรคพวกเขามอบให้เป็นของขวัญปีใหม่ ตั้งแต่ช่วงต้นๆ ปีที่ผ่านมา เพื่อให้เอาไว้อ่านเล่น หรือเอาไว้หนุนหมอน ก็แล้วแต่ โดยเล่มแรกนั้นมีชื่อว่า Prisoners of Geography เขียนโดยนักหนังสือพิมพ์ชาวอังกฤษชื่อว่า Tim MarshalI ซึ่งเมื่อช่วงกลางๆ ปี ได้อ่านจบบริบูรณ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้จะเขียนเป็นภาษาปะกิตล้วนๆ แต่อาศัยช่วงเวลา นั่งขี้ ค่อยๆ แกะ ค่อยๆ เกา ไปเป็นประโยคๆ ก็พอได้ความรู้เพิ่มเติม ได้สาระประโยชน์ที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว... (2) (3)

          แต่สำหรับเล่มสองนี่สิ...ที่นอกจากหนาเตอะตะ สามารถเอามาหนุนแทนหมอนได้สบายๆ ความยาวประมาณ 500 กว่าหน้า แต่พอค่อยๆ แกะ ค่อยๆ เกา ไปได้แค่ประมาณ 30 กว่าหน้า ก็ต้องเรียกว่า...ไม่เอาแล้ว ไม่ไหวแล้ว!!! คือนอกจากเล่นเอาแทบ ขี้ ไม่ออก ยัง     ทำท่าว่าอาจส่งผลให้เกิดอาการท้องผูก ลำไส้อุดตันเอาง่ายๆ นั่นคือหนังสือที่มีชื่อภาษาปะกิตว่า Homo Deus-A Brief History of Tomorrow  เขียนโดยศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ชาวยิว หรืออาจารย์ประจำคณะประวัติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย Hebrew University of Jerusalem  ผู้มีนามกรว่า ยูวัล โนอาห์ แฮรารี (Yuval Noah Harari) ที่ว่ากันว่า...เป็นผู้ชายที่มี ผัว เป็นตัวเป็นตน แต่สามารถอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ ตลอดไปจนวิทยาการ เทคโนโลยี หลายๆ สาขา สร้างชื่อ สร้างบารมี ให้กลายเป็นนักเขียนที่โด่งดังในระดับโลก หนังสือแต่ละเล่ม มียอดพิมพ์นับเป็นล้านๆ เล่ม เอาเลยถึงขั้นนั้น...

คือเหตุที่อ่านแล้วขี้ไม่ค่อยจะออก...ก็คงไม่ได้เกี่ยวอะไรกับความเป็นเกย์ ของศาสตราจารย์ผู้นี้มากมายซักเท่าไหร่นัก เพราะนั่นน่าจะเป็นแค่เรื่อง รสนิยม ซึ่งคงไม่ได้เกี่ยวกับความรู้ ความเข้าใจ ต่อความเป็นไปของสรรพสิ่งต่างๆ แต่อย่างใด แต่น่าจะเป็นเพราะเรื่องของ ค่านิยมหรือแนวคิด ทัศนคติ ในการมองโลก มองความเป็นไปของสรรพสิ่งทั้งหลายซะมากกว่า ที่เป็นอะไรซึ่งอาจทำให้เกิดอาการ ท้องผูก หรือ ลำไส้อุดตัน ได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์ คือออกจะเป็นแนวคิดที่หนักไปทาง สุดโต่ง เอามากๆ แถมยังสุดโต่งไปทางวัตถุนิยม ทุนนิยม หรือกระทั่งบริโภคนิยม อีกต่างหาก แม้เจ้าตัวจะอ้างว่า เคยนั่งวิปัสสนา ฝึกจิต ฝึกกรรมฐาน กับครูบาอาจารย์รายใดๆ ก็แล้วแต่ แต่แทบไม่ได้มีร่องรอยของ ธรรมะ ซึมซ่านอยู่ในสิ่งซึ่งแสดงออกมาเป็นแนวคิด เป็น ทัศนะใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเมื่อดันไปสรุปแบบคิดเอง เออเอง เอาไว้ประมาณว่า ศาสนาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกนี้...คือทุนนิยม ไปโน่นเลย ก็ยิ่งไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี หนักขึ้นไปใหญ่...

(4)

แต่เหตุที่ต้องหยิบเอาหนังสือที่ อ่านไม่จบ หรือ อ่านแล้วขี้ไม่ออก เล่มนี้...มาพูดจาว่ากล่าวกันในช่วงอาทิตย์นี้ ก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่า ความรู้สึกแปลกใจ หรือความรู้สึกที่ออกจะงงๆ ที่เห็นใครต่อใครในบ้านเรา หยิบเอาหนังสือเล่มนี้มาพูดถึง กล่าวขวัญถึง แบบคล้ายๆ เป็นอะไรที่สูงส่ง ที่วิเศษวิเสโส เสียเหลือเกิน หรือเป็นอะไรที่สุดแสนก้าวหน้า ทันสมัย ล้ำยุค ล้ำสมัย ชนิดใครไม่อ่านแล้วบ้านอาจถูกไฟไหม้อะไรทำนองนั้น เพราะแม้แต่ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ก็ยังอ่าน บิล เกตส์ ก็เคยอ่าน หรือ โอบามา ก็อ่าน ดังนั้น...ใครที่อยากก้าวล้ำ นำหน้า อยากจะทันสมัย ก็คงต้องรีบหามาอ่านให้จงได้ โดยไม่จำเป็นต้องสนใจว่า มาร์ค หรือ บิล หรือ โอมาบ้า นั้น จะบ้ามาก-บ้าน้อย จะมีสติ-ปัญญาครบถ้วนสมบูรณ์ซักเพียงใด แต่ด้วยเหตุเพราะเป็น คนดัง เท่านั้นเอง เลยคงต้อง บ้า...ก็...บ้าวะ ตามแบบ เลียนแบบ เขาไปด้วย...

(5)

เหมือนอย่างเมื่อซัก 20-30 ปีที่แล้ว...ที่ใครต่อใครอาจรู้สึก เชยย์ย์ย์ซ์ซ์ซ์ ถ้าลองไม่ได้อ่านหนังสือว่าด้วยเรื่องราวของทุนนิยมโลกาภิวัตน์ เรื่องการมาถึงของ คลื่นลูกที่สาม ที่เขียนโดย อัลวิน ทอฟเลอร์ และ ไฮดี้ ทอฟเลอร์ซึ่งพยายามวาดฉาก วาดจินตนาการแห่งอนาคต เอาไว้เพื่อรองรับความเป็น ประมุขโลก ของคุณพ่ออเมริกา ในฐานะ ผู้นำแห่งประเทศคลื่นลูกที่หนึ่ง กันโดยเฉพาะ จนทำให้ความก้าวหน้า ทันสมัย ในลักษณะที่ว่านี้ แทบไม่ต่างอะไรไปจากการดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองถูก ล้างสมอง หรือการตะเกียกตะกายเพื่อให้ตัวเองกลายสภาพไปเป็น ทาสทางปัญญา หรือ อาณานิคมทางปัญญา ของพวกฝรั่งในแต่ละยุคแต่ละสมัย...นั่นเอง...

(6)

จนสุดท้าย...หลังจากโลกาภิวัตน์ที่ถูกขับเคลื่อนโดยทุนนิยม เริ่มทำท่าว่าใกล้ เจ๊ง มะรอมมะร่อ ถึงทำให้ผู้ที่ก้าวล้ำ นำสมัย หรือผู้ที่ กลัวเชยย์ย์ย์ซ์ซ์ซ์ ทั้งหลาย พอได้เกิดอาการ ตาสว่าง ขึ้นมามั่ง แต่กระนั้น...ก็ยังคงส่งผลให้บรรดา ปัญญาชนแห่งคลื่นลูกที่สาม หรือพวกเด็กๆ ที่เพิ่งโต เพิ่งหย่านมได้ไม่นาน เลยหนีไม่พ้นต้องโหยหา ถวิลหา สิ่งซึ่งถูกนำมาใช้เป็น เครื่องมือ ในการครอบงำโลกทั้งโลก ของพวก ทุนนิยมเสรี ทั้งหลาย นั่นก็คือ ประชาธิปไตยแบบทุนนิยมเสรี หรือสิ่งที่เรียกๆ กันว่า เสรีภาพ ซึ่งแทบไม่ได้ต่างอะไรไปจาก มายาภาพ ในอีกรูปแบบหนึ่งนั่นเอง และอาจด้วยลักษณะอาการเช่นเดียวกันนี้ ความรู้สึกตื่นเต้น ฮือฮา กับข้อเขียนของนักประวัติศาสตร์ชาวเกย์ ผู้มีนามกรว่า ยูวัล โนอาห์ แฮรารี จึงได้อุบัติขึ้นมากับกลุ่มคนบางกลุ่ม บางเหล่า ในบ้านเรา ทั้งๆ ที่เป็นอะไรที่ขัดแย้ง สวนทาง กับค่านิยม วัฒนธรรม ประเพณี หรือแม้แต่แก่นสาระทางศาสนา โดยเฉพาะศาสนาพุทธ แบบคนละเรื่อง คนละม้วน แถมอ่านแล้วยัง ขี้ไม่ออก อีกด้วยต่างหาก!!!


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ