ข่าวอินโฟเควสท์
19:20 เงินปอนด์แข็งค่าเทียบดอลล์ ขานรับข้อตกลง Brexit,BoE ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย   เงินปอนด์ยังคงแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันนี้ โดยขานรับข่า…
19:00 ดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวกเล็กน้อย ขานรับผลประกอบการแกร่ง ขณะวิตกภาวะเศรษฐกิจโลก   ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ขยับขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากการเป…
18:53 PTT เข้าพบ"ศักดิ์สยาม" พร้อมร่วมมือรื้อย้ายท่อน้ำมัน-ท่อก๊าซที่กีดขวางในพื้นที่ก่อสร้างไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน   นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม…
18:47 ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นกำกับดูแล "ธุรกิจที่ปรึกษา-ผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล"หนุนได้รับบริการตามมาตรฐาน   สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลั…
18:40 "กรณ์"ห่วงเก็บรายได้ไม่พอใช้-ไม่ตอบโจทย์พัฒนาสังคม แนะปฏิรูประบบภาษี Capital Gain Tax-Transaction Tax   นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค…

CHOฟ้องขสมก.เรียกค่าเสียหาย1,550ล้าน

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 10 กันยายน 2562 00:00:42 น.

ราชดำเนิน * ช ทวี ยื่นฟ้องศาลปกครองกลางเรียกค่าเสียหาย 1.55 พันล้านบาท หลังถูกเลิกสัญญาติดตั้ง E-ticket บนรถเมล์ ด้าน ขสมก.ยันเครื่องไม่เสถียรใช้งานไม่ได้ แถมทอนเงินอืด

นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ช ทวี (CHO) เปิดเผยว่า จากกรณีที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้ทำการบอกเลิกสัญญาโครงการติดตั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) และ Cash-Box บนรถโดยสารประจำทาง จำนวน 2,600 คัน มีกำหนด ระยะเวลาการเช่า 5 ปี วงเงิน 1,655 ล้านบาทนั้น ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้สำนักงานกฎหมายผู้เชี่ยวชาญยื่นคำฟ้อง ขสมก. ณ ศาลปกครองกลาง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายหรือชดใช้ค่าการงาน และค่าเช่าที่ควรได้รับ วงเงิน 1,556 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง จนถึงวันชำระแล้วเสร็จ และให้คืนหลักประกันสัญญาพร้อมค่าธรรมเนียมที่จะเกิดจากการคืนหลักประกันล่าช้าดังกล่าวแล้ว

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุว่า กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้ ขสมก.หารือกับสำนัก งานอัยการสูงสุดเพื่อหาแนวทางในการต่อสู้คดีกับ CHO ในกรณี เอกชนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ควบคู่ไปกับการว่าจ้างที่ปรึกษาสำนักงานทางกฎหมายที่เชี่ยว ชาญกฎหมายแพ่งและกฎหมายปกครอง เพื่อเตรียมต่อสู้คดีดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการบอกเลิกสัญญาในครั้งนี้ ก็เสียประโยชน์และมีค่าเสียเวลาด้วยเช่นกัน เนื่องจากอุปกรณ์ ที่เอกชนนำมาติดตั้งนั้นไม่สามารถใช้งานได้ตามที่ตกลงใน สัญญา อีกทั้งพบว่าระบบไม่เสถียร มีการทดลองหลายครั้งก็ใช้งานไม่ได้ อีกทั้งยังมีกระแสสังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ นอกจากนี้ระบบทอนเงินใช้เวลานาน ส่งผลกระทบกับงานบริหารผู้โดยสารในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง