ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเปิดชมรมและศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สุวินทวงศ์ และทรงติดตามการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ของเขตหนองจอก

ข่าวบันเทิง 11 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เมื่อวันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จไปยังโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สุวินทวงศ์ เขตหนองจอก ทรงเปิดชมรมและศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ซึ่งโรงเรียนได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานเขตหนองจอก ด้วยตระหนักถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในโรงเรียนที่มีนักเรียนชาย-หญิง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 จำนวน 1,400 คน เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอบายมุข โดยการส่งเสริมให้ร่วมกิจกรรมชมรม TO BE NUMBER ONE ทั้งด้านวิชาการและการพัฒนาทักษะตามความสนใจ ร่วมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดกับชุมชนและหน่วยงานอื่นๆ ให้สมาชิก คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ได้แสดงความสามารถในสิ่งที่สมาชิกชอบ และร่วมกิจกรรมจิตอาสา เพื่อสาธารณประโยชน์ ส่วนศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ดำเนินการภายใต้แนวคิด "ปรับทุกข์สร้างสุข แก้ปัญหา พัฒนา อีคิว" ทำให้สมาชิกเกิดทักษะการคิดเป็นระบบ การทำงานเป็นทีม มีความคิดสร้างสรรค์และมีความภาคภูมิใจในตนเอง มีกิจกรรมสร้างสุข ได้แก่ การจัดสวนแก้ว, หนังสือเล่มเล็ก, โครงงานวิทย์พิชิตสิ่งแวดล้อม, STEM ศึกษาพัฒนาชุมชนและกิจกรรมธรรมชาติสร้างสรรค์

ในขณะที่ "เขตหนองจอก" ได้สนองพระดำริดำเนินโครงการ TO BE NUMBER ONE เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด รณรงค์สร้างกระแสค่านิยม "เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด" จัดกิจกรรมสร้างเสริมภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสร้างและพัฒนาเครือข่ายครอบคลุมทั้งในชุมชน โรงเรียนและสถานประกอบการ โดยเขตหนองจอกมีผู้สมัครใจเข้าร่วมโครงการใครติดยายกมือขึ้น 63 คน, บังคับบำบัด 152 คน และที่ต้องโทษ 5 คน

นายเลิศศักดิ์ นันนวน "ครูตี๋" ครูที่ปรึกษาศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สุวินทวงศ์ เล่าว่า กิจกรรมภายในศูนย์เพื่อนใจฯจะให้เด็กเป็นหลักในการนำเสนอ ชอบกิจกรรมแบบไหนคิดแล้วนำมาปรึกษาพัฒนาร่วมกัน ในฐานะเป็นครูที่ปรึกษาจะรับฟังเด็กและคอยสนับสนุนในเรื่องนั้นๆ การมีศูนย์เพื่อนใจฯเหมือนเปิดโอกาสให้เด็กได้มีพื้นที่มาทำกิจกรรมที่อยากทำร่วมกัน และได้ใช้เวลารวมตัวทำกิจกรรมที่ดี เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดีจากหน้ามือเป็นหลังมือ ตัวอย่างเช่น กรณีของเด็กนักเรียนชายมีพฤติกรรมสูบบุหรี่ วันหนึ่งเพื่อนๆ ชักชวนเขาเข้ามาร่วมกิจกรรม ทั้งเขาและเพื่อนได้ทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์ร่วมกัน เขาจึงมีความคิดใหม่ เลิกบุหรี่ มีความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้น ตั้งใจเรียน สอบติดมหาวิทยาลัยที่อยากเรียนและมีอนาคตที่ดีขึ้น ครูเชื่อว่าหลายๆ อย่างทั้งตัวเขาเอง ทั้งทางศูนย์เพื่อนใจฯของเรา เป็นแรงผลักดันให้เขาประสบความสำเร็จได้ ซึ่งเสียงตอบรับจากพ่อแม่ผู้ปกครองดีมาก เพราะอยากสนับสนุนลูกๆอยู่แล้ว ทางศูนย์เพื่อนใจฯของเราก็มีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงความสามารถ

น.ส.พาขวัญ นวลคำ "น้องขวัญ"วัย 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 หัวหน้า "กลุ่มกิจกรรมหนังสือเล่มเล็ก" ศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สุวินทวงศ์ เล่าว่า ได้แนวคิดในการทำหนังสือเล่มเล็กมาจาก ความไม่ชอบอ่านหนังสือของเยาวชนในปัจจุบัน จึงเลือกทำหนังสือนิทานเพราะมีภาพประกอบช่วยดึงความสนใจ ได้การถ่ายทอดเรื่องราวลงในหนังสือแต่ละเล่ม เราจะเน้นเรื่องคติสอนใจ เช่น เรื่องความสามัคคี ความรับผิดชอบ และเรื่องยาเสพติดซึ่งหนังสือเล่มนี้มีชื่อเรื่องว่า "เก่งกาจ" เนื้อเรื่องในหนังสือมีความเชื่อมโยงกับโครงการ TO BE NUMBER ONE และเป็นเล่มที่จะถวายให้กับทูลกระหม่อมวันนี้ได้ด้วย เนื้อเรื่องได้สะท้อนถึงชีวิตของเยาวชน คนหนึ่งที่ชื่อว่า "เก่งกาจ" ที่บ้านฐานะดี เพียบพร้อมทุกอย่าง แต่ขาดความรักจากครอบครัว พ่อกับแม่แยกทางกัน เก่งกาจอาศัยอยู่กับพ่อซึ่งวันๆ ทำแต่งาน เก่งกาจจึงไม่สนใจเรียน เที่ยวเล่น กินเหล้า ติดเพื่อนและเข้าไปอยู่ในสังคม ที่ติดยา ทำให้พ่อแม่เสียใจมาก ในที่สุดเก่งกาจจึงคิดได้และได้เข้ารับการบำบัดใน "โครงการใครติดยายกมือขึ้น" จนสามารถเลิกยาได้เด็ดขาด ส่วนพ่อก็ปรับตัว แบ่งเวลาให้กับลูกมากขึ้น ชีวิตครอบครัวจึงกลับมามีความสุขอีกครั้ง

นายศิรเชษฐ์ กิติกรโรจนนิภัทธิ์ "นัส" วัย 15 ปี นักเรียนชั้นม.1 "กลุ่มกิจกรรม STEM ศึกษาพัฒนาชุมชน และกิจกรรมธรรมชาติสร้างสรรค์" ศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สุวินทวงศ์ บอกว่า การมีศูนย์เพื่อนใจฯช่วยให้พวกเรามีสถานที่ทำกิจกรรมและได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์มากขึ้น นำความรู้จากการเรียนมาประยุกต์ใช้ได้ และเนื่องจากตัวเองเรียนสายวิทย์-คณิต จึงได้ประดิษฐ์ "ถุงเพาะรักษ์"ซึ่งเกิดจากความคิดที่จะใช้วัสดุธรรมชาติทำเป็นถุงเพาะชำแทนถุงพลาสติกที่ย่อยสลายยากและเป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม ขั้นตอนการทำ "ถุงเพาะรักษ์" เริ่มจากนำเปลือกหอยแครงมาผ่านความร้อนบดให้ละเอียดและนำมาผสมกับน้ำแป้งมัน จากนั้นนำมาขึ้นรูปกับแม่พิมพ์ เมื่อทำเสร็จแล้วสามารถนำลงหลุมปลูกต้นไม้ได้เลย ประโยชน์ก็คือเป็นปุ๋ยด้วยในตัว และย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ลดการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งสามารถนำกิจกรรมนี้ไปถ่ายทอดให้เพื่อนๆ และสามารถ สร้างเป็นอาชีพได้ด้วย


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ