'โขน' ตอน 'สืบมรรคา' ยิ่งใหญ่กว่าที่ผ่านมา

ข่าวบันเทิง 12 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

อาจารย์ประเมษฐ์เผยอีกว่า การแสดงปีนี้เป็นปีพิเศษ เพราะจะได้เห็นตัวละครที่ไม่เคยกล่าวถึง หรือปรากฏให้เห็นในตอนอื่นๆ มาก่อน เช่น นกสัมพาที นางผีเสื้อสมุทร นางอังกาศตไล ยักษ์ปักหลั่น เป็นต้น โดยเฉพาะนางอังกาศตไล ยักษ์ผู้หญิงกึ่งทอมบอยที่มีฤทธิ์มาก ความพิเศษคือ เราจะได้เห็นการรำทวนท่ารบที่สืบทอดมาจากมหรสพในสมัยรัชกาลที่ 6 แล้วก็จะได้เห็นเครื่องแต่งกายที่สวยงามและแปลกตาของตัวละครกว่าตอนอื่นๆ ที่เคยเห็น เช่น ทศกัณฐ์หน้าทอง มีผ้าคล้องไหล่ พวงมาลัยคล้องพระกรขวา และพัดด้ามจิ้วจันทน์ที่ใช้สะบัดประกอบท่ารำ รวมถึงจะได้ชมกระบวนรำฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวนที่สวยงาม แสดงความเจ้าชู้ยักษ์ของตัวทศกัณฐ์ที่เข้าไปเกี้ยวพาราสีนางสีดา สำหรับตัวทศกัณฐ์เราจะใช้หน้าทองเป็นครั้งแรกในบทรำฉุยฉาย เพราะปกติในสมัยโบราณรัชกาลที่ 6 เขาจะใช้หน้าเขียวเป็นส่วนใหญ่ ก็จะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ในตอนนี้ บรรยายใต้ภาพ

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติเป็นประจำทุกปี และนับเป็นวาระพิเศษที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก ประกาศขึ้นทะเบียนการแสดงโขนไทย (KHON: MASKED DANCE DRAMA IN THAILAND) เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity) โดยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยรายการแรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ปีนี้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงได้เตรียมเปิดการแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอน "สืบมรรคา" ขึ้น ยิ่งใหญ่และพิเศษกว่าเดิม เพื่อเป็นการเผยแพร่นาฏศิลป์ชั้นสูงอันเก่าแก่ของไทย อีกทั้งเพื่อให้คนรุ่นใหม่ร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป

สำหรับ การแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอน "สืบมรรคา" มีองก์รวมทั้งหมด 10 ตอน โดยจัดแสดงในรูปแบบโขนหลวง ผสานความตระการตาของฉากเทคนิคที่งดงาม

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวว่า การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เปิดแสดงนับตั้งแต่ พ.ศ.2550 มาแล้วรวมทั้งสิ้น 8 ตอน ได้แก่ ศึกพรหมาศ, นางลอย, ศึกมัยราพณ์, จองถนน, ศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์, ศึกอินทรชิต ตอนนาคบาศ, ศึกอินทรชิต ตอนพรหมาศ และพิเภกสวามิภักดิ์ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ปีนี้จึงกลับมาอีกครั้ง โดยจัดแสดงตอน "สืบมรรคา" เป็นตอนที่มีเนื้อหาสนุกสนาน หลากรส และชวนติดตามไปกับการผจญภัยของหนุมานทหารเอกของพระราม นำแสดงโดยนักแสดงจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และนักแสดงใหม่ๆ ที่ผ่านการคัดเลือกมาจากที่ได้ทำการคัดเลือกผู้มีพื้นฐานด้านนาฏศิลป์จากทั่วประเทศ ปีนี้ก็เช่นกัน จะเห็นมีนักแสดงใหม่ๆ ทั้งเยาวชนและคนวัยทำงานมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงนับร้อยชีวิต ก็เป็นการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยให้อยู่กับลูกหลาน เรามองว่าโขนไม่ใช่เพียงแต่สร้างมาให้คนดูเพื่อความบันเทิงอย่างเดียว สิ่งสำคัญคือเราอยากให้ผู้ชมเห็นว่าศิลปะไทยอยู่ในทุกอณูของโขน ไม่ว่าจะฉาก อุปกรณ์ เครื่องแต่งกาย ฯลฯ ล้วนเกิดจากฝีมือของช่างทั้งสิ้น ทางคณะกรรมการจัดแสดงก็หวังว่าทุกท่านที่ได้ดู จะรู้สึกถึงความหวงแหน แล้วก็รักษาไว้

ด้านอาจารย์ประเมษฐ์ บุญยะชัย ที่ปรึกษาอาวุโส กล่าวว่า ด้วยพระบารมีของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงรื้อฟื้นการแสดงโขนให้กลับคืนมาเป็นที่สนใจของประชาชนชาวไทยมากว่าทศวรรษ ทำให้มรดกทางวัฒนธรรมของไทยไม่สูญไปกับกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายทอดองค์ความรู้ทางด้านนาฏศิลป์จากรุ่นสู่รุ่น การฟื้นฟูเครื่องแต่งกายโขนแบบโบราณ รวมทั้งการสืบทอดผู้แสดงโขนรุ่นใหม่ๆ ซึ่งล้วนเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านทั้งสิ้น ไม่เช่นนั้นศิลปะการแสดงโขนและช่างฝีมือทั้งหลายคงมีอันสูญหายกันไปนานแล้ว

"การแสดงโขนในปัจจุบันต้องมีการปรับตัวให้ทันยุคสมัย เพื่อตอบรับผู้ชมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่มีเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจมาชมการแสดงโขนเพิ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่งการแสดงโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ก็ได้มีการพัฒนารูปแบบการแสดงให้มีความกระชับเพื่อเรียกความสนใจจากผู้ชม และที่สำคัญคือมีการสร้างฉากประกอบการแสดง เพื่อสร้างความตื่นเต้นและให้ผู้ชมได้จินตนาการได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการเลือกตอนที่ใช้ในการแสดงโขนแต่ละครั้งให้มีความสนุกสนาน และเหมาะสมกับโอกาสต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก นอกจากนี้การดำรงอยู่ได้ของโขนคือ การเป็นศิลปะที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมทุกยุคสมัยได้ ซึ่งถือเป็นความท้าทายในการสืบสาน "โขน" ที่เป็นมรดกของชาติสืบไป"

ขณะที่ ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้เขียนบทและกำกับการแสดง เผยว่า ตอน สืบมรรคา เป็นตอนที่มีความสนุกสนาน หลากรส และเต็มไปด้วยสีสัน สืบมรรคา แปลว่าการสืบหนทาง ก็คือเรื่องย่อมีว่า พระรามใช้หนุมานเดินทางไปสืบหนทางเพื่อไปกรุงลงกา แต่ขณะเดินทางไปก็จะต้องเจอด่านต่างๆ กลายเป็นฉากไฮไลต์สำคัญ เช่น ฉากแม่น้ำใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในฉากเด่นของตอน โดยหนุมานและเหล่าวานรพบแม่น้ำใหญ่ หนุมานจึงเนรมิตกายให้ใหญ่โตเอาหางพาดต่างสะพานให้กองทัพวานรไต่ข้ามแม่น้ำ และมีตัวละครใหม่ๆ อย่างนางอังกาศตไลที่จะปรากฏเฉพาะในตอนนี้เท่านั้น ส่วนผีเสื้อสมุทร ตัวละครที่สุนทรภู่เอาไปใช้ ซึ่งเคยอยู่ในเรื่องรามเกียรติ์มาก่อน ในเรื่องรามเกียรติ์นี้จะเป็นยักษ์ที่รักษาด่านในท้องทะเล เมื่อหนุมานมาถึงด่าน หนุมานจะโดนผีเสื้อสมุทรกิน จึงมีการเหาะเข้าปากนางผีเสื้อสมุทรทะลุหูขวาลงมายังท้อง ก็จะใช้เทคนิคทันสมัย

"รามเกียรติ์เป็นเรื่องแฟนตาซีที่สามารถทำฉากต่างๆ ได้ไม่แปลก เพราะในสมัยโบราณก็เคยทำมาแล้ว แม้แต่รัชกาลที่ 1 ก็เคยใช้ลอกชักเหาะได้ ต่อมามีสลิง มีการทำเทคนิคต่างๆ บนเวที ความพิเศษยังไม่พอแค่นี้ ท่วงท่าการรำได้มีการรื้อฟื้นท่ารำแม่บทเก่าแก่ขึ้นมาใหม่ ซึ่งยังไม่เคยแสดงครั้งใดมาก่อน โดยเชิญครูผู้เชี่ยวชาญระดับศิลปินแห่งชาติมาเป็นผู้ฝึกสอนท่วงท่ารำทุกขั้นตอน ที่สำคัญการดำเนินเรื่องก็กระชับ ฉับไว และตื่นเต้น เข้ากับรสนิยมของผู้ชมรุ่นใหม่ รับรองว่าสนุกสนานชวนติดตาม แฟนโขนทุกคนไม่ควรพลาดชม"

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน "สืบมรรคา" จะเปิดการแสดงระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2562 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com หรือสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ทางเว็บไซต์ www.khonperformance.com และเฟซบุ๊ก Khon Performance โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ.

ฉากต่อสู้ระหว่างหนุมานและทศกัณฐ์

ขบวนแห่ทศกัณฐ์และรำฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวน

ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้กำกับการแสดง จัดทำบทและบรรยาย

ห้องบรรทมทศกัณฐ์

ฉากต่อสู้ของหนุมาน

ฉากนางสีดาอยู่ในสวน

ทศกัณฐ์

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ