ส่อวุ่นปมพ.ร.ก.กฎหมายครอบครัว

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2562 00:00:45 น.

กรุงเทพฯ * ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง ปธ.สภาส่งเอกสารเพิ่มปมยื่นตีความออก พ.ร.ก.แก้ พ.ร.บ.คุ้มครองสถาบันครอบครัว ก่อนพิจารณารับ-ไม่รับ ด้านวิษณุแจงยิบ ยกยุคป๋าเปรมไม่ผ่านต้องลาออก-ยุบสภา

เมื่อวันพุธ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรซึ่งส่งความเห็นของ ส.ส. พรรคฝ่ายค้านที่ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 ว่า การตราพระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 เป็น ไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง หรือไม่ จัดส่งเอกสารเกี่ยวกับคำร้องให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อประกอบการพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคสอง หรือไม่

เนื่องจากเมื่อพิจารณาคำ ร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็น ว่า มีเพียงสำเนา พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 และสำเนา พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระ ราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 เท่านั้น โดยไม่ปรากฏหนังสือจากนายกฯ ถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรให้นำ พ.ร.ก.นี้เสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา หนังสือเชิญประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก.นี้ และรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่มีการพิจารณา พ.ร.ก.นี้ จึงมีคำสั่งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรจัดส่งเอกสารให้ครบถ้วนสมบูรณ์

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบฯ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลเชื่อว่าสามารถทำได้ เพราะมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนและเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยสาธารณะ รัฐบาลทราบดีว่าการออก พ.ร.ก. นั้นมีหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง และกรณีนี้เข้าข่ายหลักเกณฑ์ดังกล่าว ส่วนที่ฝ่ายค้านท้วงติงว่าไม่สามารถทำได้นั้นอาจเพราะไม่เข้าใจว่าหลักเกณฑ์ของรัฐบาลมีอย่างไรบ้าง

นายวิษณุกล่าวว่า รัฐบาลได้ออกกฎหมายใหม่ปี 2562 เพื่อทดแทนฉบับเดิมของปี 50 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ พ.ค.ที่ผ่านมา และมีผลบังคับใช้ วันที่ 20 ส.ค.62 แต่เมื่อถึงวัน ใกล้บังคับใช้กลับพบว่าเกิดความไม่เข้าใจกันรวมถึงคัดค้านกฎหมายฉบับใหม่นี้ ทั้งยังมีเรื่องของความไม่พร้อมในการปฏิบัติ เช่นการใช้ความรุนแรงในครอบครัว กฎหมายเดิมให้เป็นความผิดอันยอมความกันได้ แต่กฎหมายใหม่จะเป็นความผิดที่ไม่อาจยอมความกันได้

"เมื่อดูจากสถิติการทำร้ายกันในครอบครัวจากปี 50-62 ซึ่งมีอยู่ 10,000 กว่าเรื่อง เราคิด ว่าบางทีอาจแยกมาตั้งเป็นกรม ใหม่ในการดำเนินการฟ้องร้องต่อศาล แทนกรมครอบครัวฯ โดยได้ให้ ก.พ.ร.ไปคิดหาวิธีตั้ง กรมแล้ว โดยเบื้องต้นเราคิดว่า จะยืดเวลาการบังคับใช้ไปเป็นหนึ่งปี แต่คิดไปคิดมาก็เปลี่ยนใหม่เผื่อว่ายังทำไม่เสร็จหรือเสร็จ เร็ว ให้เป็นจนกว่าจะออก พ.ร.ก. มาบังคับใช้ได้ เมื่อฝ่ายค้านยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว รัฐบาลมีหน้าที่ไปชี้แจง หากศาลเห็นว่ารัฐบาลมีเหตุผลเพียงพอ ทุกอย่างจบ ก็จะนำเรื่องดังกล่าวกลับเข้าสู่ที่ประชุมสภาโหวตว่าให้ผ่านหรือไม่ ดังนั้นทุกอย่างจึงเดินหน้าต่อไป" นายวิษณุระบุ

ถามว่าหากศาลวินิจฉัยว่ารัฐบาลไม่สามารถออก พ.ร.ก.ดังกล่าวได้จะเป็นอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่าถ้าศาลวินิจฉัยว่าไม่สามารถออก พ.ร.ก.ได้ ถือว่ารัฐ บาลทำไม่ถูก ซึ่งในสมัย พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯ ก็เคยมี พ.ร.ก.ไม่ผ่าน รัฐบาลจึงต้องยุบสภาหรือลาออก อย่างไรก็ตามระหว่างนี้ที่ศาลพิจารณาอยู่ก็ยังใช้ตามที่ พ.ร.ก.ให้ยืดการบังคับใช้ออกไป จึงไม่มีใครเดือดร้อนอะไร เพราะก่อนที่จะออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ได้ปรึกษากับตำรวจ อัยการ ศาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง