คอลัมน์อีโคโฟกัส: ขนมไหว้พระจันทร์ปี62โต2% ราคาวัตถุดิบแพง-ตลาดไม่คึกคัก

ข่าวเศรษฐกิจ 14 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

มูลค่าตลาดขนมไหว้พระจันทร์ปี 2562 จะอยู่ที่ประมาณ 950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% ส่วนใหญ่มาจากปัจจัยด้านราคาที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ตามราคาวัตถุดิบที่เป็นรสชาติดั้งเดิมที่เพิ่มขึ้น อาทิ ทุเรียน รวมถึงการออกรสชาติขนมไหว้พระจันทร์ใหม่ ที่มักตั้งราคาสูงกว่ารสชาติดั้งเดิม นอกจากนี้ยังเป็นผลจากการสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยรูปแบบบรรจุภัณฑ์

เทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ตรงกับวันที่ 13 กันยายน 2562 บรรยากาศของเทศกาลปีนี้ยังคงเห็นผู้ประกอบการทั้งรายดั้งเดิมและรายใหม่ ส่งผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ ออกมานำเสนอเพื่อสร้างความแปลกใหม่ ทั้งด้านไส้ขนมที่บางรายคิดค้นไส้ที่ยังไม่เคยมีการผลิตออกมาก่อนหน้านี้ รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามมีคุณค่า เพื่อจับตลาดกลุ่มที่ซื้อไปรับประทาน หรือ ซื้อเป็นของฝาก อย่างไรก็ดี สำหรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ในปี 2562 นี้ ผู้ประกอบการขนมไหว้พระจันทร์ต้องเผชิญกับความท้า ทายจากราคาวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งมีผลต่อราคาขนมไหว้พระจันทร์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นพอสมควร และอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อของกลุ่มลูกค้าที่มีความอ่อนไหวทางด้านราคาสูง

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้สำรวจพฤติกรรมการซื้อขนมไหว้พระจันทร์ของคนไทยในปี 2562 และพบว่า ในปี 2562 คนส่วนใหญ่ยังคงให้ความสนใจซื้อขนมไหว้พระจันทร์ โดยมีสัดส่วนการซื้อปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 61.4% จาก 59.6% ในปี 2561 โดยส่วนใหญ่เป็นการซื้อไปรับประทาน มีสัดส่วนอยู่ที่ 47.1% รองลงมาคือกลุ่มที่ซื้อไปไหว้มีสัดส่วน 26.6% ซื้อไปฝากญาติมิตร 22.3% และซื้อให้กลุ่มลูกค้าองค์กร 4.0%

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ตอบแบบสอบถามจะซื้อขนมไหว้พระจันทร์ในจำนวนที่ลดลง โดยอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 7.2 ชิ้นในปีนี้ จาก 7.5 ชิ้นในปี 2561 ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยใกล้เคียงกับปีก่อน โดยอยู่ที่ 992 บาทต่อคน เทียบกับ 997 บาทต่อคนในปีก่อน ซึ่งในกลุ่มที่ซื้อขนมไหว้พระจันทร์ลดลง ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะราคาที่แพงขึ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 29.5% สอดคล้องกับที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้เก็บรวบรวมข้อมูล พบว่า ขนมไหว้พระจันทร์ในตลาดมีราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 3-5% นอกจากนี้การซื้อน้อยชิ้นลง เป็นผลมาจากการที่มีภาระรายจ่ายเพิ่มขึ้น 27.9% และการมีรายได้ที่ลดลง 8.2%

และจากผลการสำรวจประกอบกับสภาพบรรยากาศในช่วงเทศกาลโดยรวม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า มูลค่าตลาดขนมไหว้พระจันทร์ปี 2562 จะอยู่ที่ประมาณ 950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% ส่วนใหญ่มาจากปัจจัยด้านราคาที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ตามราคาวัตถุดิบที่เป็นรสชาติดั้งเดิมที่เพิ่มขึ้น อาทิ ทุเรียน รวมถึงการออกรสชาติขนมไหว้พระจันทร์ใหม่ ที่มักตั้งราคาสูงกว่ารสชาติดั้งเดิม นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากการสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยรูปแบบบรรจุภัณฑ์เทรนด์การให้ความใส่ใจต่อสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม ในปี 2562 นี้ ผู้ประกอบการขนมไหว้พระจันทร์บางรายได้มีการออกผลิตภัณฑ์ขนมไหว้พระจันทร์ที่ตอบโจทย์สุขภาพ อาทิ ธัญพืช มันม่วง เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญและระมัดระวังการรับประทานขนมไหว้พระจันทร์ในปริมาณที่จำกัดเพียงประมาณ 1-2 ชิ้น ซึ่งจากผลสำรวจก็เป็นไปในทิศทางเดียว กัน โดยพบว่าผู้บริโภคโดยรวมสนใจที่จะซื้อ หากมีขนมไหว้พระจันทร์ที่ดีต่อสุขภาพ เช่น หวานน้อย ในสัดส่วนที่สูงถึง 75.2% และหากเป็นคนรุ่นใหม่สัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 80.0% สะท้อนถึงเทรนด์การให้ความสำคัญต่อสุขภาพของผู้บริโภค ที่ครอบคลุมมาถึงกลุ่มผู้ซื้อขนมไหว้พระจันทร์ด้วย

แต่สำหรับกลุ่มคนรุ่นเก่า ส่วนใหญ่ยังคงติดใจในรสชาติและไส้ ของขนมไหว้พระจันทร์แบบดั้งเดิมที่คุ้นลิ้นและได้รับความนิยม ซึ่งพบ ว่าไส้ขนมไหว้พระจันทร์ยอดนิยม 3 ลำดับแรก ยังคงเป็นไส้ทุเรียนไข่เค็ม ด้วยสัดส่วน 25.9% เม็ดบัว 14.1% และโหงวยิ้ง 9.1% ซึ่งในระยะข้างหน้า หากผู้ประกอบการสามารถพัฒนาไส้ของขนมไหว้พระจันทร์ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ความชอบของคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ก็น่าที่จะได้รับความนิยมติดอันดับไส้ที่จำหน่ายได้สูง

สำหรับช่องทางการซื้อขนมไหว้พระจันทร์ในปีนี้ ที่คนส่วน ใหญ่เลือกใช้บริการ จะยังคงให้น้ำหนักไปที่ร้านค้าซึ่งอำนวยความสะดวกในการซื้อ โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อ/ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่มี การจำหน่ายขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายตราสินค้า และมีหลาก หลายรสชาติให้เลือก คิดเป็นสัดส่วน 60.5% รองลงมาได้แก่ โรง แรม/ร้านเบเกอรี่ สัดส่วน 34.2% และเป็นที่น่าสังเกตว่าช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมในการสั่งซื้อสินค้าในปัจจุบัน อาจจะยังไม่ตอบโจทย์สำหรับตลาดขนมไหว้พระจันทร์มากนัก เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงต้องการเลือกซื้อและเห็นสินค้าที่สดใหม่ ส่งผลให้สื่อโซเชียลมีเดียอย่าง Line, Twitter, Facebook, Instagram ถูกใช้เป็นช่องทางติดต่อสื่อสารภาพลักษณ์สินค้า หรือการนำเสนอโปรชั่นให้กับผู้ซื้อเป็นหลัก

ผู้ค้ารายใหม่เพิ่มขึ้น

สำหรับตลาดขนมไหว้พระจันทร์นั้นจะพบว่า มีผู้ประกอบการรายใหม่สนใจเข้ามาในตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะการเข้ามาจับตลาดคนรุ่นใหม่ที่ซื้อไปรับประทานหรือซื้อเป็นของฝาก ซึ่งค่อนข้างจะเปิดรับและชอบทดลองสินค้าใหม่ๆ สอดคล้องกับผลสำรวจที่พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามสนใจที่จะทดลองซื้อขนมไหว้พระจันทร์จากผู้ประกอบการรายใหม่ประมาณ 57.4% ขณะที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจสูงถึง 62.5%

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 2562 นี้ ตลาดยังคงตอบรับขนมไหว้พระจันทร์ใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากเป็นขนมที่ หาทานได้ไม่บ่อย แม้ว่าผู้ผลิตบางรายจะมีการผลิตออกมาจำหน่ายตลอด ทั้งปี แต่ความหลากหลายของไส้อาจไม่เทียบเท่ากับช่วงเทศกาลที่มีผู้ประ กอบการจำนวนมากผลิตไส้ที่แตกต่างกันออกมานำเสนอ ขณะที่ความสะดวกในการซื้อก็มีมากกว่าช่วงปกติ จากร้านค้าปลีกที่ร่วมกิจกรรม

นอกจากนี้ยังพบว่า ปัจจัยจากแรงกดดันด้านราคาสินค้าที่ขยับ ขึ้น รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่อาจไม่เอื้ออำนวยนัก ทำให้ปริมาณจำหน่ายในภาพรวมอาจลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน มองไปข้างหน้า ตลาดขนมไหว้พระจันทร์น่าจะถูกพัฒนาไปสู่การเป็นตัวเชื่อมไปยังกลุ่มที่ไม่ใช่คนไทยเชื้อสายจีน รวมถึงเชื่อมไปถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ช่วงอายุระหว่าง 20-39 ปี หรือกลุ่ม Gen Y และกลุ่ม Gen Z ที่รวมเรียกว่ากลุ่ม Millennials

ทั้งนี้ ปัจจุบันประชากรกลุ่ม Millennials ในประเทศไทยมีจำนวนรวมกันถึง 19.13 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 28.8% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ดังนั้น ผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่จึงควรให้ความสำคัญกับลูกค้าเป้าหมายกลุ่มนี้ ด้วยการพัฒนารสชาติและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ตรงใจ เนื่องจากเป็น กลุ่มผู้ซื้อที่กล้าใช้จ่ายเพื่อความคุ้มค่าของสินค้าและบริการ รวมทั้งการยึดติดกับตราสินค้าไม่สูงเท่าคนรุ่นก่อน ทำให้สินค้าขนมไหว้พระจันทร์รายใหม่ๆ สามารถแทรกเข้ามาในตลาดนี้ได้.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ