คอลัมน์สมาธิชาวบ้าน: การแผ่เมตตาและการอุทิศบุญกุศล

ข่าวทั่วไป 15 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

อ.บูรพา ผดุงไทย www.a-burapa.com โทร. 02-517-4224 ผู้ที่ไม่มีความเมตตาในจิตมักจะถูกปรุงแต่งด้วยอารมณ์โกรธได้ง่าย ยิ่งถ้าเป็นคนที่ไม่ได้ฝึกสติไว้ พอโกรธขึ้นมาก็จะไม่เท่าทันความโกรธ และไม่มีส่วนใดที่ไปเห็นอาการโกรธที่มันมีอยู่ในจิต แท้ที่จริงแล้วไม่ว่าความเมตตา ความโกรธ และจิต ก็เป็นตัวเดียวกัน ถ้าใจเรามองไม่เห็นความโกรธ ความโกรธมันก็จะลุกลามไปเรื่อยๆ และพัฒนาไปจนในที่สุด ก็จะเป็นความอาฆาตและความพยาบาทติดอยู่ในจิตวิญญาณ ติดอยู่ในภพชาติ เพราะไม่เท่าทันอารมณ์ความคิดนี้เอง ทำให้เราสร้างเมตตาขึ้นมาในจิตไม่ได้ การจะสร้างความเมตตาในจิตได้นั้นจิตต้องฝึกอบรมจนมีความตั้งมั่น หากจิตตั้งมั่นแล้วใจมันปรุงแต่งอะไรมันก็จะเท่าทันหมด เวลาเราจะแผ่เมตตาก็เริ่มที่กำหนดจิตให้ตั้งมั่นนี่เอง เมื่อจิตมีความตั่งมั่นก็จะมีกำลังที่จะแผ่เมตตาไปสู่สรรพชีวิตได้

การแผ่เมตตาคือการแสดงเจตนาที่ดี จิตใจที่ดี ความคิดที่ดี แผ่เป็นความรู้สึกออกไป คนที่จะแผ่เมตตาได้มันต้องมีความรัก ความเมตตา ความสงสารในจิตเสียก่อน ถ้าเราจะแผ่เมตตาให้สิ่งใดเราจะต้องบ่มเพาะฐานอารมณ์ของความเมตตาในจิตเราขึ้นมาก่อน ให้จิตของเรายืนอยู่บนฐานของความรัก เช่น เราจะต้องรักสิ่งนั้นได้แบบไม่มีเงื่อนไข เราจึงจะมีอารมณ์เมตตาที่บริสุทธิ์ ที่จะใช้แผ่เมตตาได้ ถ้าเรายังรังเกียจกันอยู่ ยังรักใครไม่ได้ อารมณ์เมตตามันก็จะไม่ปรากฏ

ส่วนการอุทิศบุญกุศลเป็นการให้ด้วยมุทิตาจิตที่มีความซับซ้อนกว่าการแผ่เมตตา บางคนไม่เข้าใจคิดว่ามันเป็นแบบเดียวกัน เหมือนกัน เช่น เราจะอุทิศบุญกุศลให้กับดวงวิญญาณทั้งหลายให้กับเจ้ากรรมนายเวร เจ้าป่าเจ้าเขา เราจะอุทิศบุญให้เขาได้เราจะต้องมีบุญกุศลเสียก่อน ไม่ใช่แค่ความเมตตาในชั่วขณะจิตที่เรากำหนดจิตออกไป ถ้าเราไม่มีไม่เคยสร้างบุญสร้างกุศลหรือระลึกไม่ได้ว่าเคยได้ทำบุญอะไรมา เราก็จะไม่มีบุญไปแผ่ให้กับดวงวิญญาณเหล่านั้น ดังนั้นเราจะต้องมีบุญกุศลเป็นทุนเดิมด้วย บุญกุศลก็เกิดจากการปฏิบัติทั้งหลาย ปฏิบัติแล้วก็เกิดบุญกุศลขึ้นภายในใจเรา ไม่ว่าจะด้วยการปฏิบัติสมาธิ การภาวนา การเผยแพร่สัจธรรม การทำบุญใส่บาตร สร้างวัดสืบต่อพุทธศาสนาล้วนเป็นการเสียสละด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ที่เกิดเป็นบุญเป็นกุศลทั้งสิ้น

พอเวลาที่เราจะอุทิศบุญกุศล เราก็จะใช้วิธีตั้งจิตเรียกดวงวิญญาณทั้งหลายที่เราปรารถนาจะอุทิศให้เขา ว่าบัดนี้เรากำลังจะเปิดเผยบุญกุศลอันเป็นแสงแห่งบุญภายในจิตใจของเราไปยังดวงวิญญาณเหล่านั้น ขอให้ดวงวิญญาณทั้งหลายจงตั้งใจโมทนารับในบุญกุศลที่เราได้อุทิศให้

เหมือนเรามีเทียนที่จุดสว่างอยู่ในอกเราเมื่อเราเปิดเผยให้เห็น ใครจะเอาเทียนมาต่อแสงไฟจากเรา แสงเทียนที่อยู่ภายในใจเรามันก็ไม่หายไปไหน เขาจะมาต่อไปกี่พันกี่หมื่นเล่ม บุญนั้นมันก็ไม่หมดไป แต่ผู้รับหรือดวงวิญญาณเหล่านั้นต้องโมทนาด้วยนะบุญมันถึงจะเกิด เมื่อเปิดเผยให้เห็นในบุญกุศลแล้วก็โมทนาในบุญกุศลนั้น แต่เราต้องมีบุญกุศลนั้นก่อน ถ้าเราไม่มีแสงเทียนในจิตเรา เปิดเผยไปมันก็ไม่มีเทียน ไม่มีแสงอะไร ก็ไม่สามารถที่จะได้บุญได้กุศลนั้นได้

เมื่อดวงจิตวิญญาณทั้งหลายได้โมทนารับบุญที่ปรากฏขึ้นมาภายในจิตได้แล้ว ก็จะได้รับบุญนั้นด้วยการกล่าวสาธุ ทำให้ดวงจิตที่ได้บุญกุศลนั้นได้ปรับชั้นเปลี่ยนภพภูมิให้สูงขึ้นมา

ดังนั้นแล้วผู้ที่จะสามารถอุทิศบุญกุศลได้ จิตต้องได้รับการฝึกสร้างบุญสร้างกุศลและรักษาศีลอยู่เสมอ เพื่อให้แสงแห่งบุญนั้นสว่างโชติช่วงอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่มีแสงแห่งบุญแล้ว เราก็ไม่สามารถที่จะอุทิศให้กับใครเขาได้.

สามารถติดตาม อ.บูรพา ได้ที่ช่อง Youtube "burapa84000" หรือ search หา "อ.บูรพา ผดุงไทย"


แท็ก คอลัมน์:  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ