คอลัมน์กากีกะสีเขียว

ข่าวทั่วไป 15 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

บรรยายใต้ภาพ พล.ต.ท.สุธีร์ เนรกัณฐี พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข พ.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์

นับถอยหลังอีกไม่ถึง 1 เดือน กรมปทุมวัน จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ตามการจัดทัพปรับทิศประจำปี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป ที่ ตำรวจ วัยครบเกษียณอายุราชการจะต้องถอดเครื่องแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เปลี่ยนให้คนใหม่เข้ามาแทนหน้าที่แทนตำแหน่งตามวัฏจักร ตอนนี้เลยเป็นช่วงตำรวจวัยใกล้เกษียณทยอยเดินสายอำลาตำแหน่ง และเลี้ยงเกษียณอายุราชการ ปีนี้มีตำรวจระดับผู้บัญชาการเกษียณอายุราชการที่ชื่อคุ้นหูกันหลายคน อาทิ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ดุสิต สังขะเมฆะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.อ.เดชา บุตรน้ำเพชร ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สอาดพรรค ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.อ.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ รอง จตช., พล.ต.ท.ประหยัชว์ บุญศรี จตร., พล.ต.ท.อัตชัย ดวงอัมพร ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.(ทำหน้าที่ที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการทหารสูงสุด), พล.ต.ท.ติณภัทร ภุมรินทร์ ผบช.สกบ., พล.ต.ท.สาโรช นิ่มเจริญ ผบช.สตส., พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เป็นต้น *

ส่งท้ายก่อนจะเกษียณแบบไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ พล.ต.ท.สุธีร์ เนร กัณฐี ผบช.ภ.6 นรต.35 เพราะเกิดเรื่องที่ สารวัตรเบียร์-พ.ต.ท.สุรจิต ทาวุธ สว.กก.สส.ภ.จว.อุทัยธานี ถูกตำรวจ สภ.แม่สาย จ.เชียงราย จับกุมตัวขณะขนยาบ้าจำนวน 198,000 เม็ด ซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทางระหว่างโดยสารบนรถประจำทางแม่สายกรุงเทพฯ บริเวณด่านตรวจถ้ำปลา ถนนพหลโยธิน หมู่ 3 ต.โป่งงาม อ.แม่สาย พร้อมบอกพบพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดของ สารวัตรเบียร์ มานานพอสมควร แต่พยานหลักฐานไม่ชัดเจนจึงได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูล และมีคำสั่งเรียกมาช่วยราชการที่ บช.ภ.6 เป็นเวลา 2 เดือนแล้ว ยืนยันกำชับเรื่องยาเสพติดกับลูกน้องใต้บังคับบัญชามาตลอด ถ้าตรวจพบต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว และมีการสุ่มตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดเป็นประจำเดือนละ 1 ครั้ง แต่งานนี้ก็ทำเอา ผบ.แป๊ะพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่สีกากีควันออกหู *

นี่ก็ปวดหัวไม่เลิก บิ๊กปั๊ด-พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. และว่าที่รอง ผบ.ตร.คนใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ล่าสุด เสี่ยต่อ-สันธนะ ประยูรรัตน์อดีตรอง ผกก.สันติบาล คู่ปรับเก่าตามบี้ไม่เลิก บุก กรมปทุมวัน ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ ผบ.แป๊ะ อ้างถูก พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ใช้วาจาเหยียดหยาม ข่มเหงประชาชน หลังยื่นเรื่องขอคัดค้านเพื่อทบทวนการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. จึงขอให้ ผบ.แป๊ะ ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ตามที่ตัวเองไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เอาผิดกับ พล.ต.ท.สุวัฒน์ รวมทั้งยังแจ้งข้อหา บิ๊กปั๊ด ร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม กรณีแก้ไขประวัติการรับราชการ...งานนี้คงต้องว่ากันยาวๆ เพราะเท่าที่ฟัง บิ๊กปั๊ด ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อก็ยืนยันความบริสุทธิ์ทุกอย่าง ดังนั้นเมื่อทุกอย่างเข้ากระบวนการยุติธรรมแล้ว ใครจะหมู่ใครจะจ่าเดี๋ยวคงได้รู้กัน *

อีกหนึ่งงานดีๆ ที่น่าสนับสนุน นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ รองประธานกรรมการ มูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมด้วยภาคเอกชนร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่องการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล PTT NGD.PTT LNG & Police General Hospital Foundation Charity Run เพื่อระดมทุนมอบแก่มูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ ในการสนับสนุนการรักษาพยาบาลแก่ข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย สนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ และกิจกรรมโครงการวิจัยและพัฒนางานด้านต่างๆ ของมูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจฯ โดยกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลครั้งนี้จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ย.62 ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ใครสนใจลองคลิกไปที่เพจของโรงพยาบาลตำรวจดูกันเอาเอง *

จัดใหญ่ จัดเต็ม งานเปิดตัว สไตรเกอร์ ยานเกราะล้อยางลำเลียงพลจากสหรัฐฯ ที่หน้าพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ กองบัญชาการกองทัพบก เป็นโปรเจกต์ที่กองทัพบกไทยและสหรัฐฯ ต้องการเปิดตัวให้โลกรู้ มีเป้าหมายให้เป็นจุดเริ่มต้นแห่งสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างสองชาติที่ยาวนาน มองในแง่สหรัฐฯ คือการกลับมาสู่ภูมิภาคนี้ด้วย "ความร่วมมือ" ไม่ใช่โชว์การนำเหมือนเมื่อก่อน ขณะที่ไทยได้ภาพของประเทศมหาอำนาจต้นแบบประชาธิปไตยที่ แฮปปี้ กับรัฐบาลเลือกตั้งที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ภาพเคียงคู่กันระหว่าง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. กับ พล.อ.โรเบิร์ต บี. บราวน์ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิกในวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา จึงมีความหมายทั้งในมิติของความมั่นคงและการเมือง *

และแม้ช่วงที่มีการเตรียมรับ สไตรเกอร์ ทาง พล.ต.วรยุทธ์ แก้ววิบูลย์พันธุ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 (ผบ.พล.ร.11) จะดูแลหน่วยและพื้นที่จัดสร้างโรงเก็บ แต่เมื่อมีตัวรถชุดแรกส่งมาถึงประเทศไทยเตรียมเข้าประจำการ ปรากฏว่า โผโยกย้าย ที่ผ่านมามีการปรับให้ พล.ต.วรยุทธ์ หรือ เสธ.ตั้ม ไปเป็นรองแม่ทัพน้อยที่ 1 และให้ เสธ.ปู-พ.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ รอง ผบ.พล.ร.11 ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการกองพลแทน อาจถูกมองเรื่องดุลอำนาจของขั้วต่างๆ ในกองทัพ แต่หากมองแบบโลกสวย ช่วงเตรียมการ พ.อ.พนาก็ได้เข้าร่วมด้วยเหมือนกัน...เหมือนรู้กันเป็นนัยอยู่แล้วว่า คนรับไม้ต่อ คงเป็นคนอื่นไม่ได้นอกจาก เสธ.ปู ทำให้งานวันรับสไตรเกอร์ ทั้งคู่เลยจับมือโชว์สื่อด้วยรอยยิ้มเหมือนเป็นการส่งมอบหน้าที่กันกลายๆ *

สำหรับ พ.อ.พนา เติบโตมากับหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วของ พล.1 รอ.ก็เลยถูกดันขึ้นไปคุมการจัดหน่วยให้เป็น กรมยานเกราะสไตรเกอร์ ส่วนเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 26 อย่าง เสธ.โอม-พ.อ.ธิติพันธ์ ฐานะจาโร ที่เป็น รอง ผบ.พล.ร.11 ด้วยกัน ก็ได้ขยับออกไปติดพลตรี ในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาหลักนิยมและยุทธศาสตร์ กรมยุทธศึกษาทหารบก ถือเป็นการแยกกันไปโตคนละสาย และทั้งคู่ก็ถือทั้งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น อีกทั้งมีบิดาที่จบ จปร.รุ่นเดียวกัน กล่าวคือ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร และ พล.อ.ปรีชา แคล้วปลอดทุกข์ เป็นเพื่อนร่วมรุ่น จปร.9 เหมือนกัน *

แม้จะเป็นแผนพัฒนากองทัพที่เป็นเรื่องนานาอารยประเทศทำกัน แต่ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ การจัดหาอาวุธของแต่ละเหล่าทัพในวงเงินจำนวนมาก ก็ทำให้ประชาชนคนทั่วไปเกิดอาการ "กระอัก" ได้เหมือนกัน ต่อจากโครงการจัดซื้อ "สไตรเกอร์" ที่ต้องควักงบกลางมาสมทบด้วยแล้ว ก็มีข่าวเงียบๆ เกี่ยวกับลงนามในสัญญาต่อเรือยกพลขึ้นบกระหว่าง ทร.ไทยกับจีน วงเงิน 6,100 ล้านบาท จนทำให้สื่อต้องไปถามจาก ครูลือ-พล.ร.อ. ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) จนเจ้าตัวยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการไปแอบเซ็น หรือไปทำอะไรกันแบบเงียบๆ พร้อมระบุว่าเรือยกพลขึ้นบกของกองทัพเรือที่มีอยู่ 4 ลำ ปลดระวางทั้ง 4 ลำ และมีมาทดแทนแค่ลำเดียว จึงต้องหามาทดแทนเรือที่หายไป ส่วนเหตุผลที่จัดซื้อเรือขนาดใหญ่กว่า 2 หมื่นตันจากจีนนั้น เพราะเรือขนาดใหญ่ถูกบรรจุอยู่ในโครงสร้างกำลังรบ ซึ่งความสัมพันธ์ในอาเซียนเรามีการก่อตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยนานาชาติร่วมกัน จึงจำเป็นต้องใช้เรือขนาดใหญ่ในกิจการด้านการให้ความช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัย ที่สำคัญยังจะทำหน้าที่เป็น เรือพี่เลี้ยง ให้เรือดำน้ำจีนที่จะเข้ามาประจำด้วย *


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ