คอลัมน์อาทิตย์เอกเขนก: แกะรอยวิถีตาล-เปิดกรุเมืองเก่าเมืองเพชร

ข่าวเศรษฐกิจ 15 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

จุดหมายการท่องเที่ยวของบรรดานักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเริ่มมีความหลากหลายรูปแบบมากขึ้น เพื่อเสาะแสวงหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวแหล่งชุมชนต่างๆ ที่ยังคงวิถี อัตลักษณ์ ทั้งทางด้านอาชีพ วัฒนธรรม ประเพณี ที่สามารถสัมผัสและซึมซับได้อย่างใกล้ชิด จัดเป็นแนวทางการท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์และชวนให้เกิดการค้นหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ขึ้น โดยเชื่อมโยงจากแหล่งท่องเที่ยวหลักที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ทำให้หลายหน่วยงานเร่งผลักดันและพัฒนาให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นในอนาคต "การพัฒนาท่องเที่ยวโดยชุมชน" จัดเป็นแนวทางการบริหารจัดการท่องเที่ยวที่จะสามารถเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างน่าสนใจ ด้วยรูปแบบการให้บริการกับนักท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่สามารถดึงต้นทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนที่เป็นเอกลักษณ์นำมา สร้างเป็นจุดขาย โดยการนำผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอดเป็นสินค้าประจำถิ่น ประกอบกับการสื่อความหมายของกิจกรรมและประเพณีภายในชุมชนถ่ายทอดสู่นักท่องเที่ยวให้เกิดความเข้าใจ เข้าถึงเรื่องราวของชุมชนอย่างแท้จริง ผ่านนักสื่อความหมาย หรือเรียกว่า ไกด์ชุมชน ซึ่ง องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ได้เข้าพัฒนาด้านองค์ความรู้การบริหารจัดการเส้นทางการท่องเที่ยวร่วมกับชุมชน ตั้งแต่การฝึกอบรมความรู้ การให้บริการ การทำการตลาด กำหนดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงใหม่ๆ ในพื้นที่ทั่วประเทศ

ความสำเร็จในการพัฒนาและต่อยอดของการท่องเที่ยวโดยชุมชน ใน จ.เพชรบุรี มีอยู่หลายแห่งที่อยู่ระหว่างการพัฒนา แต่ได้เปิดให้บริการไปแล้วใน 2 ชุมชน คือ ชุมชนเมืองเก่าเพชร อ.เมืองเพชรบุรี และชุมชนถ้ำรงค์ ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด ทั้งสองชุมชนมีการนำอัตลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรม เข้ามาเป็นจุดดึงดูดสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

ชุมชนเมืองเก่าเพชร อ.เมืองเพชรบุรี เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่นำเอาศิลปะ วัฒนธรรม การพัฒนาเมืองเพชรบุรี เคยเป็นแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญ และมีความเจริญด้านการค้าย่านริมฝั่งน้ำเพชร เป็นหัวเมืองที่สำคัญในอดีตตั้งแต่สมัยทวารวดีจนถึงยุคปัจจุบัน และที่สำคัญเมืองเพชรได้ถูกคัดเลือกให้เป็นที่ตั้งของ 3 พระราชวังในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 (พระนครคีรี) รัชกาลที่ 5 (พระราชวังบ้านปืน) และรัชกาลที่ 6 (พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน) ซึ่งเรียกได้ว่า จ.เพชรบุรี เป็นเมือง 3 วัง

โดย อพท.ได้เข้าไปร่วมกับชุมชนกำหนดเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นด้านศิลปะในจุดต่างๆ ไว้ เริ่มตั้งแต่ "หนังใหญ่ วัดพลับพลาชัย" สัมผัสความงดงามศิลปะปูนปั้นของสกุลช่างเมืองเพชร "ลานสุนทรภู่" ซึ่งเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับรับเสด็จประพาสต้นของรัชกาลที่ 5 ชมบันทึกประวัติศาสตร์ วิถีชุมชนริมแม่น้ำเพชรผ่านภาพถ่ายในอดีตภายใน "ศาลาคามวสี" ซึ่งเป็นโรงเรียนสตรีแห่งแรกของเพชรบุรี "พิพิธภัณฑ์ของสะสมมิตรชัยบัญชา" ดาราดังในอดีต เยี่ยมชม"บ้านมนัส จรรยงค์" นักเขียนเรื่องสั้นชื่อดังของไทย นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินข้ามแม่น้ำเข้าสู่ย่านการค้าโบราณที่มีการวาดรูปฝาผนังโดยศิลปินรุ่นใหม่เมืองเพชร เรียกว่า "สตรีทอาร์ตมีชีวิต" อีกด้วย

"ชุมชนถ้ำรงค์" ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด ได้รับการพัฒนาจนสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ที่นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเที่ยวชมและร่วมกิจกรรมต่างๆ จำนวนมาก อาทิ กิจกรรมให้ความรู้คุณค่าของต้นตาล สามารถสร้างเศรษฐกิจในครัวเรือน ในศูนย์การเรียนรู้วิถีตาล สวนตาลลุงถนอม ต่อด้วยฐาน กิจกรรมที่บ้านยีตาล ที่นำลูกตาลโตนดมาแปรรูปเป็นขนมท้องถิ่น หรือที่รู้จักกันในชื่อ ขนมตาลเมืองเพชร ร่วมจักสานใบตาล ณ บ้านสืบสานตาลเมืองเพชร เป็นผลิตภัณฑ์จักสานต่างๆ ทั้งปลาตะเพียน และภาชนะใส่ของ เป็นต้น ขณะเดียวกันยังมีสถานที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้ โดยเข้าไปสักการะ หลวงพ่อดำที่วัดถ้ำรงค์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อายุพันปี ประดิษฐานอยู่ในถ้ำ ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวเพชรบุรีมาอย่างยาวนาน

เห็นได้ว่า "เมืองเพชร" ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นที่รู้จักของคนส่วนใหญ่ที่ใช้เส้นทางสัญจร เพื่อเดินทางต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวหลักต่างๆ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ทั้งหัวหิน ชะอำ และเส้นทางไปยังภาคใต้ แต่ปัจจุบันกลุ่มนักท่องเที่ยวเริ่มแสวงหาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่สามารถเข้าถึงตัวตนของพื้นถิ่น สัมผัสธรรมชาติ และวัฒนธรรมมากขึ้น เพชรบุรีจึงเป็นสถานที่ที่เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสัมผัสได้อีกจังหวัดหนึ่ง

ดังนั้นเป้าหมายการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวโดยชุมชนใน จ.เพชรบุรี ที่จะเพิ่มศักยภาพในการรองรับการท่องเที่ยวได้ พร้อมนำไปสู่การเป็นต้นแบบขยายเครือข่ายไปยังชุมชนอื่นๆ ในพื้นที่ได้นั้น นายสุจินต์ มีประดิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อพท. (องค์การมหาชน) สำนักงานพื้นที่พิเศษ 8 กล่าวว่า สิ่งที่ อพท.ได้ดำเนินการในพื้นที่ จ.เพชรบุรี มีการบูรณาการร่วมกับหลายภาคส่วนให้การสนับสนุน โดยใช้เครื่องมือเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ อพท.ใช้พัฒนามาจากเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Criteria) GSTC เข้าไปบริหารจัดการชุมชน โดยการให้ชุมชนจัดกิจกรรมให้บริการนักท่องเที่ยว ตรงกับความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มท่องเที่ยวแบบครอบครัว กลุ่มศึกษาดูงาน กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม และกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งปัจจุบันการท่องเที่ยวดังกล่าว ตลาดกำลังขยายตัว ด้วยความชื่นชอบและความนิยมเฉพาะกลุ่มมากขึ้น เป็นการดึงดูดจากแหล่งท่องเที่ยวหลักให้มีการกระจายตัวมากขึ้น ผ่านรูปแบบการจัดกิจกรรมที่ อพท.ร่วมกับชุมชนได้ออกแบบไว้ อาทิ ลักษณะ One Day Trip ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่สามารถสัมผัสในมุมมองต่างๆ ในหลายมิติของวิถีชุมชน รวมถึงยังเป็นการส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชนในท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่งด้วย.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ