ข่าวอินโฟเควสท์
08:55 นายกฯ อังกฤษยื่นหนังสือขอเลื่อนเวลา Brexit ตามมติสภา พร้อมแนบจดหมายไม่เห็นด้วยไปยังสหภาพยุโรป   นายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานคณะมนตรียุโรปเปิดเผยว่า …
08:10 รัฐสภาอังกฤษมีมติเลื่อนการตัดสินใจข้อตกลง Brexit   สภาผู้แทนราษฎรอังกฤษลงมติสนับสนุนการแปรญัตติให้เลื่อนการตัดสินใจรับรองข้อตกลงการถอนตัวของอัง…
22:49 (เพิ่มเติม) ที่ประชุมสภาฯ ลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ ปี 63 วาระแรก ด้วยคะแนน 251 เสียง   ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติรับหลักกา…
20:55 ที่ประชุมสภาฯ ลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ ปี 63 วาระแรก ด้วยคะแนน 251 เสียง   ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.ง…
17:04 "แครี ลัม" ประกาศสนับสนุนตำรวจใช้กำลังอย่างเหมาะสม รับมือการประท้วงวันพรุ่งนี้   สื่อต่างประเทศรายงานว่า นางแครี ลัม ผู้นำฮ่องกงได้ประกาศผ่านทา…

คอลัมน์: เกาะติดเศรษฐกิจ: เงินหมุนไป...เศรษฐกิจหมุน (กลับ) มา

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 16 กันยายน 2562 00:00:12 น.
ธนวรรธน์ พลวิชัย
ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ
และรองอธิการบดีฝ่ายอาวุโสวิชาการและงานวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

"แย่จังเลย" หรือ "เมื่อไรจะดีขึ้น" หรือ "จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจมั้ย" เป็นคำบ่นปนคำถามที่ผมได้ยินบ่อยครั้งในระยะหลังๆ เกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผลโพล 2 โพลของนิด้าโพลและสวนดุสิตโพลออกผลการสำรวจอารมณ์และความรู้สึกของประชาชนเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ว่าเศรษฐกิจไม่ดี และผลงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ค่อยเข้าตาประชาชน ทำให้ความจำเป็นของรัฐบาลในการระดมทุกสรรพกำลังเพื่อฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาขยายตัวดีขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยต้องทำให้เงินในกระเป๋าของคนไทยถูกเติมเต็มเข้ากระเป๋าต่อเนื่องเป็นระยะๆ แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนหรือปัญหา Brexit รัฐบาลก็ต้องทำให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เริ่มกลับมาสดใสและคึกคักให้ได้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนไทยและเอื้อประโยชน์ต่อคะแนนนิยมทางการเมืองของประชาชนต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล

ข้อแรกที่ต้องคุยกันก่อนคือ "เศรษฐกิจไทยไม่ดีจริงหรือไม่?" ก็ตอบง่ายๆ โดยไม่น่าจะมีข้อโต้แย้งใดๆ เพราะการแถลงตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ของปี 2562 ที่ประกาศออกมาโดยสภาพัฒน์ หรือ สศช. (ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรายได้ประชาชาติของไทยถูกต้องตามกฎหมายตามมาตรฐานนานาชาติแห่งเดียวของประเทศไทย) ว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2/2562 ขยายตัวเพียง 2.3% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจรายไตรมาสที่ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 5 ปีหรือ 20 ไตรมาส ปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 1/2562 ที่ขยายตัวเพียง 2.8% ทำให้ครึ่งแรกของปีนี้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 2.6% ซึ่งนับเป็นอัตราการขยายตัวในรอบครึ่งปี (หรือ 2 ไตรมาสติดกัน) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2557 เป็นต้นมา ก็ต้องสรุปง่ายๆ ว่าเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันแย่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาจริงตามตัวเลขที่ตรวจสอบบัญชีอย่างถูกต้องตามมาตรฐานมาแล้ว

ในด้านความรู้สึกของภาคประชาชนและภาคธุรกิจเพื่อตอบคำถามข้อแรกที่ว่าเศรษฐกิจไทยไม่ดีจริงหรือไม่ คำตอบที่ได้ก็เหมือนเดิมคือไม่ดีจริงๆ เพราะนอกจากผลสำรวจจากโพลของสำนักโพล 2 แห่งข้างต้นแล้ว ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยในเดือนสิงหาคม 2562 ล่าสุดพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการอยู่ในระดับต่ำกว่าระดับปกติโดยปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 33 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่ยังไม่ดีและในอนาคตที่ยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัว อีกทั้งกำลังซื้อในต่างจังหวัดที่ยังซึมตัวเนื่องจากราคาพืชผลทางการเกษตรที่ทรงตัวต่ำ รวมถึงเสถียรภาพทางการเมืองทั้งในปัจจุบันและในอนาคตที่ยังดูไม่มั่นคงเท่าที่ควร ท่ามกลางความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวนสูงทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

เมื่อสอบถามภาคธุรกิจ ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยเดือนล่าสุดเดือนสิงหาคม 2562 โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ สำรวจตัวอย่างจากประธานหอการค้าจังหวัดและสมาชิกหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ 77 จังหวัด พบว่าความเชื่อมั่นของหอการค้าปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 เช่นเดียวกัน และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 19 เดือน โดยมีเหตุผลเช่นเดียวกับผู้บริโภค นอกจากนี้ทุกการสำรวจความเชื่อมั่นแทบทุกสำนักออกมาเหมือนๆ กันก็คือ ความเชื่อมั่นทั้งในปัจจุบันและในอนาคตยังไม่ดีขึ้นทั้งความเชื่อมั่นในภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการและภาคการเงินในตลาดทุนและตลาดเงิน

ข้อที่สองที่ต้องถามไถ่กันต่อก็คือ "รัฐบาลรู้มั้ยและยอมรับ มั้ยว่าเศรษฐกิจไทยไม่ดีต้องรีบแก้ไข" ก็ต้องตอบง่ายๆ ครับว่า "รู้และรู้อยู่เต็มอก จนเข้าอาการรู้จนจุกออกเลยครับ" เพราะรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3.168 แสนล้านบาท นอกจากนี้ มีการใช้เงินเพิ่มเติมจากการจัดงบดูแลภัยแล้งให้จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศอีก 1.5 หมื่นล้านบาท พร้อมทั้งมาตรการประกันรายได้เกษตรกร เริ่มต้นด้วยข้าวและปาล์มน้ำมัน และจะตามมาด้วยยางพาราในอนาคตอันใกล้ที่น่าจะมีวงเงินรวมกันในระดับแสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลต้องการและพยายามสื่อสารกับประชาชนก็คือ เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันไม่ใช่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย เพราะเศรษฐกิจถดถอยคือภาวะเศรษฐกิจที่มีอัตราการขยายตัวติดลบ 6 เดือนหรือ 2 ไตรมาส แต่เศรษฐกิจไทยยังมีอัตราการขยายตัวเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ขยายตัวเป็นบวกในอัตราที่น้อยลงเท่านั้น หรือเศรษฐกิจไทยเพียงแค่ "ชะลอตัว" ไม่ใช่ "ถดถอย"

ข้อสุดท้ายที่ต้องพูดคุยกันต่อคือ "รัฐบาลต้องแก้ไขภาวะเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้อย่างไร" หรือเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในคำถาม อาจต่อท้ายด้วยประโยคที่ว่า "ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนสูงทั้งในปัจจุบันและในอนาคต" คำตอบง่ายๆ ก็คือ ต้องแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ให้ครอบคลุมปัญหาทั้งหมดหรือถมดินให้เต็มบ่อ แต่ปัญหาของไทยก็คือ บ่อนี้ใหญ่มาก เพราะคนไทยไม่กล้าลงทุน ไม่กล้าบริโภค เพราะปัญหาเศรษฐกิจซึมและการเมืองไม่นิ่ง คนไทยมีรายได้ลดลงเพราะราคาพืชผลทรงตัวต่ำและการส่งออกไม่ดี คนไทยส่งออกไม่ได้เพราะเศรษฐกิจโลกผันผวนและค่าเงินบาทแข็ง ดังนั้น การแก้ไขก็คือ รัฐบาลต้องทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศเข้มแข็ง มีกำลังซื้อให้มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยรัฐบาลกำลังเติมเงิน เติมรายได้ เติมอำนาจซื้อให้กับคนในประเทศ โดยเฉพาะเกษตรกรที่เผชิญกับรายได้ที่ลดลงตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เพราะราคาพืชผลตกต่ำผ่านมาตรการประกันรายได้  ตลอดจนมาตรการอื่นๆ ที่จะตามมาและที่กำลังจะกระตุ้นการท่องเที่ยวต่อไปคือ "ชิม ช้อป ใช้" และต้องตามต่อไปว่าจะมีอะไรออกมาอีก เนื่องจาก "เศรษฐกิจดีเร็วคือคะแนนนิยมของรัฐบาล" ถ้า "เศรษฐกิจแย่ลงคือคะแนนนิยมของฝ่ายค้าน" ดังนั้น ด้วยตรรกะทางการเมือง รัฐบาลต้องทำให้ "เงิน (รีบ) หมุนไป" โดยต้องควบคุมให้ "เศรษฐกิจหมุน (กลับคืนฟื้นตัว) มา" คุยต่อฉบับหน้านะครับ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง