ผงขัดผิวจากเปลือกส้มโอ ลดขยะสร้างรายได้ชุมชน

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 17 กันยายน 2562 00:00:33 น.

นักศึกษา ม.มหิดล คว้ารางวัลระดับนานาชาติ จากการลงพื้นที่ชุมชน ต.บางสะแก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม แล้วพบว่าชุมชนมีปัญหาขยะจากเปลือกส้มโอปริมาณนับร้อยตัน จึงได้พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เสนอแนวคิดเพิ่มมูลค่าพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ "โอผง" (OPONG) ผงขัดผิวจากเปลือกส้มโอแห้ง สร้างรายได้ให้กับชุมชน

น.ส.กุลนวมินทร์ ปะวะเสนัง หรือน้องกิ๊ฟท์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ "โอผง" (OPONG) ผงขัดผิวจากเปลือกส้มโอแห้ง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในชุมชน โดยพัฒนาร่วมกับสมาชิกนักศึกษาต่างชาติในกลุ่มจากประเทศจีน ไต้หวัน เนปาล และฟิลิปปินส์ ภายใต้ชื่อกลุ่ม "BSK 1" ในโครงการ Asia Pacific Youth Exchange (APYE) ซึ่งเป็นโครงการเยาวชนแลกเปลี่ยนเอเชียแปซิฟิก จัดโดยองค์กร Urban Youth Academy ในความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เมื่อเร็วๆ นี้

โดยเป็น 1 ใน 6 จาก 36 ทีมที่ชนะในโครงการ APYE จากตัวแทนเยาวชน 120 คนที่ได้ใช้เวลาใน 4 ชุมชน ได้แก่ บางสะแก และเพียรหยดตาล จ.สมุทรสงคราม, หนองแสง จ.นครนายก และห้วยขาแข้ง จ.พิษณุโลก ศึกษาข้อมูลของแต่ละชุมชนเพื่อเสนอแนวคิดในการพัฒนาชุมชนในรูปแบบ pitching ต่อคณะกรรมการผู้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในชุมชน

น.ส.กุลนวมินทร์เล่าว่า จากการลงพื้นที่ชุมชน ต.บางสะแก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ร่วมกับสมาชิกนักศึกษาต่างชาติในกลุ่ม BSK 1 พบปัญหาขยะจากเปลือกส้มโอที่มีจำนวนมากกว่าร้อยตันในแต่ละปี เนื่องจากชาวบางสะแกมีอาชีพหลักจากการทำสวนส้มโอ ส่งจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในแบบที่เป็นส้มโอทั้งลูกและส้มโอปอกเปลือกใส่บรรจุภัณฑ์ โดยชุมชนต้องประสบกับปัญหาขยะและไม่รู้วิธีการจัดการ กลุ่ม BSK 1 จึงได้ร่วมกันศึกษาข้อมูลงานวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติของเปลือกส้มโอ ซึ่งพบว่าเปลือกส้มโอแห้งเป็นตัวขัดผิวโดยธรรมชาติที่สามารถช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และทำให้ผิวกระจ่างใส จึงได้พัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ "โอผง" (OPONG) เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนต่อไป

แนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ "โอผง" (OPONG) ได้รับการสนับสนุนจากผู้นำชุมชน และเป็นที่สนใจของคณะกรรมการ โดยสามารถตอบโจทย์ในการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในงาน Asia Pacific Youth Exchange-Thailand  โดยเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ผ่านการพัฒนานวัตกรรมทางสังคม

"รู้สึกภูมิใจมากที่ได้ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อชุมชน และสามารถนำไปต่อยอดทำอย่างอื่นได้ด้วย เพียงแค่ระยะเวลาไม่กี่วันพวกเราสามารถตอบโจทย์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นในชุมชน โดยทำให้คนในชุมชนยอมรับในความมุ่งมั่นและความพยายามในการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและสังคมของพวกเราได้" น้องกิ๊ฟท์กล่าวทิ้งท้าย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง