คอลัมน์ท่านขุนน้อย: สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ

ข่าวทั่วไป 18 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ณ ลีลาแห่งบุปผากระบี่ แค่พรวดเดียว...ไม่ถึง 72 ชั่วโมง ยอดเงินบริจาคให้กับพระเอกตัวจริง-เสียงจริง บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ เอาไปช่วยคนถูกน้ำท่วมก็ปาเข้าไปเป็นร้อยๆ ล้าน เห็นว่า สองร้อยสามสิบกว่าล้าน ไปโน่นแล้ว ต้องถือเป็นภาพสะท้อนอะไรต่อมิอะไร ที่น่าคิด น่าสะกิดใจ พอสมควรทีเดียว ส่วนจะคิดไปในแนวไหน แบบไหน บรรดาพวก นักคิด ทั้งหลาย ก็ลองไปสรุปเอาเองก็แล้วกัน...

ดูเหมือนว่า...บ้านเราช่วงนี้ จะเริ่มมีผู้ซึ่งไม่ได้คิดจะผูกติด หรือไม่พยายามนำตัวเองเข้าไปผูกติดกับเรื่องราวความเป็นฝ่ายโน้น ฝ่ายนี้ ค่อยๆ ทยอยปรากฏตัวให้เห็นขึ้นมาบ้างแล้วรางๆ ไม่ว่าในกิจกรรม กิจการ ใดๆ ก็แล้วแต่ และดูจะเป็นผู้ได้รับ ปฏิกิริยา สนองตอบไม่น้อยทีเดียว คือประเภทที่ไม่ได้ถึงกับจะ ด่ารัฐบาล แบบชนิดสาดเสีย เทเสีย ไปในทุกเรื่อง ทุกราว แต่ก็ไม่ได้คิดจะดูด-ดม-อม-เลียร์ ลงเชลแล็ก ทาเชลแล็ก แบบบรรดา ติ่งๆ ทั้งหลาย ไม่ได้เป็น เหลือง เป็น แดง รวมทั้งไม่ได้เป็น ส้ม อีกด้วย อันนี้นี่แหละ...ทำท่าว่าจะมาแรง แซงโค้ง ขึ้นไปตามลำดับ...

จะเป็นเพราะช่วงประมาณ 5 ปี 6 ปีที่ผ่านมา...บรรดา กองหนุน รัฐบาล คสช. ค่อยๆ แปรสภาพเป็น กองเกิน ไม่ก็สวิงไปทาง กองหลอน หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจสรุปได้ แต่เอาเป็นว่า...คำขอร้อง วิงวอน และครวญคราง ว่าด้วย เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน มันออกจะไม่ดื่มด่ำ ลึกซึ้ง กินอก กินใจ เหมือนแต่ก่อน ไปนานพอสมควรแล้ว แม้ไม่ได้ถึงกับ เกลียด แต่ก็ไม่ถึงกับคิดจะ แหกทวารดม เพื่อสูดกลิ่นมาดามหอมชื่นใจอะไรมาก ออกไปทาง อยู่ๆ กันไป ซะเป็นหลัก...

แต่ก็นั่นแหละ...จะให้ตีลังกากลับหลังหัน ไปจูบปากกับบรรดาผู้ที่คิดคดทรยศต่อบ้านเมือง ผู้ที่คิดร้ายทำลายชาติ ไม่ว่าระดับแกนนำ แกนนั่ง แกนนอน ไปจนถึงพวกพ้องและบริวาร คงไม่มีใครสามารถ ทำใจ ไปได้ถึงปานนั้น นอกจากพวกที่ชอบออกไปทาง สุดโต่ง ในด้านใด ด้านหนึ่ง หรือประเภทถ้าไม่คิดจะรัก ก็ต้องหันไปลงมือ ลงตีน หันไปถีบแบบ ฤทธิ์รัก-ฤทธิ์แค้น หรือ แค้นสวาทต้องทวงคืน อะไรประมาณนั้น ซึ่งก็คงมีจำนวนอยู่ไม่มาก และก็ไม่ได้รับปฏิกิริยาตอบสนองในทางบวก มากมายซักเท่าไหร่เผลอๆ...อาจถูกแต่ละฝ่ายรุมถีบ รุมกระทืบ เพราะไม่มีใครเชื่อใจ มั่นใจ ว่าคิดจะเป็นฝ่ายเดียวกับตัวเอง...

ภายใต้จังหวะและโอกาสเช่นนี้นี่เอง...ที่ทำให้พวก ส้มหวาน เขาออกมาปอกเปลือก ตีกิน ไปได้หลายกลีบ หลายผล หวานคอไปในชนิดกลายเป็นพรรคอันดับ 3 ในสภาฯ ทั้งๆ ที่เพิ่งเปลี่ยน น้ำนม หันมาดื่ม น้ำส้ม ได้ไม่นานนัก แต่ก็นั่นแหละ...ด้วยเหตุเพราะความ เกรียน ความ ซ่าส์ส์ส์ ความที่ยัง บ่มไม่สุก ไม่ได้เจริญเติบโตทางวุฒิภาวะเพียงพอ แถมยังไม่ได้บริสุทธิ์ สดใส ไม่ได้แสดงออกถึงความจริงจัง-จริงใจ โดยเฉพาะต่อค่านิยม วัฒนธรรม ประเพณีอันดี ที่ถือเป็นแก่นสาระของ ความเป็นไทย ในด้านบวก การอาศัยช่อง อาศัยจังหวะ ของพวก ส้มหวาน ในแนวนี้ จึงออกไปทางวูบๆ ไหวๆ ไม่ได้เสถียร มั่นคงและยั่งยืน เรียกว่า...พอๆ กับพวกศิลปินรุ่นใหม่ หรือพวกนักร้องยูทูบ ประเภทคุณน้อง ลำไย ไหทองคำ ประมาณนั้น...

คือถ้าหากหมด ท่าสะพานโค้ง โดยไม่สามารถสรรหา มุก ใหม่ๆ ไม่สามารถแหกแข้ง แหกขา ได้อีกต่อไป จำนวนผู้ที่เข้าไป กดไลค์ ย่อมมีแต่ต้องลดลงๆ ลงไปตามลำดับ อีกทั้งบรรดา คนรุ่นใหม่ ที่เติบโตขึ้นมาบนกองเทคโนโลยี ก็ออกจะเป็นพวกที่วูบๆ ไหวๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พร้อมที่จะเปลี่ยนใจ เปลี่ยนรสนิยม ชนิดวันละ 3 เวลาหลังอาหาร ต่างไปจากผู้ซึ่งเติบโตขึ้นมาท่ามกลาง ความเป็นไทย ที่อย่างน้อยก็ยังพอมี ธรรม รองรับ แม้จะเป็นแค่ วัฒนธรรม ก็ตามที ดังนั้น...คงไม่ถึงกับต้องไปตื่นเต้ลล์ล์ล์ ตกใจ กับบรรดาพวก ส้มหวาน มากมายซักเท่าไหร่นัก แค่คอยตรวจสอบ ตรวจเช็ก อย่าให้เกิดการแปรสภาพไปเป็น กะปอมฮ่องกง เท่านั้น...ก็พอแล้ว...

แต่ก็ด้วยภาวะ ด้วยบรรยากาศเช่นนี้นี่เอง...ที่อาจก่อให้เกิดการผลิต วีรบุรุษใหม่ๆ ขึ้นมาท่ามกลางฉากสถานการณ์ใหม่ๆ แบบชนิด กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี อะไรประมาณนั้น เพียงแต่ว่าจะเป็นใคร? หรือเป็นฉากสถานการณ์แบบไหน? ที่จะเป็นตัวเปิดฉาก เปิดผ้าม่านกั้ง ไปตาม เหตุปัจจัย หรือไปตาม กฎธรรมชาติ อันว่าด้วย...เพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้...สิ่งนี้จึงเป็นไป อันนี้นี่แหละ ที่บรรดา นักคิด ทั้งหลาย พึงต้องเก็บเอาไปคิดเป็นการบ้านกันไปตามสภาพ โดยจะไล่ไปตั้งแต่ฉากสถานการณ์น้ำท่วมที่อุบลฯ ที่ได้ทำให้พระเอกอย่าง บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ กลายเป็นพระเอกตัวจริง-เสียงจริง ชนิดมิอาจปฏิเสธได้เลยแม้แต่น้อย หรือจะไปถึงขั้นฉากสถานการณ์การเลือกตั้งท้องถิ่น อย่าง กทม. ว่าใครจะเป็นพระเอก เป็นนางเอก กันในลำดับต่อไป ก็ลองไปนั่งคิด นอนคิด เอาเองก็แล้วกัน...

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Sister Helen Prejean... "There are two situations that make interesting stories: when an extraordinary person is plunged into commonplace, and when an ordinary person get involved in extraordinary events. - มีสถานการณ์สองอย่างที่ทำให้เรื่องราวน่าสนใจ นั่นคือ เมื่อคนพิเศษถลำลงไปในสถานการณ์ที่ธรรมดา และเมื่อคนธรรมดาเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์พิเศษ..."


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ