ข่าวอินโฟเควสท์
08:13 ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: เงินดอลล์อ่อนค่า ขณะปอนด์,ยูโรแข็ง รับความหวังเกี่ยวกับ Brexit   ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้…
07:53 ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ $4.2 เหตุนักลงทุนเทขายทางเทคนิค   สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (18 ต.ค.) โดยถูกกดดันจากการที่นักลงท…
07:13 ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมันดิบ WTI ปิดลบ 15 เซนต์ เหตุตลาดวิตกดีมานด์อ่อนแอ   สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (18 ต.…
06:39 ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลดลง 255.68 จุด เหตุนลท.วิตกข่าวธุรกิจเชิงลบ,แนวโน้มศก.โลกอ่อนแอ   ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนน…
23:55 ชาวคาตาลันเรือนหมื่นเดินประท้วงที่บาร์เซโลนา คัดค้านศาลสเปนสั่งจำคุกกลุ่มผู้นำ   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวคาตาลันหลายหมื่นคนได้เดินทางมา…

คอลัมน์: กลยุทธ์พิชิตหุ้น: สลับขายทำกำไร

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562 00:00:59 น.
ธวัชชัย ฐิติวณิชภิวงศ์

ตลาดเริ่มมีความผันผวนในทางลบ ซึ่งดูแล้วไม่ได้เกิดจากปัจจัยทางพื้นฐานมีการเปลี่ยนแปลงในทางลบแต่อย่างใด กลับเป็นเจตนาที่จะสลับขายทำกำไรของกองทุนรวมมากกว่า เพราะการจะดันตลาดต่อไปเรื่อยๆ ดูจะเป็นงานยากมากขึ้น เมื่อ บรรดานักเก็งกำไรก็จ้องที่จะขายทำกำไรเช่นกัน หากตลาดยังเดินหน้าต่อไปประกอบกับทางนักลงทุนต่างชาติก็ต้องการกดตลาด เพื่อรับกับการทำชอร์ตในตลาดล่วงหน้าอยู่แล้ว

จึงพบว่าวานนี้ (18 ก.ย.62) ตลาดหุ้นถูกกดดันจากแรงขายทำกำไรของกองทุนรวมค่อนข้างมาก โดยกองทุนขายหุ้น 2,220.98 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติก็ขายเสริมไปอีก 1,346.73 ล้านบาท ทำให้ดัชนีตลาดลงมาปิดในแดนลบ ดัชนีลดลง 9.79 จุด แต่ดัชนีก็ยังปิดเหนือ 1,650 จุดได้ ทั้งๆ ที่ดูแล้วมีความพยายามที่จะกดดัชนีให้ลงต่ำกว่า 1,650 จุดในช่วงระหว่างวัน แต่ก็ทำได้แค่ดัชนีลงต่ำสุดของวันที่ 1,650.64 จุด แล้วกลับมาปิดตลาดที่ 1,654.14 จุด จึงเป็นการแสดงให้รู้ว่าแนวระดับ 1,650 จุด ยังมีแรงซื้ออยู่มากพอสมควร

ทำให้มองทางเทคนิค 1,650 จุด ยังเป็นแนวรับที่ดี หากกองทุนไม่ขายต่อในวันนี้ตลาดก็คงจะยืนเหนือแนวรับนี้ได้ เพราะดูในส่วนของนักลงทุนต่างชาติแล้วแทบไม่มีหุ้นของปีนี้เหลือให้ขายได้อีก ยกเว้นจะนำเอาของเก่าหลายปีก่อนมาขายหรือไม่ก็ต้องใจกล้าทำชอร์ตเซล ซึ่งดูแล้วมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะแค่ดูนักลงทุนทั่วไปที่ปัจจุบันยังมีเงินสดๆ อยู่ในมืออีกกว่า 4.27 หมื่นล้านบาท ทำให้การทำชอร์ตจะถูกดักซื้อจากนักลงทุนทั่วไปได้มาก โอกาสจะทำสำเร็จได้กำไรจึงน่าคิดมาก ยกเว้นนักลงทุนทั่วไปจะถอดใจไม่กล้าซื้อเท่านั้น

แต่ดูแล้วคงไม่เป็นอย่างนั้น เพราะปัจจุบันนักลงทุนทั่วไปมีการลงทุนที่อิสระและเป็นตัวของตัวเองมากกว่าในอดีต จึงมองว่าหากหุ้นมีราคาต่ำลง นักลงทุนกลุ่มนี้พร้อมที่จะเข้าไปซื้อลงทุนทันที ทำให้ตลาดยังมีทิศทางเป็นบวกได้มาก

และเมื่อมามองดูหุ้นที่น่ามอง พบว่าในกลุ่มธนาคารเชื่อได้ว่าครึ่งหลังของปีนี้จะมีกำไรดีกว่าครึ่งปีแรก จึงน่ามองที่ KTB, SCB และ TMB กลุ่มวัสดุก่อสร้างบอกแล้วว่าแค่เห็นงานการก่อสร้างที่เต็มบ้านเต็มเมือง ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างก็ต้องมีมาก จึงยังน่ามองที่ SCC, EPG และ TASCO กลุ่มพลังงาน การที่ราคาน้ำมันผันผวนจะมีผลให้ธุรกิจพลังงานยังมีกำไรดีเพราะเป็นการผันผวนระดับสูง น่ามองที่ GULF, BGRIM และ EA กลุ่มอาหาร เมื่อรัฐมีมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในธุรกิจจะเติบโตได้มากขึ้น น่ามองที่ CBG, M และ TU เป็นต้น ส่วนหุ้นรายตัวน่ามองที่ SAWAD, IVL และ STEC ตลาดยังคึกคักมาก ทำให้ยังสามารถลุ้นและเลือกหุ้นพื้นฐานดีๆ ลงทุนได้ต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง