STOP "FAKE NEWS" หยุดวงจร "ปั้นแต่งข่าวปลอม" ด้วยความเข้าใจและใช้สติ

ข่าวบันเทิง 20 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

การหยุดยั้งข่าวปลอม ข่าวลวง ข่าวเท็จ ข่าวลือ ข่าวที่มีเนื้อหาบิดเบือน เรื่องเก่าเล่าใหม่ หรือ Fake News อีกหนึ่งปัญหาสังคมที่ต้องเร่งแก้ไขเพราะทวีความรุนแรง เปรียบเหมือนไวรัสร้ายกระจายไปทั่วสังคม และไม่ใช่เพียงภาครัฐที่ต้องมีบทบาทขจัดปัญหานี้ให้บรรเทาเบาบางลงเท่านั้น แต่ภาคเอกชนและประชาชนก็ต้องร่วมด้วยช่วยกัน ระดมสมอง เพื่อสร้างสรรค์แนวทางกระตุ้นจิตสำนึกและจรรยาบรรณผู้ผลิตสื่อคุณภาพ ควบคู่ไปกับการสร้างค่านิยมในการเสพข่าวสารข้อมูลอย่างมีสติและรู้เท่าทันเช่นกัน

หลังจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่กระจายข่าวปลอมเริ่มลุกลามบานปลาย หลายองค์กรเริ่มตื่นตัวและต้องการเข้ามามีบทบาทช่วยแก้ไขปัญหา ล่าสุด LINE ประเทศไทย ได้จัดเวิร์คชอป STOP "FAKE NEWS" ข่าวจริงหรือข่าวปลอม คิดก่อนกด" ขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการใช้งานสื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย แก้ปัญหาการแพร่กระจายของ ข่าวปลอม และข้อมูลออนไลน์ที่ไม่ถูกต้อง เริ่มต้นจากกลุ่มคนที่เป็นต้นทางในการผลิตสื่อ ซึ่งต้องมีความรอบรู้เกี่ยวกับสื่อยุคใหม่ และผลิตสื่อด้วยจิตสำนึกความรับผิดชอบ โดยมีผู้เชี่ยวชาญและคร่ำหวอดอยู่ในวงการสื่อ อย่าง สำนักข่าวเอพี ไทยพีบีเอส อาจารย์ด้านสื่อสารมวลชนและนิเทศศาสตร์ เจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมด้วยหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง มาช่วยชี้เป้าให้ผู้ผลิตสื่อและผู้ใช้งานสื่อออนไลน์ได้รับความรู้เกี่ยวกับลักษณะของข่าวปลอม การระบุข่าวปลอม และวิธีการแชร์ข้อมูลข่าวสารอย่างรับผิดชอบ นำไปสู่วิธีการรับสื่อและค้นหาข้อมูลในโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมนำเสนอวิธีป้องกัน และทางแก้ไขที่ถูกต้องเหมาะสมเมื่อต้องเจอกับ Fake News เข้าอย่างจัง

ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท LINE ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ในขณะที่ไลน์มีช่องทาง LINE TODAY รวบรวมคอนเทนต์จากแหล่งน่าเชื่อถือเพื่อให้ผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลได้อย่างวางใจ แต่แอพพลิเคชั่น LINE กลับเป็นอีกหนึ่งช่องทางหรือเครื่องมือของผู้สร้าง Fake News ขึ้นมาด้วยเช่นกัน เนื่องจากไลน์เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คที่มีผู้ใช้งานเป็นหลักกว่า 44 ล้านคน คิดเป็นหนึ่งในสามของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้งประเทศ มีการแชร์ข้อมูลนับพันล้านครั้งต่อวัน ซึ่ง LINE รับรู้และเฝ้าติดตามถึงปัญหาสังคมที่เกิดจากข่าวปลอมมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้เริ่มวางแผนที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหานี้

ประกอบกับ ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น บริษัทในเครือไลน์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศเกาหลี ได้ประกาศแคมเปญเพื่อสังคมทั่วโลก ในชื่อ STOP "FAKE NEWS" โดยร่วมมือกับสำนักข่าวเอพี (The Associated Press-AP) เครือข่ายข่าวระดับโลก เดินหน้าให้ความรู้ในภูมิภาคต่างๆ เริ่มที่ไทยเป็นที่แรก จึงเป็นหน้าที่และภารกิจสำคัญของ LINE ประเทศไทย ที่จะขับเคลื่อนและเป็นผู้สร้างความตระหนักรู้ในการรับข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนทุกคน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของข่าวลวงทั้งหลาย โดยเฉพาะกระตุ้นให้คิดอย่างรอบคอบ และข้อมูลนั้นต้องมีความน่าเชื่อถือมากเพียงพอ ต้องชัวร์ก่อนถึงจะแชร์ออกไปได้

เวิร์คชอป STOP "FAKE NEWS ชี้ให้ทุกคนเห็นว่าปัญหาข่าวปลอมในไทยเป็นเรื่องใหญ่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งเห็นได้จากความพยายามของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการจัดตั้งศูนย์สกัดกั้นข่าวปลอม (เฟคนิวส์ เซ็นเตอร์) ขึ้นมาอย่างจริงจัง ซึ่ง พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ด้วยการกระตุ้นให้สังคมมีจิตสำนึกและคิดวิเคราะห์ในการรับสาร และจำเป็นต้องอาศัยพันธมิตรและประชาชน ซึ่งมีแผนในการใช้แพลตฟอร์ม LINE Official Account จัดตั้งกลุ่มเพื่อมอนิเตอร์ข่าวปลอมนั้น น่าจะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เสพข่าวจากการแชร์ข่าวปลอมออกไป เป็นการแชร์เนื้อหาว่าข่าวใดเป็นข่าวปลอม ทั้งยังช่วยสานต่อสู่การแชร์ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่กันในอนาคต

จากนั้นก็มาถึงการให้ความรู้ความเข้าใจปัญหาเฟคนิวส์ในระดับโลก ซึ่ง ทาแมร์ ฟาคาฮานี Deputy Director Global News Coordination สำนักข่าวเอพี ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบร้ายแรงจากการสำรวจ พบครึ่งหนึ่งของผู้ทำแบบสอบถามพร้อมที่จะส่งต่อข้อมูลทันทีโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อน รวมทั้งยังกระตุ้นให้สื่อคำนึงถึงจรรยาบรรณ ยึดมั่นและรับผิดชอบต่อวิชาชีพในการตรวจสอบแล้วตรวจสอบอีกด้วยวิธีต่างๆ อาทิ สืบค้นจากเสิชเอนจิ้นและเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ หรือตรวจสอบจากหลายๆ แหล่งข้อมูล ก่อนนำเสนอข่าวสารข้อมูลนั้นสู่สาธารณชน ส่วนสถานการณ์ในไทยนั้น กนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาสื่อใหม่ ไทยพีบีเอส ได้ชี้แจงให้ทุกคนเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงเหตุผลของการสร้าง Fake News ลักษณะต่างๆ ของข่าวปลอม รวมถึงวิธีการตรวจสอบที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที เช่นการสังเกต

เว็บไซต์เบื้องต้น ทั้งชื่อ โลโก้ โฆษณา ฟ้อนต์ เป็นต้น พร้อมกระตุ้นให้สังคมเกิด Digital Literacy อย่างจริงจังอีกด้วย

นอกจากนั้น งานนี้ยังเปิดโอกาสให้เกิดการระดมความเห็น ถกเถียงอย่างออกรสผ่านเวทีเสวนา "ข่าวจริงหรือข่าวปลอม คิดก่อนกด" โดยมีผู้ร่วมพูดคุยที่น่าสนใจ อย่าง วสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พีรพล อนุตรโสตถิ์ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย อสมท. ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต จากรายการชัวร์ก่อนแชร์ และกอล์ฟ-กิติพัทธ์ ชลารักษ์ พิธีกรรายการเทยเที่ยวไทย ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถึงเวลาที่ทุกคนต้องร่วมมือกันหยุดยั้ง Fake News ด้วยการรู้เท่าทัน รับข้อมูลข่าวสารอย่างมีสติ ควรตั้งข้อสังเกตหรือสงสัยว่าข้อมูลนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ทุกครั้ง หากยังไม่แน่ใจก็ควรเป็นเพียงผู้รับสาร หยุดแชร์ต่อเพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายข่าวปลอม และระมัดระวังก่อนจะใส่ความเห็น ส่งต่อหรือแชร์ออกไปอยู่เสมอ

สำหรับการรับมือกับข่าวปลอมนั้นจำเป็นต้องเข้าไปแก้ที่ต้นเหตุ รู้เขารู้เราให้ได้เสียก่อน ซึ่ง Fake News จะมีอิทธิพลกับเราก็ต่อเมื่อตรงจริตหรือตรงกับชุดความเชื่อของเราอยู่แล้ว ดังนั้นทุกคนควรจะเท่าทัน ปล่อยวาง หรือวางตำแหน่งตัวเองเป็นบุคคลที่ 3 ก็จะทำให้เรารับมือกับข่าวปลอมนั้นได้เป็นอย่างดี หรือแม้กระทั่งข่าวสารจากบุคคลที่น่าเชื่อถือก็ไม่อาจเชื่อได้อย่างสนิทใจในทันที เพราะด้วยเทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนแปลง ตัดต่อ แต่งภาพและเนื้อหา ให้กลายเป็นอีกเรื่องได้ พร้อมสรุปถึงการยึดหลักกาลามสูตร ซึ่งเป็นหลักแห่งความเชื่อทางพุทธศาสนา ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญา รวมทั้งหลักการ SPOT ในการตรวจสอบ นั่นคือแหล่งข้อมูลเชื่อถือได้ (Source) ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริงความถูกต้อง (Profit) ไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่อเกินจริง (Over) และต้องถูกที่ถูกเวลา (Time & Place)

หนึ่งวันเต็มๆ กับการจัดเวิร์คชอป STOP "FAKE NEWS โดย LINE ประเทศไทยในครั้งนี้ แม้ไม่อาจเปลี่ยนแปลงหรือขจัด Fake News หมดสิ้นสูญหายไปในบัดดล แต่นับเป็นก้าวสำคัญที่จะจุดประกายให้ทุกคนในสังคมตื่นตัวกับการป้องปรามการแพร่กระจายข่าวปลอม รู้จักความร้ายกาจ เข้าใจพฤติกรรม มีสติรับสาร และเท่าทันวิจารณญาณของตนเองให้ "คิดก่อนกด" ทุกครั้ง


แท็ก สมอง  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ