คอลัมน์: NATIONAL GEOGRAPHIC ฉบับภาษาไทย: เฝ้าระวังน้ำแข็ง

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562 00:00:00 น.
เรื่อง เจนนิเฟอร์ คิงสลีย์
ภาพถ่าย เอสเทอร์ ฮอร์แวท

อากาศยามเย็นในฤดูร้อนวันนั้นอุ่นพอให้พวกทหารถอดเสื้อนั่งเล่นกลางแจ้งได้ คนหนึ่งเล่นกีตาร์ อีกคนอ่านหนังสือ บรรยากาศผ่อนคลายคล้ายพักร้อน แม้นี่จะเป็นค่ายทหารเดนมาร์กทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรีนแลนด์ เรียกว่าสถานีนอร์ (Station Nord) ซึ่งอยู่ห่างจากขั้วโลกเหนือ 925 กิโลเมตร เสียงหึ่งๆ ของเครื่องปั่นไฟแว่วมาแต่ไกล และบางครั้งบางคราวสุนัขกรีนแลนด์สองตัวจะส่งเสียงเห่า ดวงอาทิตย์วนรอบท้องฟ้าอาร์กติก

ภารกิจประจำวันของหน่วยทหารแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นงานด้านวิทยาศาสตร์ อาร์กติกอุ่นขึ้นเร็วกว่าพื้นที่อื่นใดในโลก และสำหรับนักวิจัยที่ศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่นี่มีข้อดีจากทำเลที่อยู่ห่างไกล นั่นคือเกือบ 82 องศาเหนือ ภายในอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเข้าถึงได้เพราะมีลานบิน ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะบอกว่า อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นที่นี่ส่งผลกระทบต่อโลกทั้งใบ อาร์กติกเป็นส่วนหนึ่งของระบบทำความเย็นของโลก และเมื่ออุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้น้ำแข็งทะเลละลายเร็วขึ้น ระบบที่ว่าก็กำลังพังลง ที่นี่นับว่าสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับนักวิจัยผู้มาเยือนจากทั่วโลกจะได้เก็บข้อมูลจากน้ำแข็ง ทะเล และบรรยากาศ เพื่อวัดความเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งเป็นข้อมูลที่นักวิทยาศาสตร์หวังว่าจะช่วยให้พวกเขาพยากรณ์ได้ว่ามีอะไรรออยู่ข้างหน้า

มีสถานที่ไม่กี่แห่งที่เราลืมตาตื่นในโรงนอนซึ่งมีเตียงเรียงเป็นตับ ดื่มกาแฟ แล้วก้าวออกไปสู่สภาพแวดล้อมสุดขั้วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทั้งหิมะขาวโพลน อากาศหนาวจับจิต หมอก และความมืดในฤดูหนาวที่ยาวนานหลายเดือน คือสิ่งปกติที่มีให้พบเจอ

สถานีนอร์ยังมีจุดประสงค์ทางการเมืองด้วย ถึงได้มีทหารเป็นผู้ดูแล เดนมาร์กอ้างอำนาจอธิปไตยที่นานาชาติยอมรับเหนือภูมิภาคแถบนี้ แต่จำต้องสำแดงตนเพื่อรักษาอำนาจนั้น สำหรับผู้เชี่ยวชาญหกคนที่พำนักอยู่ที่นี่ ซึ่งทั้งหมดเป็นทหารในกองทัพเดนมาร์กและแทบจะเป็นเพศชายเสมอ  สถานีนอร์คือบ้านตลอดการประจำการนาน 26 เดือน

สถานีซึ่งแรกเริ่มเป็นศูนย์ตรวจวัดลมฟ้าอากาศเมื่อปี 1952 คือหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีสนามบินของตนเอง มีอาคารกว่า 25 หลัง รวมถึงโรงนอน ห้องประชุมเชิงปฏิบัติการ เพิงเก็บเครื่องปั่นไฟ ครัว และศูนย์ชุมชน

ที่นี่กว้างขวางพอจะจัดหาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อสร้างงานวิทยาศาสตร์ระดับโลกท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่อันตรายแต่สวยงามได้ ทหารเก็บกวาดลานบิน เติมน้ำมันเครื่องบิน ทำความสะอาดโรงนอน เก็บเสบียงที่ส่งมาทางเครื่องบินบรรทุกสินค้า ตักน้ำจากทะเลสาบธารน้ำแข็งที่อยู่ใกล้ๆ และซ่อมแซมอุปกรณ์ ในฤดูหนาว ทหารหกนาย หรือแปดถ้านับสุนัขด้วย จะอยู่ตามลำพังหลายเดือน โดยมีสัญญาณดาวเทียมเอื้อให้ส่งอีเมลและข้อความง่ายๆ ได้ แต่ละคนจะได้สิทธิโทรศัพท์ประจำเดือน

ช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง พวกเขาจะเปิดบ้านต้อนรับชุมชนนานาชาติที่ผลัดเปลี่ยนกันมาเยือนมากถึง 60 คน ซึ่งมีทั้งทีมนักวิทยาศาสตร์ คนงานสนับสนุน นักบิน วิศวกร และเจ้าหน้าที่ทหาร

ทอมัส ครุมเพน นักวิทยาศาสตร์อาวุโสจากสถาบันอัลเฟรดเวเกเนอร์ของเยอรมนี เป็นผู้นำการบินสำรวจเพื่อวัดความหนาของน้ำแข็งทะเลช่วงฤดูร้อน ซึ่งคำนวณจากภาพถ่ายดาวเทียมได้ยากมาก นอกเหนือไปจากค่าอื่นๆ โดยนำอากาศยาน ดีซี-3 ที่ได้รับการปรับแต่งแล้ว ออกบินที่ระดับความสูง 60 เมตรเหนือน้ำแข็งและพ่วงเซ็นเซอร์ที่ผูกไว้กับเชือกให้ลอยเหนือผิวน้ำแข็งแค่ 15 เมตร

การบินเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความวิริย อุตสาหะเพียงเพื่อตอบคำถามง่ายๆ ว่า น้ำแข็งทะเลหนาเท่าไร หิมะสะท้อนแสงแค่ไหน

ข้อสังเกตที่ได้จากการบินเหล่านี้จะป้อนเข้าสู่แบบจำลองสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์สลับซับซ้อนที่ใช้สมการและข้อมูลหลายพันชิ้นเพื่อคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากสภาพภูมิอากาศยังคงเปลี่ยนแปลงต่อไป ข้อมูลเกี่ยวกับอาร์กติกนับว่าสำคัญยิ่งต่อการพยากรณ์ผลกระทบระดับโลก เช่น การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิและของระดับทะเล

"เราจำเป็นต้องมองไปยังอนาคตเพื่อบอกผู้คนว่า ผลกระทบอะไรที่พวกเราจะเผชิญ" ครุมเพนบอก นักวิจัยคนอื่นๆ ปล่อยบอลลูนตรวจลมฟ้าอากาศ ขุดหลุมเก็บตัวอย่างหิมะ หรือจับตามองอุปกรณ์ของตนเองทั้งคืนโดยมีสุนัขคอยเห่าเตือนภัยหมีขั้วโลกอยู่ใกล้ๆ พวกเขาค่อยๆ เก็บรวบรวมข้อมูลที่จะช่วยตอบคำถามสำคัญที่สุดแห่งยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นั่นคือจะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา คำตอบนี้ทำให้เกิดข้อโต้แย้งทั้งทางการเมืองและวิทยาศาสตร์ และต้องใช้ข้อมูลที่สะสมมาหลายปีจากหลายสถานที่กว่าจะเริ่มได้เค้าคำตอบ

ในภูมิภาคนี้ของโลก เราไม่มีทางได้สิ่งเหล่านี้ ถ้าขาดผู้เชี่ยวชาญประจำสถานีอย่างเยสเปอร์ ยูล แฮนเซน ผู้อธิบายง่ายๆ ว่า "เราแค่ทำส่วนของเราเพื่อให้พวกเขาทำส่วนของพวกเขาครับ"

งานนี้ไม่ใช่ของง่าย นอรา ฟรีด ฉลองวันเกิดอายุ 25 ปีที่สถานีในฐานะผู้ช่วยวิจัยเมื่อปี 2018 สักวันหนึ่ง "ฉันต้องอธิบายให้ลูกฟังว่า เราไม่ได้ทำอะไรเลย แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าอาร์กติกจะปราศจากน้ำแข็ง" เธอบอก "ฉันรู้สึกแย่แทนอาร์กติกค่ะ".


สถานีนอร์ยังมีจุดประสงค์ทางการเมืองด้วย ถึงได้มีทหารเป็นผู้ดูแล เดนมาร์กอ้างอำนาจอธิปไตยที่นานาชาติยอมรับเหนือภูมิภาคแถบนี้ แต่จำต้องสำแดงตนเพื่อรักษาอำนาจนั้น สำหรับผู้เชี่ยวชาญหกคนที่พำนักอยู่ที่นี่ ซึ่งทั้งหมดเป็นทหารในกองทัพเดนมาร์กและแทบจะเป็นเพศชายเสมอ สถานีนอร์คือบ้านตลอดการประจำการนาน 26 เดือน

บรรยายใต้ภาพ
ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ออกนอกปริมณฑลของสถานีโดยไม่พกอาวุธปืนเพื่อป้องกันหมีขั้วโลก ซึ่งอาจมาป้วนเปี้ยนใกล้สถานีได้ทุกเมื่อ

ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา น้ำแข็งที่ทับถมกันเป็นเวลาหลายปี ซึ่งเป็นน้ำแข็งชนิดหนาที่สุด (และอายุมากที่สุด) ที่โอบอุ้มระบบนิเวศทางทะเลในอาร์กติก หดตัวลงถึงร้อยละ 95

เต็นท์ชั่วคราวคือที่พักของนักวิจัยที่ทำการทดลองทางอุตุนิยมวิทยา ซึ่งต้องเฝ้าสังเกตตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากหมีขั้วโลกคือความเสี่ยงที่พบเป็นประจำนอกเขตสถานี จึงมีสุนัขกรีนแลนด์เฝ้าระวังที่สถานีเสมอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง