ขบวนการของการ 'ดับไฟใต้' 'สำเร็จ' หรือ 'ล้มเหลว' ที่นี่คือคำตอบ!

ข่าวทั่วไป 21 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เมือง ไม้ขม รายงาน เมื่อหลายวันก่อน พล.อ.ชาญชัย ช้างมงคล รมช.กลาโหม และคณะเดินทางมาติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการลงพื้นที่ครั้งแรก หลังจากที่รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหม และตำแหน่ง ผู้แทนพิเศษ หรือ ครม.ส่วนหน้า เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยประสานกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กับคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ คปต. ในการเร่งรัดการแก้ปัญหาความไม่สงบ และเศรษฐกิจ สังคม ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการแบ่งเบาภารกิจให้กับรัฐบาล

ซึ่งก็เหมือนๆ กับภารกิจของรัฐบาลที่ผ่านมา เพียงแต่ ครม.ส่วนหน้า ที่ พล.อ.ชาญชัยเป็นหัวหน้าคณะ ได้ลดไซส์ให้กะทัดรัดขึ้น จาก 13 คน เหลือเพียง 9 คน ซึ่งคงจะมีความเหมาะสม เพราะภารกิจของผู้แทนพิเศษนั้น ในบางครั้งก็ถูกมองว่าเป็นงานที่ ทับซ้อน กับหน่วยงานที่มีอยู่แล้ว แต่นอกจากนั้นยังถูกมองว่า เป็นการตั้งขึ้นเพื่อให้คน กันเอง ที่เกษียณราชการไปแล้ว ได้มีตำแหน่ง มีเงินเดือน เป็นการ ต่างตอบแทน โดยประเทศชาติได้รับประโยชน์ที่ไม่คุ้มค่าด้วยซ้ำ

และที่เหมือนกันอีกเรื่อง หลังจากฟังการบรรยายและดูสถานการณ์ในพื้นที่แล้ว ก็มีการให้ สัมภาษณ์ กับ สื่อมวลชน ถึงสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ดีขึ้น เพราะมีการก่อเหตุที่ลดน้อยลง เมื่อนำไปเทียบกับการก่อเหตุของปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า การแก้ปัญหาตรงจุด เดินมาถูกทางแล้ว นั่นเอง รวมทั้งสถานการณ์ของการแก้ปัญหายาเสพติดได้ผลดี มีการจับกุมได้ของกลางมากขึ้น มีผู้เสพติดเข้าร่วมในโครงการ บำบัด เกินกว่าเป้าหมายที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าตั้งเป้าไว้

ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นไปตามที่มีการแถลงข่าว หรือการให้ สัมภาษณ์ หรือไม่นั่น ก็ต้องมาดู ของจริง สถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่

เช่น ยังมีการก่อเหตุรุนแรง ล่าสุดมีการยิงใส่โรงเรียนบ้านซีเยาะ ต.บาโงยซีแน อ.ยะหา จ.ยะลา ถึงจะไม่มีใครเจ็บ ใครตาย แต่ก็มีการปิดโรงเรียน เพราะไม่แน่ใจในเรื่องความปลอดภัย และหาก ผู้ก่อกวน หรือ โจรใต้ เกิดใช้แผนยิงใส่โรงเรียนไปเรื่อยๆ โรงเรียนก็คงต้องหยุดการเรียนการสอนไปเรื่อยๆ แต่ก็ถือเป็น โชคดี ที่เกิดขึ้นแค่โรงเรียนเดียวมีการยิงผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ต.บือเระ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถที่จะสรุปได้ว่า เป็นเรื่องส่วนตัว หรือเป็นฝีมือของ โจรใต้ หรือ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดน

ก่อนหน้านี้มีการยิงชุดเจ้าหน้าที่คุ้มครองครู ของชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) บ้านควนประ ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี มีเจ้าหน้าที่ อส. บาดเจ็บจำนวนหลายคน และ พลีชีพ จากการซุ่มโจมตี 1 ราย ซึ่งถือเป็นความสูญเสีย ทั้งของหน่วยงานของรัฐ และของครอบครัว ซึ่งเป็นการสูญเสียเจ้าหน้าที่กองกำลังท้องถิ่นรายล่าสุดที่เกิดขึ้น

ในขณะที่ในรอบเดือนที่ผ่านมาจะพบว่า เหยื่อ ที่เป็นภาคประชาชน ยังเสียชีวิต รายวัน ซึ่งในเบื้องต้นยังไมสามารถสรุปได้ว่า สาเหตุของการเสียชีวิตมาจากเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องของความมั่นคง รวมทั้งการ โจรกรรมรถจักรยานยนต์ ในพื้นที่ 3 จังหวัด ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากการ โจรกรรม มีเป้าหมายเพื่อใช้ทำ จยย.บอมบ์ ก็เป็นการบอกเหตุว่า สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเกิดขึ้นอีกต่อไป

และที่สำคัญ คดีใหญ่ๆ อย่างการปล้นร้านทอง มูลค่า 49 ล้านบาท ผ่านไปเกือบ 2 เดือน เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายตำรวจและทหารยังจับกุม โจรใต้ หรือ แนวร่วม ไม่ได้แม้แต่คนเดียว และยังไม่พบว่าของกลางทั้งหมดถูกซ่อนไว้ที่ไหน

รวมทั้งคดีการวางระเบิด 18 จุด ที่เมืองหลวงของประเทศอย่างกรุงเทพมหานคร ซึ่งคนร้ายทั้งหมดเป็นคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้จะโอนคดีให้กับ กองปราบ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่การออกหมายจับ และยังสืบไม่ถึงว่า มาสเตอร์มายด์ หรือ บงการ เป็นใคร2 ประเด็นนี้ คือตัวชี้วัดถึงความ ล้มเหลว ของการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไรหรือไม่นั้น ก็เป็นอีกคำถามหนึ่งที่ผู้เกี่ยวข้องต้อง ใส่ใจ เพราะจะไปตอบ โจทย์ ที่ว่าสถานการณ์ดีขึ้นนั้น สุดท้ายจะมีคำถามว่า จริงหรือกลับมาสู่ปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นภัยแทรกซ้อนของจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็น ภัยของประเทศ ที่เหมือนกันทั้งประเทศ นั่นคือ ประเทศไทยเป็นแหล่ง ซื้อ-ขาย และมีผู้เสพติดเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมา พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ทุ่มเทสรรพกำลังในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนก่อให้เกิดการจับกุมยาเสพติดและผู้ต้องหาได้เป็นจำนวนมาก

แต่...ข้อเท็จจริงคือ ยาเสพติดถูกจับกุมยึดได้มากก็จริง แต่ไม่ได้หมดไป และถูกลำเลียงเข้ามาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น ผู้ติดยาถูกนำเข้าสู่ขบวนการบำบัดเกินเป้าหมายเป็นเรื่องจริง แต่จำนวนผู้ติดยาที่เข้ามาทดแทนกลับมากขึ้น

ใบกระท่อมจากประเทศมาเลเซียถูกจับกุมได้เป็นจำนวนมาก จากทหาร จากศุลกากร และฝ่ายปกครอง แต่ยิ่งจับได้ การขนใบกระท่อมเข้ามายิ่งมากเป็นทบเท่าทวีคูณ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการจับมาก ไม่ได้หมายความว่า เป็นการประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหา การจับได้มากเป็นเพียงแสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่มีผลงาน แต่การมีผลงานโดยที่ปัญหายังอยู่และใหญ่โตขึ้น จะตอบสังคมว่า สำเร็จ หรือ ล้มเหลว กับปัญหาที่มีอยู่น้ำมันเถื่อน ซึ่งถือเป็น ภัยแทรกซ้อน ถูก ทหาร จับกุมได้มาก แต่ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนข้ามประเทศยังคงทำการนำเข้าน้ำมันเพื่อทดแทนน้ำมันที่ถูกจับ และถูกยึดเป็นของกลาง โดยที่ไม่สนใจกับการถูกจับ และไม่เกรงกลัวกฎหมาย จนน้ำมันเถื่อนเต็มไปหมดในภาคใต้ ตรงนี้ต้องมีการ วิเคราะห์ กันใหม่หรือไม่ว่า ปฏิบัติการที่ผ่านมาแก้ปัญหา ภัยแทรกซ้อน ได้จริงหรือไม่ สถานการณ์ที่เป็นอยู่คือ จับไม่หมด ยิ่งจับยิ่งโต เป็นความสำเร็จ หรือความล้มเหลวกันแน่

ประเด็นเหล่านี้ต่างหากที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องนำมา วิเคราะห์ เพื่อที่จะได้เห็นความชัดเจนของปัญหา และที่จะได้เห็นถึงปัญหา อุปสรรค เงื่อนไขต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ เพื่อหาบทสรุปที่ถูกต้อง ถึงความสำเร็จ หรือล้มเหลว เพราะทุกเรื่องทุกปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้ายิ่งปราบยิ่งโต จะบอกกับประชาชนว่าสำเร็จ ว่าดีขึ้น ว่าเดินมาถูกทางแล้วอย่างไร

ในขณะเดียวกัน ประเด็นเงื่อนไขสังคมที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง สิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็น เงื่อนไข พิเศษในพื้นที่ และเป็น กับดัก ของการดับ ไฟใต้ นั้น เรื่องราวของ อับดุลเลาะ อีซอมูซอ ยังถูกผูกปม ล่ามคอ ศูนย์ซักถาม ค่ายอิงคยุทธบริหาร กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าอยู่ และปลายเชือกถูกลากไปในสภาฯ ในองค์กร สากล อย่างสหประชาชาติ ซึ่งยังแก้ไม่จบ

ก็มีเรื่องใหม่เกิดขึ้นอีก คือเรื่องที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาลส่งเอกสารให้ มหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษาต่างๆ ส่งรายชื่อนักศึกษา มุสลิม พร้อมรายละเอียดของ นิกาย ที่นับถือ เช่น สุหนี่, ชีอะห์, วาฮาบีห์ หรืออื่นๆ ซึ่งเชื่อว่า สันติบาล ต้องการทำ ฐานข้อมูล โดยการขอความร่วมมือจากสถาบันการศึกษา โดยที่ไม่ได้ สำเหนียก ว่าเรื่องเหล่านี้อาจจะเป็นเรื่อง สิทธิมนุษยชน และอาจถูกนำไปทำให้เป็นเรื่อง ละเมิด และทำให้ ละเอียดอ่อน ที่กลายเป็นปัญหาขึ้นมาแล้วในขณะนี้ โดย สมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย เป็น หัวหอก นำเรื่องที่เกิดขึ้นไป ขับเคลื่อน ซึ่งสุดท้ายเชื่อว่า ต้องนำไปสู่ องค์กรสากล อีกเรื่องหนึ่ง

ทั้งหมดคือความ อ่อนด้อย ของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดับ ไฟใต้ ที่ถูก บูรณาการ แบบ หลอกๆ ทั้งการ หลอกกันเอง และหลอกประชาชน ซึ่งผู้เขียนคงจะไม่สรุปว่า การแก้ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ 15 ปีที่ผ่านมา สำเร็จ หรือ ล้มเหลว เพราะทุกย่อหน้าของเรื่องมีคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้ว.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ