โละสัญญาเช่ากำไลEM

ข่าวทั่วไป 21 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

กรุงเทพฯ * "สมศักดิ์" สั่งยกเลิกสัญญาเช่ากำไลอีเอ็ม ระบุผิดทีโออาร์ พบจุดบกพร่องไม่สามารถ ใช้งานได้จริง พร้อมเรียกค่าปรับเอกชน 84 ล้านบาท ชงของบประมาณจัดซื้อจัดจ้างใหม่ เมื่อวันศุกร์ ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงยกเลิกสัญญาการเช่าใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือกำไลอีเอ็ม กับบริษัท สุพรีม ดีสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด หลังพบว่ามีข้อบกพร่องและไม่สามารถใช้งานได้จริง โดยก่อนหน้านี้กรมคุมประพฤติได้ทำสัญญาเช่าใช้เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิด จำนวน 4,000 เครื่อง ตั้งแต่มกราคม 2562 ถึงกันยายน 2563 รวม 21 เดือน ด้วยงบประมาณจำนวน 74,470,000 บาท และต่อมาเมื่อตรวจสอบพบข้อเท็จจริงว่าอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถถอดออกได้ เกิดจากความบกพร่องของตัวอุปกรณ์ที่มีคุณลักษณะไม่ตรงตามทีโออาร์ที่กำหนดไว้ จึงได้แจ้งยกเลิกสัญญาเช่ากับบริษัทสุพรีมฯ เมื่อวันที่ 11 ก.ย.

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา กรมคุมประพฤติได้แจ้งให้บริษัทสุพรีมฯ ได้รับทราบและขอให้ชดใช้ค่าปรับเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 83,825,810 ล้านบาท จำนวนนี้แยกเป็น 4 ประเด็นคือ 1.การส่ง มอบอุปกรณ์ล่าช้าเป็นเงิน 1.7 ล้านบาท 2.การ ไม่นำอุปกรณ์มาเปลี่ยนให้ใหม่ภายในระยะเวลากำหนด 26 วัน จากจำนวนอีเอ็มทั้งหมด 4,000 เครื่อง ค่าปรับเครื่องละ 500 บาท/วัน คิดเป็นเงินจำนวน 52 ล้านบาท 3.ค่าเสียหายจากการไม่มาปฏิบัติงานของพนักงานประจำ ศูนย์อีเอ็มจำนวน 2 ราย ในระยะเวลา 1 เดือน จำนวน 22,500 บาท และ 4.ค่าเสียหายหลัง การบอกยกเลิกสัญญาอีก ทำให้กรมคุมประพฤติไม่สามารถใช้งบประมาณจำนวน 21.6 ล้านบาท และไม่สามารถนำงบปี 62 มาใช้ได้อีก 8.8 ล้านบาท รวม 29.7 ล้านบาท

นายสมศักดิ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ย. กรมคุมประพฤติได้ทำหนังสือแจ้งให้บริษัทสุพรีมฯ ชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวแล้ว สำหรับขั้นตอนการคำนวณค่าเสียหายกรมคุมประพฤติฯ จะส่งหนังสือไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดให้เป็นผู้ดำเนินคดีต่อไป ส่วนอัยการจะเห็นชอบในตัวเลขดังกล่าวหรือไม่นั้นอาจต้องหารือกันอีกครั้ง แต่กรมฯ ได้พยายามรักษาผลประโยชน์ของรัฐ โดยได้เร่งรัดให้บริษัทเอกชนคู่สัญญาได้ดำเนินการแก้ไขให้ครบถ้วน และเห็นได้ว่ามีการทำผิดสัญญาอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องการถอดกำไลอีเอ็มออกง่าย ไม่สังสัญญาณเตือนขณะถูกตัดทำลายและผิดสเปกที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมคุมประพฤติได้แจ้งไปที่ศาลของดใช้กำไลอีเอ็มจนกว่าจะมีการจัดซื้อจัดจ้างในปีงบประมาณใหม่ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีงบประมาณในการดำเนินการ

"การใช้อุปกรณ์อีเอ็มเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ ปัจจุบันคุกทั่วประเทศมีผู้ต้อง ขัง 3.6 แสนคนและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ผู้ที่พ้นโทษและได้รับการพักโทษมีน้อยกว่าที่เข้ามาใหม่ การปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย การออกกฎกระทรวงการพักโทษ การขยายเรือนจำ การสร้างเรือนจำใหม่ก็ต้องทำ ซึ่งได้มอบหมายให้ปลัด กระทรวงยุติธรรมตั้งคณะกรรมการเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาและการใช้งบประมาณปี 2563 และปี 2564 ด้วย" นายสมศักดิ์ระบุ

ด้านนายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานศาลยุติธรรมให้ทราบว่าได้มีการยกเลิกสัญญาเช่ากำไลอีเอ็มแล้ว และขอให้ประสานไปยังสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดทั่วประเทศ ให้เร่งทำรายงานเสนอศาลเพื่อขอเพิกถอนการใช้กำไลอีเอ็มกับผู้ถูกคุมประพฤติ ซึ่งก่อนจะแจ้งยกเลิกมีผู้ใช้กำไลอีเอ็มกระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 500 คน โดยระหว่างที่ไม่ได้มีการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว ศาลอาจมีคำสั่งให้ใช้กำไลอีเอ็มของศาล หรือส่งไปทำงานบริการสังคมตามดุลยพินิจของศาล.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ