คอลัมน์อีโคโฟกัส: จับตาสถานการณ์น้ำมัน ซ้อมแผนฯดูแลราคาเพื่อประชาชน

ข่าวเศรษฐกิจ 21 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

จากสถานการณ์ความผันผวนของราคาน้ำมันตลาดโลกใน ปัจจุบัน ที่เกิดจากเหตุการณ์โรงงานที่ทำหน้าที่กำจัดสาร ต่างๆ ที่ไม่ต้องการ เหมือนกระบวนการทำความสะอาด ออกจากน้ำมันดิบ (Crude Oil Processing Facility) ก่อนส่ง ต่อไปยังผู้ซื้อของบริษัท อารามโค (Aramco) รัฐวิสาหกิจน้ำมันยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตี ถึงแม้ว่าจะได้รับการส่งข่าวมาแล้วว่าเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในการควบคุม และไม่ส่งผลกระทบต่อการส่ง ออก เนื่องจากโรงงานที่ถูกไฟไหม้นั้นตั้งอยู่ในบริเวณทะเลทราย จึงไม่มีผลกระทบต่อคลังน้ำมันที่เป็นแหล่งป้อนผลิตภัณฑ์ให้กับกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ทำการซื้อขายกันอยู่

แต่จากเหตุการณ์ดังกล่าว ก็ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาด เบรนท์ของโลกนั้นเพิ่มสูงขึ้นจากความตื่นตัวของผู้บริโภค รวมถึงความ ไม่สมบูรณ์ในการผลิตน้ำมันของโรงกลั่นซาอุฯ ซึ่งในช่วงแรกนั้นฉุดราคาให้สูงขึ้นไปกว่า 12-15% อยู่ที่ 71 เหรียญต่อบาร์เรล แม้ว่าราคาน้ำมันจะเริ่มปรับลดลง แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอน ดังนั้นกระทรวงพลังงานจึงต้องเร่งหารือเพื่อหามาตรการในการควบคุมความเสี่ยงที่อาจจะกระทบต่อราคาน้ำมันขายปลีก

ซึ่ง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลัง งาน กล่าวว่า จากสถานการณ์ดังกล่าวนั้นถึงแม้จะอยู่ในความควบคุมได้แล้ว แต่กระทรวงจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากการประเมินเบื้องต้นที่ราคาน้ำมันขึ้นไปกว่า 12% นั้น คิดเป็นต้นทุนประมาณ 6-7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะกระทบต่อราคาขายปลีกในประเทศประมาณ 1.40 บาทต่อลิตรแน่นอน

"เราได้ประเมินเบื้องต้นโดยทำแบบจำลองสถานการณ์ไว้ว่า หากเหตุการณ์ยืดเยื้ออยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ จะทำให้ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะยิ่งส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกในประเทศไปมากกว่าเดิม ซึ่งปัจจุบันสถานะกองทุนฯ มีเงินคงเหลืออยู่ที่ 39,400 ล้านบาท มีเพียงพอที่จะใช้ดูแลได้ในระยะสั้น" นายสนธิรัตน์กล่าว

ขณะเดียวกันยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศ เนื่องจากปัจจุบัน ณ วันที่ 16 ก.ย.2562 ไทยมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบอยู่ที่ 3,366 ล้านลิตร สามารถรองรับการใช้ได้ประมาณ 28 วัน ปริมาณน้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่งอีก 1,193 ล้านลิตร สามารถรองรับการใช้ได้ประมาณ 10 วัน และปริมาณน้ำมันสำเร็จรูป 1,848 ล้านลิตร สามารถรองรับการใช้ได้ประมาณ 16 วัน ซึ่งรวมจำนวนวันที่สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ทั้งหมด 54 วัน ขณะที่การขนส่งในรอบถัดไปนั้นเบื้องต้นได้รับแจ้งว่าเรือขนส่งไม่ได้รับผลกระทบ

และในวันที่ 17 ก.ย.2562 ได้มีมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ออกมาว่าได้เห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบ จากเหตุความไม่สงบในประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยให้ปรับลดเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนของเบนซิน 1 บาทต่อลิตร และดีเซล 60 สตางค์ต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย.2562 โดยยังไม่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดมาตรการ เพราะถือเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมัน ไม่ให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับขึ้น และดูแลค่าครองชีพของประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบในวงกว้างแต่อย่างใด

ทั้งนี้ จากการคงราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไว้ตามเดิมไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลง ที่ประชุม กบง.ประเมินการลดเงินนำส่งเข้ากองทุนฯ ครั้งนี้จะทำให้กองทุนฯ มีค่าใช้จ่ายประมาณ 813 ล้านบาทต่อเดือน จากปัจจุบันมีฐานะสุทธิประมาณ 39,402 ล้านบาท เป็นรายรับที่ได้จากเงินนำส่งของน้ำมันเบนซิน 1,200 ล้านบาทต่อเดือน เป็นรายจ่ายของน้ำมันดีเซล 31 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่บัญชีก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ติดลบ 5,700 ล้านบาทต่อเดือน แต่ยังมีเงินนำส่งเข้าบัญชีแอลพีจี 346 ล้าบาทต่อเดือน สะท้อนสถานะกองทุนฯ มีความพร้อมสามารถดูแลค่าครองชีพประชาชนได้ในภาวะเช่นนี้ไปจนถึงสิ้นปีนี้

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า แม้กำลังการผลิตจากประเทศซาอุฯ จะมี ปัญหา แต่สหรัฐพร้อมจะปล่อยปริมาณน้ำมันสำรองออกสู่ตลาด เป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก หากสถาน การณ์ยังไม่คลี่คลายหรือยืดเยื้อออกไปอีกประมาณ 3 เดือน คาดจะใช้เงินกองทุนฯ ประมาณ 2,500 ล้านบาท แต่หากสถานการณ์คลี่คลายกองทุนฯ จะมีค่าใช้จ่ายน้อยลง

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จากมอร์แกน สแตนเลย์ประเมินแนว โน้มราคาน้ำมันดิบตลาดโลกในช่วงไตรมาส 4/2562 เคลื่อนไหวอยู่ใน กรอบ 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือค่ากลางที่ระดับราคา 65 เหรียญ สหรัฐต่อบาร์เรล ประกอบกับค่าเงินบาทของไทยที่ยังแข็งค่า 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มีส่วนช่วงถ่วงน้ำหนักราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ตรึงไม่ให้ราคาเชื้อเพลิงในประเทศสูงขึ้น อีกทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวยังฟื้น ตัวไม่เต็มที่ ความกังวลที่ว่าราคาน้ำมันดิบตลาดโลกจะวิ่งไปทะลุไป 100 สหรัฐสหรัฐต่อบาร์เรล จึงไม่น่ากังวลมากนัก

และเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2562 กระทรวงพลังงานก็ได้รับแจ้งมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์ล่าสุดจากกรณีดังกล่าวว่า สถานการณ์คลี่คลาย รัฐบาลซาอุดีอาระเบียสามารถกลับมาผลิตน้ำมันได้ถึง 50% แล้ว ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกปรับลดลงเฉลี่ย 5% ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในไทยลดความตึงเครียดลงด้วย และคาดว่าจะกลับสู่สถานการณ์ปกติเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์ดังกล่าวไม่น่าเป็นห่วงมากนักเนื่องจากเกิดเหตุกับโรงกลั่นน้ำมัน ถึงแม้จะมีผลกระทบต่อราคาน้ำมันสำเร็จรูป แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบไปยังราคาน้ำมันดิบในตลาดอื่นๆ ทั้งนี้ก็ยังเป็นเหตุการณ์ที่เชื่อว่าจะสามารถกู้สถานการณ์กลับมาได้ในระยะสั้น

แต่ถึงสถานการณ์จะคลี่คลายและเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติแล้วก็ตาม แต่ยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ ทั้งนี้ก็เป็นผลมาจากเหตุการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซในตะวันออกกลาง จากเหตุความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลเตหะรานของอิหร่านด้วย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของไทยหายไปถึง 62% ต่อวัน ทำให้น้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ จึงยิ่งทำให้ไม่สามารถจะปล่อยปละละเลยได้ กระทรวงพลังงานจึงทำการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน ซึ่งมีหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 33 หน่วยงาน

โดยได้จำลองสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่ต้องมีการประกาศใช้มาตรการปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อบริหารจัดการแบ่งสรรปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับภาคส่วนที่มีความสำคัญและเพื่อความมั่นคงของประเทศ โดยภาคที่สำคัญที่สุดคือไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะให้ทุกหน่วยงานกลับไปประเมินสถานการณ์ช่วง 1 เดือนจากนี้ว่าการรับมือของไทยประสบความสำเร็จแค่ไหน

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ประเทศไทยยังไม่มีความจำเป็นต้องมีน้ำมันในรูปของสำรองทางยุทธศาสตร์ (เอสพีอาร์) เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา เพราะไทยไม่ใช่ประเทศผู้ผลิต แต่เป็นผู้นำเข้า จึงไม่ควรลงทุนส่วนนี้ ส่วนข้อเสนอของภาคเอกชนที่ต้องการสำรองน้ำมันดิบเหลือ 5% จากปัจจุบัน 6% ในสถานการณ์เช่นนี้คงไม่เหมาะสม และยังไม่มีหน่วยงานใดเสนอเรื่องเข้ามา โดยปัจจุบันไทยมีสำรองน้ำมันใช้ได้ 56 วันก็สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

อย่างไรก็ตาม นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนัก งานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. กล่าวว่า กรณีที่ราคาน้ำมันในปัจจุบันมีความผันผวนเนื่องจากโรงกลั่น น้ำมันซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีนั้น จะส่งผลให้การคำนวณราคาค่าไฟ ฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) นั้นจะสูงขึ้นหรือไม่นั้น ต้องติดตามความชัดเจนอีกครั้งว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลยาวนานหรือไม่ และจะทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกนั้นเพิ่มสูงขึ้นไปเท่าไหร่ ก่อนที่จะนำมาคำนวณเป็นค่าเอฟที.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ