ส่งออกส.ค.กลับมาติดลบ

ข่าวเศรษฐกิจ 21 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

8เดือนหดตัว2%พาณิชย์ชี้ปัจจัยกดดัน นนทบุรี * ส่งออก ส.ค.กลับมาติดลบ 4% แม้จะทำมูลค่า 21,914.9 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงสุดในรอบปี เหตุได้รับผลกระทบภายนอก ส่วน 8 เดือนติดลบ 2% พาณิชย์รับเป้า 3% ยากรับยังมีปัจจัยลบกดดันอีกเพียบ บรรยายใต้ภาพ พิมพ์ชนก วอนขอพร

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโย บายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยใน เดือน ส.ค.2562 มีมูลค่า 21,914.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 4% เป็น การกลับมาลดลงอีกครั้ง หลังจาก ที่เดือนก่อนหน้าเพิ่งขยายตัวเป็น บวก และแม้การส่งออกจะลดลง แต่มูลค่าถือว่าเป็นการส่งออกที่สูงที่สุดในรอบปี ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 19,862.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 14.62% เกินดุลการค้ามูลค่า 2,052.6 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับการส่งออกในช่วง 8 เดือนของปี 2562 (ม.ค.-ส.ค.) มีมูลค่า 166,090.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.19% การนำเข้ามีมูลค่า 159,984.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 3.61% เกินดุลการค้า 6,106.1 ล้านเหรียญ สหรัฐ

สาเหตุที่ทำให้การส่งออก ลดลง มาจากผลกระทบจากสง ครามการค้าที่ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ปัญหาในตะวัน ออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อความ เชื่อมั่น บางประเทศในยุโรปมี ความต้องการซื้อสินค้าลดลง ราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำ ขณะนี้ราคาอยู่ที่ 50 เหรียญสหรัฐ ต่อบาร์เรล ช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้การส่งออกน้ำมัน ลดลง และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันก็หดตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และเงินบาทแข็งค่า ทำให้กดดันต่อการส่งออกสินค้าเกษตร และยังมีส่วนเกินของสินค้าเกษตร ในตลาดโลก ทำให้ความต้องการลดลง

ทั้งนี้ หากดูเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ลดลง 4.4% โดยสินค้าที่ลดลง เช่น ข้าวลด 44.7% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังลด 25.3% ยางพาราลด 7.2% ส่วนตลาดส่งออก ตลาดหลักลดลง 0.1% โดยสหรัฐเพิ่ม 5.8% ญี่ปุ่นลด 1.2% สหภาพยุโรป (15 ประเทศ) ลด 6.2% ตลาดศักยภาพสูงลด 16% เนื่องจากส่งออกไปอาเซียน 5 ประ เทศ ลด 24.6% เอเชียใต้ลด 20% ส่วนจีนลดไม่มากแค่ 2.7% แต่การส่งออกไปตลาดศักยภาพระดับรอง เพิ่ม 0.2% เช่น ทวีปออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง เพิ่ม 18.4% และ 5.3% ส่วนแอฟริกา กลุ่มประเทศ CIS และลาตินอเมริกาลด 22.8%, 10.5% และ 8.2%

น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้ (ก.ย.-ธ.ค.) หากจะให้ทำได้ตามเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้ที่ 3% การส่งออกแต่ละเดือนต้องทำได้เดือนละ 2.36 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่ถ้าการส่งออกยังทำได้ในระดับเดือนละ 2.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งปีจะขยายตัวเป็นบวกที่ 0% ขึ้นไป และหากในช่วงที่เหลือของปีนี้ สามารถผลักดันให้สินค้าบางตัวขยายตัวได้เพิ่มขึ้น ก็จะทำให้การส่งออกบวกได้เพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กำลังเร่งขยายตลาดข้าวในอิรัก และขยายตลาดจอร์แดน กาตาร์ บาห์เรน คูเวต ผลักดันเพิ่มการส่งออกในอาเซียน และ CLMV ขยายตลาดจีน ที่จะมีเน้นมณฑลและเมืองรองที่ยังเข้าไม่ถึง ตลาดอินเดียจะนำคณะไปเยือนเพื่อผลักดันการขายสินค้าเกษตร เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และสินค้าเกษตรอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม จะต้องระวังปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง เพราะเดิมได้เน้นทำแผนรับมือกับสงครามการค้า แต่ตอนนี้ผลกระทบได้ส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทำให้การส่งออกไปประเทศคู่ค้าอื่นๆ เริ่มลดลงชัดเจน.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ