คอลัมน์แวดวงฅนการเมือง

ข่าวทั่วไป 22 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

พีแอล กลับมาฮอตอีกรอบ! กรณี "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้เงินกู้ยืมแก่พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งปรากฏหลักฐานอย่างเป็นทางการ ในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ "ธนาธร" ที่ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จากการเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. ตามที่ ป.ป.ช.ได้เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีการปล่อยกู้ให้แก่พรรคอนาคตใหม่ จำนวน 2 สัญญา คือ 161,200,000 บาท กับ 30,000,000 บาท รวม 191,200,000 บาท...* บรรยายใต้ภาพ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ศรีสุวรรณ จรรยา สุทิน คลังแสง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

เรื่องนี้เป็นประเด็นครั้งแรก เมื่อครั้งที่ "ธนาธร" บรรยายที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2562 ซึ่งเขาเผยว่าให้เงินพรรคอนาคตใหม่กู้ยืมประมาณ 110 ล้านบาท ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองว่ากระทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 62 เรื่องรายได้ของพรรคการเมือง เพราะไม่มีบทบัญญัติใดอนุญาตให้พรรคการเมืองกู้ยืมเงินได้ และหากเป็นการบริจาคก็ขัดมาตรา 66 ที่ห้ามบุคคลบริจาคให้พรรคเกิน 10 ล้านบาทต่อปี...*

ทั้งหมดจึงถูกขยี้ซ้ำอีกครั้งไปที่ "ธนาธร" และพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่าจะเป็นจาก "สมชาย แสวงการ" สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) "ชูชาติ ศรีแสง" อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ที่ชี้ว่าอาจจะนำไปสู่การยุบพรรคอนาคตใหม่ ขณะที่ "ศรีสุวรรณ จรรยา" เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ก็เตรียมนำหลักฐานบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ ป.ป.ช.เปิดเผยนี้ ไปยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพิ่มเติมในวันที่ 23 ก.ย.2562 ประกอบการพิจารณาเอาผิดด้วย ซึ่งมีทั้งโทษปรับ ตัดสิทธิ์ทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรค และริบทรัพย์ที่เกิน 10 ล้านบาท ให้ตกเป็นของกองทุน ประจวบเหมาะกับที่ กกต.ก็จะพิจารณาประเด็นนี้ในสัปดาห์นี้...*

เมื่อกระแสนี้กลับมา "ธนาธร" จึงชี้แจงย้ำว่า "เงินกู้ไม่ใช่รายได้ จึงเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหาอะไร ไม่ห่วงและเตรียมความพร้อมไว้หมด หาก กกต.พิจารณาว่าเงินกู้เป็นรายได้ จะทำให้หลักบัญชีของบริษัทและองค์กรต่างๆ ผิดไปทั้งหมด ซึ่งเป็นการผิดหลักบัญชีอย่างมาก" สอดคล้องกับที่ "ปิยบุตร แสงกนกกุล"เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้ชี้แจงก่อนหน้านั้นยืนยันเงินกู้ไม่ใช่รายได้ และสามารถทำได้ เพราะไม่มีข้อห้าม...*

โดยสามัญสำนึก เราก็ย่อมรู้กันอยู่แล้วว่า "เงินกู้" ก็คือเงินกู้ เงินที่ลูกหนี้ต้องใช้คืนเจ้าหนี้ "รายได้" ก็คือรายได้ ที่ได้รับเข้ามาไม่ต้องใช้คืนใคร สรุปในทัศนะของ "ปิยบุตร" มองกฎหมายพรรคการเมืองไม่ห้ามกู้เงินจึงทำได้ แต่ทัศนะของฝ่ายตรงข้ามมองว่าเมื่อกฎหมายไม่เขียนไว้ จึงทำไม่ได้และผิดกฎหมาย ท้ายที่สุดอย่างไรก็ต้องรอการพิจารณาของ กกต. หรืออาจจะถึงชั้นศาลต่อไป ในการพิจารณาหาข้อยุติที่รักษามาตรฐานหลักการความเป็นนิติรัฐ นิติธรรม ไม่อยู่ภายใต้กระแสชี้นำด้วยอคติทางการเมืองในสังคม...*

หลังผ่านพ้นศึกอภิปรายทั่วไปของพรรคฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2562 ต่อ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กรณีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ และแถลงนโยบายไม่แจงที่มาการใช้งบประมาณ เหมือนจะจบแต่ยังเหลืออีกดาบ เมื่อพรรคฝ่ายค้านเตรียมพิจารณายื่นเรื่องนี้ต่อ ป.ป.ช. ส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาต่อ ซึ่ง "สุทิน คลังแสง" ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ได้นัดหารือ 7 พรรคฝ่ายค้านในวันที่ 23 ก.ย.นี้...*

ปิดท้าย หมายนี้คงไม่มีใครลืม 23 ก.ย.2562 จันทร์นี้เช่นกัน ที่ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือชื่อ นปก. ขณะนั้น ชุมนุมบริเวณบ้านสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ปี 2550 ซึ่งมีจำเลยที่เป็นแกนนำคนสำคัญคือ "วีระกานต์ มุสิกพงศ์ - ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ - วิภูแถลง พัฒนภูมิไท - นพ.เหวง โตจิราการ" ต้องลุ้นกลับเข้าคุกหรือไม่ หลังศาลอุทธรณ์พิพากษาคุก 2 ปี 8 เดือนเอาไว้ หวังว่าคงไม่มีใครป่วยจนเลื่อนอีกนะ...*


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ