ข่าวอินโฟเควสท์
10:25 TPLAS รุกทำตลาดบรรจุภัณฑ์แบรนด์"B-LEAF"ล็อต 2 คาดยอดขายพุ่งใน Q4/62 รับไฮซีซั่น-"ชิมช้อปใช้"หนุน   นายธีระชัย ธีระรุจินนท์ กรรมการผู้จัดการ บมจ…
10:21 "แอปเปิล" ถูกวิจารณ์หนักกรณีส่งข้อมูลการเปิดเว็บไซต์บางส่วนให้กับ "เทนเซนต์"   บริษัท แอปเปิล อิงค์ ตกเป็นเป้าการวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งว่ามีการ…
10:20 บริษัทที่คาดว่าจะขายหุ้น IPO ใน SET และ mai   รายละเอียดข้อมูลของบริษัทที่จะมีการเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งแรกต่อประชาชนทั่วไป (IPO) และเข้าจดทะเบี…
10:20 TMB-T1 เปิดเทรดวันแรกที่ 0.07 บาท ขณะที่หุ้น TMB เปิดตลาดที่ 1.49 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อน   TMB T1 เปิดเทรดวันแรกที่ 0.07 บาท ล่าสุดเมื่อเ…
10:19 กรมบัญชีกลาง เผยผลการใช้จ่ายสิ้นปีงบ 62 กว่า 2.92 ล้านลบ. คิดเป็น 97.65% ต่ำกว่าเป้าหมาย 2.35%   นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง…

จี้1เดือนออกแบบใช้ยางพาราสร้างหลักกิโล

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562 00:00:04 น.

ราชดำเนิน * "คมนาคม" ไฟเขียวใช้ยางพาราเป็นส่วนผสม ในโครงการก่อสร้างถนน หวังเพิ่มรายได้เกษตรกร-ลดอุบัติเหตุ "ศักดิ์สยาม" จี้ออกแบบให้เสร็จภายใน 1 เดือน

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้เสนอแนวทางในการนำยางพาราไปใช้ใน โครงการก่อสร้างถนน อาทิ การนำยางพาราไปเป็นส่วนผสมในการทำหลักกิโลเมตรและแนวกันโค้ง โดยมีสัดส่วนการใช้ยาง พารา 63.22% ต่อหลัก 1 แท่ง และแผ่นยางกันชนครอบแบริเออร์คอนกรีต มีสัดส่วนการใช้ยางพารา 79.38% ต่อหลัก 1 แท่ง

ขณะเดียวกัน ยังได้สั่งการให้ไปพิจารณานำแผ่นยางดังกล่าวไปใช้กับโครงการที่จะก่อสร้างในอนาคตทั้งหมด ในส่วนของแบริเออร์คอนกรีตที่มีอยู่เดิมนั้น ให้พิจารณานำแผ่นยางไปครอบไว้ แต่จะต้องไปพิจารณาต้นทุนที่เพิ่มด้วย ขณะที่การบำรุงรักษาแผ่นยาง จะมีการทาน้ำยาเคลือบเมื่อใช้งานไปแล้ว 1 ปี เพื่อยืดอายุการใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง จากเดิมมีอายุการใช้งานเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น

ทั้งนี้ ได้กำหนดกรอบเวลาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลับไปพิจารณารายละเอียดและออกแบบให้แล้วเสร็จภาย ใน 1 เดือน โดยจะต้องออกแบบให้สามารถรองรับความเร็วของรถได้ 140 กม./ชม. จากนั้นจะนำไปทดสอบในห้องปฏิบัติการที่ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ซึ่งเมื่อผ่านการทดสอบดังกล่าวแล้ว จะส่งต่อไปทดสอบยังต่างประเทศ อาทิ เกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีหน่วยงานที่ได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยในระดับสากล อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะดำเนินการทดสอบและสามารถนำมาทยอยใช้กับถนนในประเทศไทยได้ภายใน 3 เดือน หรือภายในต้นปี 63

"หลังจากนี้กระทรวงคมนาคมจะไปหารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถึงปริมาณของยางพารา ที่จะต้องสอดคล้องกับความต้องการการใช้ยาง และจะต้องมีลิมิตชัดเจนของเกษตรกรที่จะปลูกยาง เพื่อให้มีราคาที่เหมาะสมไม่ต่ำและไม่สูงเกินต้นทุนที่จะ นำยางพารามาใช้ ซึ่งการทำ Rubber Buffer Barrier 1 กม. นั้น จะต้องใช้น้ำยางพาราดิบ 6 ตัน โดยจะต้องมาพิจารณาปริมาณซัพพลายกับดีมานด์ไม่ให้สูงเกินดีมานด์" นายศักดิ์สยาม กล่าว.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง