อนุมัติแผนบริหารหนี้ปี63

ข่าวเศรษฐกิจ 25 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

จ่อกู้8.9แสนล้าน/แก้กม.กองทุนเกษตรฯ

ทำเนียบฯ * ครม.ไฟเขียวปีงบ 63 รัฐบาล รัฐวิสาหกิจก่อหนี้ใหม่ 8.9 แสนล. ครม.ไขก๊อกกฎหมายกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิด ช่องจ่ายหนี้ที่มีบุคคลค้ำประกันได้/เพิ่มสภาพคล่อง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐ มนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแผน การบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2563 โดยเน้นการ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการ ใช้เงินอยู่ภายใต้กรอบพระราชบัญ ญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลัง ซึ่งแผนการบริหารหนี้ดังกล่าว แบ่ง เป็น 1.แผนการก่อหนี้ใหม่ วงเงิน 8.9 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาล วงเงิน 7.4 แสนล้านบาท จะเป็นการกู้มาเพื่อบริหารสภาพคล่องของเงินคงคลัง จำนวน 9 หมื่นล้านบาท เพื่อให้เพียงพอรองรับการเบิกจ่ายเป็นครั้งคราว รวมถึงรองรับการเบิกจ่ายงบประมาณภายใต้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐระยะสั้นของรัฐบาล ในช่วงไตรมาส 1-2 ของปีงบประมาณ 2563 โดยการออกตั๋วเงินคงคลังระยะสั้น ไม่เกิน 120 วัน

นอกจากนี้ รัฐบาลกู้มาใช้โดยตรงจำนวน 5.7 แสนล้านบาท มาจากแหล่งเงินกู้ในประเทศ เป็นการกู้เพื่อชดเชยการ ขาดดุลงบประมาณปี 2563 และ เงินกู้ต่างประเทศเพื่อมาใช้ใน โครงการพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงโครงการ พัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรม ศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สนับสนุนการลงทุนและเพิ่มขีด ความสามารถของภาคอุตสาห กรรมในประเทศและภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ

ทั้งนี้ รัฐบาลกู้ในประเทศมาเพื่อให้กู้ต่อ เพื่อสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ จำนวน 8.5 หมื่นล้านบาท โดยเป็นโครงการของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) 5 โครงการ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท โครงการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) 9 โครงการ วงเงิน 6.5 หมื่นล้านบาท สำหรับการก่อหนี้ใหม่ของรัฐ วิสาหกิจ จำนวน 13 แห่ง วงเงินรวม 1.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิม 8.7 หมื่นล้านบาท

สำหรับแผนการบริหารหนี้เดิม จำนวน 8.3 แสนล้านบาท ประกอบด้วยหนี้เดิมของรัฐบาล (หนี้ในประเทศทั้งหมด) วงเงิน 6 แสนล้านบาท และหนี้เดิมของรัฐ วิสาหกิจ (ทั้งหนี้ในประเทศและต่างประเทศ) วงเงิน 2.2 แสนล้านบาท และ 3.แผนการชำระหนี้ วงเงินรวม 3.9 แสนล้านบาท

นางสาวรัชดากล่าวอีกว่า แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประ จำปีงบประมาณ 2563 นั้น อยู่ภายในกรอบ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 ที่กำหนดไว้ว่า สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีต้องไม่เกิน 60% ซึ่งการดำเนินงานปี 2563 อยู่ที่ 42.76% และสัดส่วนภาระหนี้ของรัฐบาลต่อประมาณการรายได้ประจำปีงบประมาณต้องไม่เกิน 35% ซึ่งการดำเนินงานปี 2563 อยู่ที่ 18.48% รวมถึงสัดส่วนหนี้สาธารณะที่เป็นเงินตราต่างประเทศต่อหนี้สาธารณะทั้งหมดต้องไม่เกิน 10% ซึ่งการดำเนินงานปี 2563 อยู่ที่ 2.86% และสัดส่วนภาระหนี้สาธารณะที่เป็นเงินตราต่างประเทศต่อรายได้จากการส่งออกสินค้าและบริการต้องไม่เกิน 5% ซึ่งการดำเนินงานปี 2563 อยู่ที่ 0.15%

นอกจากนี้ ครม.มีมติเห็นการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ฉบับ พ.ศ.2542 ที่เนื้อหาของกฎหมายขาดความยืดหยุ่นในบาง มาตรา ส่งผลให้กองทุนฯ ไม่สามารถรับภาระชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของเกษตรกรที่ไม่มีทรัพย์สินเป็นหลักค้ำประกันในการชำระหนี้ได้ จึงได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมให้กองทุนฯ สามารถรับภาระชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของเกษตรกรที่มีบุคคลค้ำประกันได้ จากเดิมที่ชำระหนี้ให้แก่เฉพาะเจ้าหนี้ของเกษตรกรที่มีทรัพย์สินเป็นหลักค้ำประกัน ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีสภาพคล่องและหลุดจากภาระหนี้.

บรรยายใต้ภาพ

รัชดา ธนาดิเรก


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ