ดัชนีMPI-บริษัทตั้งใหม่ร่วง

ข่าวเศรษฐกิจ 25 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

สศอ.เผยไร้ปัจจัยบวก ลุ้นก.ย.ไม่ขยับปรับเป้า พระราม 6 * สศอ.คอตกเอ็มพีไองวด ส.ค.หดตัว 4.4% ชี้ไร้ปัจจัยบวก หวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐช่วย จับตาเดือนต่อไปหากส่อแววไม่ดี ยอมจำนนปรับเป้า ด้านพาณิชย์เผยบริษัทตั้งใหม่เดือน ส.ค.ร่วง 7% ส่วนยอดเลิก 1,755 ราย เพิ่ม 1% นายอดิทัต วะสีนนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือน ส.ค.2562 อยู่ที่ระดับ 100.58 หดตัว 4.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 105.22 สะท้อนภาพรวมภาคอุตสาหกรรมยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ในระยะอันใกล้ เนื่อง จากบางอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและการค้าโลกที่ชะลอตัวต่อเนื่อง และคำสั่งซื้อจากต่างประเทศชะลอตัวลง ประกอบกับการแข็งค่าของเงินบาท ทำให้การส่งออกดีได้ยาก ส่งผลให้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทอง คำ) หดตัว 9.2% บรรยายใต้ภาพ อดิทัต วะสีนนท์

"ดัชนีเอ็มพีไอเดือน ก.ย. คาดหวังว่าจะไม่แย่ไปกว่านี้ โดยคาดมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐจะทำให้มีเงินหมุนเวียนเข้ามาในระบบ ทำให้เกิดกำลังซื้อช่วยประคองภาคอุตสาหกรรมให้เป็นบวกและพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ชะลอตัวไปมากกว่านี้ในระยะสั้น แต่ก็ต้องติดตามปัจจัยต่างๆ เดือนต่อเดือน เพราะดัชนีชี้วัดขณะนี้ยังไม่มีทิศทางเป็นบวกมากนัก ซึ่ง สศอ.จะรวบรวมข้อมูลเดือน ก.ย.อย่างรอบด้าน หากไม่มีทิศ ทางเป็นบวกก็มีความเป็นไปได้ ที่ สศอ.จะต้องทบทวนปรับประ มาณการดัชนีเอ็มพีไอและผลิต ภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ภาคอุตสาห กรรมปีนี้ลงจากปัจจุบันคาดไว้อยู่ ที่ 0-1% หรือค่ากลางอยู่ที่ 0.5%" นายอดิทัตกล่าว

นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการ ค้า กล่าวว่า ในเดือน ส.ค.2562 มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ จำนวน 5,973 ราย ลดลง 8% เมื่อเทียบ กับเดือน ก.ค.2562 ที่ผ่านมา สำหรับธุรกิจเลิกกิจการในเดือนส.ค.2562 มีจำนวน 1,755 ราย เทียบกับ ก.ค.2562 เพิ่มขึ้น 10% เทียบกับ ส.ค.2561 ลดลง 1%

อย่างไรก็ตาม ยอดรวมธุรกิจตั้งใหม่ในช่วง 8 เดือนของปี 2562 (ม.ค.-ส.ค.) มีจำ นวน 50,654 ราย เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 1% มีทุนจดทะเบียนตั้งใหม่รวม 157,794 ล้านบาท ลดลง 18% และยอดธุรกิจเลิกกิจการรวม 10,016 ราย เพิ่มขึ้น 3% มีทุนจดทะเบียนเลิกรวม 59,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%

นางโสรดากล่าวว่า แนวโน้มการจดทะเบียนตั้งใหม่จะยังคงขยายตัวได้เพิ่มขึ้น จาก แรงกระตุ้นของนโยบายรัฐบาลที่มีออกมาต่อเนื่อง ทั้งการส่ง เสริมการท่องเที่ยว การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐาน ราก การส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะการตั้งบริษัทใหม่ในเมืองรอง เพื่อรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจขนส่งสินค้าและคน และธุรกิจขายปลีก น่าจะเติบโตได้ดี ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของกรมที่พบว่า การตั้งธุรกิจใหม่เริ่มขยายตัวจากพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ไปสู่เมืองรองมากขึ้น.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ